Search

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เถียงไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ รู้ๆ กันอยู่ "บุรีรัมย์" ถิ่นใคร?? มีความสัมพันธ์ยังไงกับรัฐบาลคสช.แค่ยกหู "กริ๊ง" เดียว ข้อมูลการเข้าออกพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในระหว่างไปช่วยลูกพรรคหาเสียง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ก็อยู่ในมือและส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว

ธนาธร ถูก กกต.แจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 98(3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42(3) อันเป็นกระทําการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง

ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ ธนาธร ต้องแสดงหลักฐานชี้แจงให้ได้ว่าหุ้นจำนวน 675,000 หุ้นเลขหมายใบหุ้นตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 ในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จํากัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ที่ครอบครองร่วมกับนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ได้โอนให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562

แม้ว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 ระบุไว้ว่าให้ทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อ ผู้โอน ผู้รับโอน และพยาน

พร้อมระบุหมายเลขหุ้น การชำระเงิน ก็ทำให้การโอนหุ้นสำเร็จเรียบร้อยแต่จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ก็ต่อเมื่อได้จดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น แต่วันที่บริษัทแจ้งต่อนายทะเบียนกรมการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือ 21 มีนาคม 2562 หลังวันรับสมัครเลือกตั้ง

หากยัง ทู่ซี้ ยึดข้อมูลเดิมที่เคยให้นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวก่อนหน้านี้ว่า ในวันที่ 8 มหราคม ธนาธร เดินทางไปหาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ ในช่วงเช้าและช่วงบ่ายนั่งรถตู้ออกจาก จ.บุรีรัมย์ โดยมีใบเสร็จอีซี่พาสเป็นหลักฐานเพื่อกลับมาโอนหุ้นที่ กทม. จนเกิดความสมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมาย ระวังเจอข้อหา ให้การเท็จ

เพราะกกต.มีวัตถุพยานเป็นกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ธนาธร ตั้งแต่เดินทางไปถึง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ การเข้าออกโรงแรมในพื้นที่ระบุเวลาไว้ชัดเจนข้อมูลเส้นทางรถตู้ที่วิ่งผ่าน การคำนวณระยะทางและพยานบุคคล คือกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน อีกหลายสิบปาก เรียกว่า ดิ้น ไม่หลุด

ไหนๆ ก็พบหลักฐานความไม่ชอบมาพากลการโอนหุ้นแล้ว มาต่อเรื่องทัวร์ยุโรปของธนาธรที่อ้างว่าเดินทางไปดูงานพร้อมทวิตข้อความ

บอกคนไทยว่าได้พบผู้แทนสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คุยกันเรื่องสถานการณ์การเมืองไทยที่แม้ผ่านเลือกตั้งแล้วแต่ยังน่าเป็นห่วง

ซึ่งเป็นห้วงเดียวกันมีการเผยแพร่คลิปในช่องยูทูบเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2519 ความยาว 20.14 นาที ของนายเทิดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา หรือรู้จักในชื่อ ดร.โต้ง มีเนื้อหาพูดถึงเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยหลังการเลือกตั้งเปรียบเทียบกับต่างประเทศและเชื่อมโยงไปถึงการเดินทางทัวร์ยุโรปของธนาธรครั้งนี้เพื่อไปขอให้รับรองการเป็น "นายกรัฐมนตรีรักษาการ" บริหารประเทศ

หากเป็นไปตาม ดร.โต้ง พูด แสดงว่าการจับมือลงสัตยาบัน 6+1 พรรคการเมือง หยุดสืบทอดอำนาจเผด็จการ สร้างรัฐบาลประชาธิปไตย ประกอบด้วยเพื่อไทย เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ อนาคตใหม่ พลังปวงชนชาวไทยและเศรษฐกิจใหม่ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล มีแนวโน้มเสนอชื่อธนาธร เป็นนายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้สะกิดต่อม คสช.เข้าอย่างจัง จนต้องไปแอบสอบถาม กกต.และได้คำตอบว่าหากมีหลักฐานชี้ชัดว่าธนาธรมีพฤติกรรมดังกล่าวจริงจะมีความเป็นผิดถึงขั้นยุบพรรคเพราะเป็นการแสวงหาอำนาจโดยมิชอบและไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เปิดให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย

ประมาณทุ่มหนึ่งวันที่ 25 เมษายน 2562 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ธนาธรเดินทางกลับจากทัวร์ยุโรปก่อนกำหนดเดิมคือสิ้นเดือนเพื่อรับทราบและเตรียมตัวชี้แจงข้อกล่าวหากกต. ปมโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย จํากัด ภายใน 7 วัน และเจ้าตัวน่าจะตอบคำถามได้ดีว่าทัวร์ยุโรปครั้งนี้มีเรื่องนายกรัฐมนตรีรักษาการหรือไม่??

คอลัมน์...ถอดรหัสลายพราง โดย...พลซุ่มยิง

192.168.52.212