Search

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"อนาคตใหม่" อย่าตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง! โดยคอลัมน์อยู่บนภู จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3469 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 12-15 พ.ค. 2562 โดย...กระบี่เดียวดาย

พลันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส.ทั้งบัญชีรายชื่อและ ส.ส.เขต รวม 498 คนทั่วประเทศ และอ้างอิงการคิดคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบคะแนนไม่ทิ้งน้ำ ตามอำนาจของกกต.ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสามารถใช้อำนาจคำนวณและประกาศผลส.ส.ได้ โดยสูตรคำนวณตามร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ในกรณีที่ประกาศผลได้ครบทุกเขตเลือกตั้ง 350 เขต และมีที่นั่งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวน (โอเวอร์แฮง) ส่งผลให้พรรคเล็กพรรคน้อยที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยก็มีที่นั่งในสภา

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาตอบโต้พร้อมแสดงท่าทีฟ้องกกต.ต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าการคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องยึดหลักมาตรา 91 กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่าจะใช้สูตรใดก็ตาม แต่เพดานอยู่ที่มาตรา 91 ที่ประมาณ 71,000 คะแนน ต่อ ส.ส. 1 คน แต่เมื่อ กกต.ยึดสูตร 27 พรรคในการคำนวณน่าจะขัดมาตรา 91 กฎหมายรัฐธรรมนูญ และทำให้พรรคได้ส.ส.แค่ 80 คน

สำหรับคะแนนของพรรคอนาคตใหม่ที่ทิ้งน้ำ คิดเป็นคะแนนดิบ ประมาณ 600,000 คะแนน เราพูดเสมอว่า ระบบการเลือกตั้งนี้ อยากให้ทุกคะแนนมีความสำคัญ ไม่อยากให้มีคะแนนทิ้งน้ำ แต่เมื่อคำนวณออกมา ปรากฎว่าคะแนนเราหายไป 600,000 คะแนน เมื่อรวมพรรคอื่นได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย จะมีประมาณ 1.5 ล้านคะแนน ในขณะเดียวกันเมื่อนำคะแนนอีก 11 พรรคมารวมกันทั้งประเทศ รวมได้เพียง 550,000 คะแนน เท่านั้น หมายความว่า กกต.เลือกที่จะทิ้งคะแนนเสียงกว่า 1.5 ล้านเสียง

ปิยบุตรยกตัวอย่าง "ลองเปรียบเทียบว่า คุณเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.แพร่ ได้คะแนนรายเขตสูงที่สุดในประเทศไทย 72,000 คะแนน ได้ ส.ส.1คน แต่พรรคอื่นได้ระหว่าง 30,000-60,000 คะแนน ซึ่งน้อยกว่าพรรคอนาคตใหม่พรรคเดียว แต่กลับได้ 1 คนเท่ากัน พรรคสุดท้ายที่ได้ 33,000 คะแนนจากทั่วประเทศ เมื่อหาร 77 จังหวัด ขอเพียง จังหวัดละ 417 คะแนน 350 เขตทั่วประเทศ ขอเพียงเขตละ 100 คะแนน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความผิดเพี้ยน ปล่อยให้พรรคการเมืองที่ได้กว่า 30,000 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน นี่คือการคำนวณที่ทำให้เกิดปัญหา"

พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสียหายโดยตรง 600,000 คะแนนถูกทิ้งน้ำไปหมด และยังมีคนที่เราคาดหวังว่าจะเป็น ส.ส. หายไป 7 คน พรรคที่เป็นตัวแทนของประชาชน เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาช่องทางในการดำเนินการต่อไป ได้แก่ 1.ยื่นคำร้องไปยัง กกต. เสนอให้ กกต. เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 210(2) เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า กรณีนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

2.ใช้อำนาจตามมาตรา 213 ที่ระบุว่า บุคคลใดที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญนั้น มีสิทธิยื่นเรื่องฟ้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า หากจะฟ้องตรง ต้องเริ่มจากการใช้ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ส่งเรื่องต่อ คนที่เริ่มร้องสามารถส่งเรื่องด้วยตนเอง ซึ่งเรายืนยันว่าจะทำ ทั้ง 2 วิธี เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการใช้สูตรคำนวณแบบ 27 พรรค นั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ปิยบุตร เป็นนักกฎหมาย สอนกฎหมาย เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน คงแลเห็นช่องทางที่จะยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลได้ แต่เท่าที่ได้แลกเปลี่ยนกับนักกฎหมายระดับกูรูหลายท่าน เป็นผู้หลักผู้ใหญ่และอาจารย์สอนกฎหมาย กระทั่งพลิกดูทั้งกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีช่องทางไหนในขณะนี้ที่จะหยิบเรื่องนี้ไปร้องต่อศาลได้

