Search

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เฝ้าลุ้นเกมนัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2561-2562 ทีมเรือใบสีฟ้า หรือแมนเชสเตอร์ซิตี สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 6

บังเอิญวันเดียวกัน มีข่าวว่า "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตเจ้าของสโมสรเรือใบสีฟ้า เตรียมควักเงินซื้อสโมสร "คริสตัล พาเลซ" หรือทีมปราสาทเรือนแก้ว ซึ่งเพิ่งจบอันดับ 12 ของตารางพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

สื่อยักษ์ใหญ่ด้านกีฬาของอังกฤษ ได้เคยรายงานว่า โจชัว แฮร์ริส และ เดวิด บลิตเตอร์ ผู้ถือหุ้นของทีมคริสตัล พาเลซ กำลังจะประกาศขายทีมให้ผู้ที่สนใจเข้ามารับช่วงต่อ

สโมสรคริสตัล พาเลซ เป็นทีมเก่าแก่มีอายุ 113 ปี ถือเป็นสโมสรที่ก่อตั้งตั้งแต่ยุคแรกๆ ของอังกฤษ โดยฉายาสโมสรคือ "ปราสาทเรือนแก้ว" สนามเหย้าของสโมสรคือ เซลเฮิสต์พาร์ก ตั้งอยู่กรุงลอนดอน ความจุ 25,456 ที่นั่ง มีรายงานการประเมินมูลค่าของสโมสรแห่งนี้ มีราคาอยู่ที่ 225 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,200 ล้านบาท

หลังรัฐประหาร 19 กันยา "ทักษิณ" สิ้นอำนาจ ต้องพเนจรร่อนเร่อยู่ในต่างประเทศ พยายามดิ้นรนกลับเมืองไทย เมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับ ทักษิณจึงเบนเข็มไปลงทุนด้านธุรกิจลูกหนัง โดยเข้าไปเทกโอเวอร์สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี ด้วยเงิน 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,360 ล้านบาท) เมื่อกลางปี 2550

ทักษิณเป็นนักกลยุทธ์ การลงทุนในธุรกิจลูกหนังอังกฤษ ก็มีเป้าหมายทางการเมืองชัดเจน เหมือนสมัยที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เดินเกมปล่อยข่าวจะซื้อทีมลิเวอร์พูลมาแล้ว

ครั้งที่เทกโอเวอร์เรือใบสีฟ้า ทักษิณในฐานะประธานสโมสรได้แต่งตั้ง พานทองแท้ และพินทองทา ชินวัตร เข้ามาร่วมบริหารทีม พร้อมกับประกาศขายฝันว่า นักเตะไทยเล่นในพรีเมียร์ลีกได้แน่นอน อันเป็นการหวังผลทางการเมือง

ทักษิณเคยให้สัมภาษณ์บีบีซีว่า ก่อนตัดสินใจซื้อแมนเชสเตอร์ซิตี้ เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษมากนัก และสนใจทีมลิเวอร์พูล แต่เลือกซื้อแมนฯ ซิตี้ เพราะเป็นทีมหนีตกชั้นที่ราคาไม่สูงมาก

เพียงแค่ฤดูกาลเดียว ทักษิณก็ขายทีมเรือใบสีฟ้าให้แก่เศรษฐีน้ำมัน กลุ่ม The Abu Dhabi United Group for Development ในราคา 150 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 9,750 ล้านบาท การขายครั้งนั้น ทักษิณฟันกำไรเกือบ 100%

กรณีข่าวทักษิณกับของเล่นชิ้นใหม่ "ปราสาทเรือนแก้ว" ทำไมต้องมีชื่อ "บิ๊กฮั่น" มิตติ ติยะไพรัช โผล่เข้ามาในฐานะผู้บริหารทีมคนหนึ่ง ร่วมกับโอ๊ค พานทองแท้

"บิ๊กฮั่น" ประสบความสำเร็จจากการปั้นสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ตั้งแต่อยู่ลีกภูมิภาค จนได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยลีก แม้จะไม่ได้เป็นแชมป์ แต่เชียงราย ยูไนเต็ด ก็คว้าถ้วยเอฟเอคัพ และถ้วยบอลลีกมาครอง

สองปีก่อน "บิ๊กฮั่น" จับมือ "ส.ว.ก๊อง" หรือ ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ประธานสโมสรฟุตบอลเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นคนสนิทเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้ามาบริหารสโมสรเชียงใหม่ เอฟซี จนได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีกในฤดูกาลนี้

ความสำเร็จของ "กว่างโซ้งมหาภัย" และ "พยัคฆ์ล้านนา" ที่โลดแล่นในลีกสูงสุดของประเทศ ต้องยอมรับว่าเป็นผลงานของ "บิ๊กฮั่น"

"ฮั่น" มิตติ ติยะไพรัช เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ "ยงยุทธ-สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช" ฉายแววเจ๋งในฐานะนักบริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ จนเข้าตาทักษิณ แต่ไม่รู้ทำไมในช่วงเลือกตั้ง กลับถูกเลือกเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อพรรคถูกยุบเลยต้องกลับไปนั่งข้างสนามบอล

ด้วยเหตุนี้กระมัง เสี่ยแม้วจึงขอเรียกใช้บริการ "บิ๊กฮั่น" อีกครั้ง เหมือนจะเยียวยาความรู้สึกครั้งที่ตกเก้าอี้เลขาธิการพรรค ด้วยการก้าวขึ้นคุมทีมพรีเมียร์ลีกในอังกฤษ

ฝันเสี่ยแม้วจะเป็นจริงหรือไม่ ? โปรดติดตามช่วงปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกนี้ มีข่าวใหญ่จากลอนดอนแน่นอน

192.168.52.214