Search

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษา จำคุก6ปีอดีตพระพหรมดิลก หรือเจ้าคุณเอื้อน อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ร่วมกับพวกฟอกเงิน งบอุดหนุนก่อสร้่างโรงเรียนพระปริยัติธรรมของสำนักพุทธฯ ส่วนจำเลยที่2 อดีตเจ้าคุณเจี้ยบ จำคุก 3 ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นัดพิพากษาคดีนี้อัยการ ยื่นฟ้องอดีตพระพรหมดิลก เจ้าคุณ (เอื้อน กลิ่นสาลี)" อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ อดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสระสามพระยา (เจ้าคุณเจี้ยบ) ร่วมฟอกเงินทุจริตงบประมาณ สำนักพระพุทธศาสนาความผิดต่อหน้าที่ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งสอง มาจากเรือนจำ พิเศษกรุงเทพฯ และใช้เวลาการอ่านคำพิพากษาราว 1 ชัวโมง ทั้ง 2 ถูกฟ้องในความผิด ร่วมกันเป็นความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสี ยหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐาน เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ,ร่วมกันฟอกเงิน อันเป็นความผิด ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ 2542 กรณีพวกจำเลยร่วมกันทุจริต เงินทอนวัด งบอุดหนุนทางการศึกษาก่อสร้าง โรงเรียนพระปริยัติธรรม

โดยวัดสามพระยา ได้อนุมัติงบอุดหนุนด้านโรงเรียนพระปริยัติธรรม ประจำปี 2557 จำนวน 5 ล้านบาท แต่ทั้ง2 ได้กระจายงบดังกล่าวไปยังบัญชีบุคคล นางวิภาพร อุดมโชคปิติ 3 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 7.8 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนใหญ่ถูกถ่ายโอนเข้าบัญชี ธนาคารนางวิภาพร อุดมโชคปิติ โดยอ้างว่าเพราะนางวิภาจ่ายเงินสำรองไปก่อนโดยข้โต้แย้งของจำเลยต่างฟังไม่ขึ้น ขณะเดียวกัน ทางวัดสามพระยา ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรร จึงไม่มีสิทธิ์ ได้รับเงินอุดหนุน และจะต้องคืน แต่การไมีคืนเงิน และนำเงินไปใช้ผิดวันุประสงค์ ผิดประประเภท ฝากในบัญชีบุคคลอื่น เป็นการปกปิด จึงเป็นความผิดมูลฐานตามพรบ.การฟอกเงิน

โอนเงินจากวัดสามพระยากว่า 5 ล้านบาท แนวทางสืบสวน พบข้อมูลว่า ช่วงปี 2556 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีนายบุญเลิศ โสภา เป็น ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา ได้อนุมัติงบอุดหนุนด้านโรงเรียนพระปริยัติธรรม ประจำปี 2557 จำนวน 5 ล้านบาท ให้วัดสามพระยา จากนั้นวัดได้กระจายงบดังกล่าวไปยังบัญชีบุคคล นางวิภาพร อุดมโชคปิติ 3ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 7.8 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนใหญ่ถูกถ่ายโอนเข้าบัญชี ธนาคารนางวิภาพร อุดมโชคปิติ

จากการสืบพยาน ยังพบว่า ไม่พบเอกสาร ขอรับเงินอุดหนุน อาคารร่มเกล้า จากสำนักงานพระพุทธศาสนา ข้อโต้เเย้งของจำเลยทั้ง2จึงฟังไม่ขึ้น

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1 ฐานฟอกเงิน กระทงละ 3 ปี 2 กระทง รวมจำคุก 6 ปี และให้จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานฟอกเงิน กระทงละ 1 ปี 6 เดือน 2 กระทง รวมจำคุก 3 ปี

ด้าน ทนายความความ บอกว่า จะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป ทางจำเลยรู้ว่าเป็นเงบอุดหนุน แผนกอุดหนุนสามัญ เป็นการคำนวน ก้อนเดียว ทำให้จำเลยไม่ทราบ พยายโจกท์ยังเบิกความขีดเเย้ง จึงต้องอุทธรห์ต่อไป อยากประกัน ภายใน2-3วันนี้ พราะด้วยเหตุผลเพราะพยานหลักฐาน เข้าสู่ประบวนการหมดแล้ว เชื่อว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ขณะที่บรรยากาศ ที่ศาลวันนี้ จำเลย ทั้ง2 มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม มีกำลังใจดี อดีตเจ้าคุณเอื้อน โบกมือทักทายบรรดาพระสงฆ์ กว่า 20 รูป ที่เดินทางมา เบ่นเดียวกับฆราวาส กว่า50คน จนล้นห้องฟังคำพิพากษา

192.168.52.214