ไม่บังอาจไปสอนกฎหมายอาจารย์ปิยบุตร แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีช่องทางให้เดินในการเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลอื่นใด ด้วยเหตุว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นไปแล้วว่าพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นักกฎหมายย้ำซ้ำว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย กฎหมายที่ว่าคือพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวินิจฉัยและใช้อำนาจตามกฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีใครที่จะไปก้าวก่ายการตัดสินของกกต.ได้

เว้นเสียแต่พิสูจน์ได้หรือมีข้อมูลยืนยันมั่นเหมาะว่าการกระทำหรือการวินิจฉัยของกกต.ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ จึงไปร้องศาลอาญากรณีมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้ แต่อันนี้ต้องหาข้อมูล หลักฐานประกอบกันมากพอสมควร ซึ่งข้อมูล หลักฐานที่ว่าต้องไม่ใช่การใช้อำนาจตามกฎหมายหรือใช้ดุลพินิจไม่ตรงใจแล้วไปฟ้องอาญามาตรา 157 เอาได้

แต่ถ้าปิยบุตรจะไปร้องตามมาตรา 213 กฎหมายรัฐธรรมนูญ ส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ถ้าไม่ดำเนินการยื่นเรื่องให้ ก็สามารถยื่นเรื่องเองตรงได้นั้น กฎหมายมาตรานี้ เขาบัญญัติโดยเจตนาคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ความหมายส่วนบุคคล เช่น ร่างกาย ทรัพย์สิน คิด เขียน พูด ส่วนตัว

ทั้งนี้พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 กำหนดให้บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งกรณีที่เห็นว่า การละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้นเป็นผลมาจากบทบัญญัติของกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มีสิทธิ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย

สรุปความได้ว่า บุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ จากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ หรือเห็นว่าการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้นเป็นผลจากบทบัญญัติของกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและวินิจฉัย ว่าการกระทำ (หรือบทบัญญัติแห่งกฎหมาย)นั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

ใช้ช่องนี้ก็จะตีบตันเช่นกัน ด้วยเหตุเรื่องการได้มาซึ่งส.ส.ไม่ใช่สิทธิบุคคลที่ถูกละเมิด

"การที่จะอ้างว่าส.ส.หายไปหลายคนเป็นการถูกละเมิดสิทธิ เป็นการตีความแบบกว้างมากเกินไป การถูกละเมิดสิทธิในกรณีที่จะฟ้องตรงได้ ต้องเป็นสิทธิ ตามที่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับไว้ในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย เช่น สิทธิในทรัพย์สิน ในการประกอบอาชีพ การได้ส.ส. ลดจำนวนส.ส.ไม่อยู่ในหมวดนี้"

ครั้นจะไปร้องศาลปกครองยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย แม้เป็นการใช้อำนาจทางตุลาการ แต่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวรับมาอยู่ในขอบเขตการพิจารณาไม่ได้เพราะเป็นการทำหน้าที่และใช้อำนาจขององค์กรอิสระ หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง

แล้วพรรคการเมือง นักการเมืองอาศัยอะไรที่จะไปวินิจฉัย ว่ากกต.ทำไม่ถูกในกรณีดำเนินการตามสูตรคำนวณส.ส.ที่ว่ามาตามกฎหมาย

ที่เขียนอธิบายมานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่อื่นของ กกต.และสำนักงานกกต. ซึ่งพบความบกพร่อง ล่าช้ามากมายในหลายประเด็น กระทั่งการประกาศส.ส.ไปทั้ง 498 คน โดยไม่มีการพิจารณาใบแดง ใบเหลือง การนับคะแนน การเสนอผลการเลือกตั้ง ซึ่งว่าจริงๆ แล้วควรจะทำได้ดีกว่านี้มากๆ แต่กลับสู้กกต.ชุดแรกๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะหากเทียบกับกกต.ชุดแรก ถือว่าการทำงานของชุดนี้ยังห่างไกลชุดแรกอยู่หลายล้านปีแสง

192.168.52.214