ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

"เนวิน" ชู "กัญชา" โอกาสใหม่ อุตสาหกรรมอาหาร – เครื่องดื่ม

3.8K 231

มหกรรม "พันธุ์บุรีรัมย์" ที่จะจัดขึ้น 19-21 เม.ย.นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กลายเป็นอีกหนึ่งพันธกิจ ที่ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งออกมาเป็นแกนหลัก ในการสร้างความเข้าใจสู่สังคม ผ่านบริบทใหม่ "กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นโอกาสใหม่ให้กับคนไทยในการรักษาโรค สร้างงานสร้างรายได้ และพลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศในอีกมิติ "

หัวใจสำคัญของงาน มหกรรม "พันธุ์บุรีรัมย์" อยู่ที่การได้ร่วมรับฟังเสวนาจากแพทย์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมายระดับประเทศทุกแขนง ที่จะให้ความรู้ ในการนำกัญชาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน กิจกรรมเวิร์คช็อปวิธีปลูกและแปรรูปนิทรรศการการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย

, จำลองการปลูกจนถึงกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันกัญชา,

กัญชาสายพันธุ์ต่างๆ

,

รวมทั้ง นิทรรศการอาหารจากกัญชารักษาโรค,

บูธขายสินค้าสมุนไพรไทยและสุขภาพ,

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชารวมถึงเปิดให้จดแจ้งครอบครองกัญชาแก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ สำหรับผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์เปิดลงทะเบียนและรับรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย



ทั้งนี้ จากการที่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่

7)พุทธศักราช2562

ได้อนุญาตให้มีการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์

ดังนั้นเพื่อเป็นการให้ความรู้และแนะนำแนวทางปฏิบัติจริงแก่ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และรักษาอาการของโรคได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดจังหวัดบุรีรัมย์ในฐานะองค์กรของรัฐได้ร่วมกับองค์กรภาคประชาชน และภาคเอกชน จัดกิจกรรมให้ความรู้เพื่อการใช้กัญชาอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ทั้งการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนปัจจุบัน

ให้แก่ผู้เจ็บป่วย ผู้ที่มีความสนใจเรื่องสุขภาพและประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจในการใช้กัญชาบนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฏหมายอย่างแท้จริง

และงาน " พันธุ์บุรีรัมย์"ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง ในการสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้


เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีบทบาท กับการผลักดันในเรื่องนี้ กล่าวว่า

จะเกิดประโยชน์เป็นวงกว้าง หากนำกัญชามาใช้ได้อย่างเสรี จะเห็นว่ามีงานวิจัยทางการแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมากยืนยันว่ากัญชาเป็นพืชที่มีคุณค่าทางการแพทย์ หลายประเทศในโลก รวมทั้งประเทศไทยอนุญาตให้มีการผลิตกัญชา เพื่อการแพทย์อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วอีกทั้งองค์การอนามัยโลกได้ศึกษาวิจัยและระบุว่า สารสกัดในกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดแต่มีสรรพคุณรักษาโรค และมีองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์

"ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดประเทศหนึ่งในโลกและมีมาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ด้านความปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ได้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มผสมกัญชาในร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปอย่างเปิดเผยและได้รับความนิยมไม่น้อยกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างสินค้าที่คนไทยทำได้และมีตลาดรองรับ อยู่ที่เราจะเลือกว่าเราเลือกเป็นผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ หรือ เลือกที่จะเป็นผู้ซื้อ ผู้บริโภคและต้องจ่ายเงินออกไป กัญชาไม่ใช่แค่ยาเพื่อผู้ป่วยแต่เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งยังเป็นโอกาสใหม่ของคนไทย"

เนวิน กล่าว

นพ.สมยศ กิตติมั่นคงผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็ง กล่าวว่า กัญชาคือยารักษาโรคไม่ใช่ยาเสพติดซึ่งหลายประเทศพิสูจน์มาแล้วจากงานวิจัยสถานการณ์ในขณะนี้ ไทยยังก้าวช้าไปด้ทั้งที่คนไข้เรากำลังทุกข์ทรมานเดือดร้อน แต่ยังต้องรอวิจัยอีก

5 ปี ปัญหาคือ แล้วเมื่อไหร่จะได้ใช้



"

เราแก้ปัญหาง่ายๆได้หลายอย่างใช้ในรูปแบบสมุนไพร ประหยัดเงินค่ายา ไม่สะสมตกค้างในร่างกาย ไม่มีผลข้างเคียง จากการใช้ยาที่เป็นเคมีผมเห็นว่างานพันธุ์บุรีรัมย์เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ที่จะตอบคำถามว่าเราจะไปสู่กัญชาเสรีได้หรือไม่ คนไทยจะใช้กัญชารักษาโรคด้วยตัวเองได้หรือไม่มีวิธีการอย่างไรบ้าง"

นพ. สมยศ กล่าว

ศ.ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ราชบัณฑิตราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า กัญชาเองมีประโยชน์มหาศาลโทษมีน้อยมาก ทั้งด้านอาหารและยา มีสาร

2ชนิดหลักที่ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ คือ สาร CBD (Cannabidiol)

ซึ่งมีฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนและการบวมอักเสบของแผล และ สาร THC(Tetrahydrocannabinol)

ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดซึ่งปัจจุบันได้มีการนำกัญชามาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อนำสารทั้ง 2

ชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ อาทิ โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน โรคมะเร็งระยะสุดท้ายและ HIV

"

อนาคตกัญชาจะเป็น "สตาร์ทอัพ"แบบออนไลน์ดีกว่า ถั่งเช่าจะทำให้ประเทศไทยและเด็กไทยสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่สามารถนำไปใช้พัฒนาต่อยอดประกอบธุรกิจได้อีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนำไปใช้ประกอบอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ช็อกโกแลต ซอสปรุงรส ฯลฯ ที่สำคัญลงทุนน้อยเป็นพืชเศรษฐกิจแสนล้าน สามารถส่งออกต่างประเทศได้กำไรมหาศาล เช่นเดียวกับที่ประเทศชั้นนำของโลกเริ่มลงมือกันแล้ว"ศ.ดร.สิริวัฒน์

กล่าว



.



.



.



.


"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย โสภณ เพชรแท้ | ภาพโดย บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต