Search

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ทัพเรือภาค 3 ตรวจสอบที่พักลอยน้ำกลางทะเลตามแนวทาง Seasteading เตรียมแจ้งความดำเนินคดี หลังพบเป็นการทำผิดตามกฎหมายประมวลอาญามาตรา 119 นอกจากนี้ยังเป็นการละเมิดสิทธิอธิปไตยของประเทศไทยที่มีเหนือเขตต่อเนื่องตามข้อ 56B และข้อ 60 วรรค 7 และ วรรค 8 ของอนุสัญญากฎหมายทะเล ค.ศ. 1982

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 เวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ ได้รายงานความสำเร็จของ Chad Andrew Elwartowski และ Nadia Summergirl ในการสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ซึ่งบุคคลทั้งสองได้โฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดดังกล่าว มาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต ในบริเวณอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย โดยประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจและมีการตั้งข้อสังเกตว่าสามารถทำได้หรือไม่อย่างไร

เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 13 เมษายน 2562 ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) โดยพลเรือตรีกฤษณะ กุณฑียะ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ผู้แทนผู้อำนวยการ ศรชล.เขต 3 พร้อมด้วยพันตำรวจเอกขวัญชาติ วงค์ขจรไพรบูลย์ ผกก. 8 บก.รน, นาวาโท โกวิท ตาละโสภณ ฝ่ายกฎหมาย ศรชล., นายปิยะวัฒน์ ทองขาว เจ้าพนักงานตรวจท่า ปฏิบัติการ ผู้แทน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, เรือเอกประสงค์ แสนประสิทธ์ ผู้บังคับการเรือ ต.991 และว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอเมืองภูเก็ต ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตร่วมกันแถลงข่าวถึงผลการตรวจสอบการก่อสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ซึ่งมีการก่อสร้างกลางทะเล ระยะ 12 ไมล์ทะเลจากเกาะราชาใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต

.

พลเรือตรีกฤษณะ กล่าวว่า ภายหลังจากที่เวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ ได้รายงานความสำเร็จของการสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ในทะเลใกล้ๆ กับเกาะภูเก็ต และเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมาทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับรายงานว่า มีการตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างในทะเลไม่ปรากฏสัญชาติ โดยอยู่ห่างจากเกาะราชาไปประมาณ 12 ไมล์ทะเล และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (13 เม.ย.) ได้จัดเรือ ต.991 พร้อมชุดสหวิชาชีพ และฝ่ายกฎหมาย ศรชล. เข้าดำเนินการตรวจสอบ พบสิ่งก่อสร้างในทะเล เป็นอาคารพักอาศัยลอยน้ำของกลุ่ม Seasteading ตามที่มีการประกาศในเวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ดังกล่าว

"เมื่อเรือ ต.991 ได้เดินทางไปถึงยังจุดเป้าหมายก็ได้พยายามติดต่อทางวิทยุมารีนแบน ช่อง 16 กับสิ่งปลูกสร้างของกลุ่ม Seasteading ปรากฏว่าไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด เรือ ต.991 จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นสิ่งปลูกสร้างลอยน้ำไม่ปรากฏสัญชาติและไม่มีผู้อยู่อาศัย และในระหว่างทำการตรวจสอบอยู่นั้น เรือ ต.991 ได้แจ้งเตือนเรือสินค้าจำนวน 3 ลำ ให้ระมัดระวังในการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าวเพราะสิ่งก่อสร้างได้ปลูกสร้างในเส้นทางการเดินเรือปกติ"

พลเรือตรีกฤษณะ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจการด้วยสายตาพบว่า อาคารของกลุ่ม Seasteading มีขนาด 3X3 เมตร มีลักษณะเอียงไปทางด้านข้าง จึงได้ส่งชุดตรวจเยี่ยมเข้าทำการตรวจสอบภายในพบมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีพครบครัน และจากการตรวจสอบทางการข่าวได้ยืนยันแนวความคิดของกลุ่มดังกล่าว ว่าจะเป็นการทำให้เอกราชของประเทศไทยเสื่อมเสีย เนื่องจากพื้นที่ทางอาณาเขตประเทศไทยบางส่วนจะถูกรบกวนสิทธิจากกลุ่มคนดังกล่าวอันเป็นความผิดตามกฎหมายประมวลอาญามาตรา 119 และการสร้างสิ่งปลูกสร้างของกลุ่ม Seasteading เป็นการละเมิดสิทธิอธิปไตยของประเทศไทยที่มีเหนือเขตต่อเนื่องตามข้อ 56B และข้อ 60 วรรค 7 และ วรรค 8 ของอนุสัญญากฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 นอกจากนี้จากากรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ภูเก็ตพบว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นขออนุญาตแต่อย่างใด

ทั้งนี้จากการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานต่างๆ มีความเชื่อได้ว่า การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เอกราชของประเทศไทยเสื่อมเสียและเนื่องจากอาณาเขตประเทศไทยบางส่วนจะถูกรบกวนสิทธิ ทางทัพเรือภาคที่ 3 จะมอบหมายให้ทหารพระธรรมนูญ แจ้งความดำเนินการคดีกับผู้ก่อสร้างสิ่งปลุกสร้างดังกล่าว ที่ สภ.วิชิต ภายในวันนี้ (13 เม.ย.62 )

ส่วนของการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกจากเส้นทางการเดินเรือนั้นอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า โดยเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ซึ่งต้องใช้เวลาเล็กน้อย เนื่องจากจะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายที่กำหนด คือ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย เพราะหากปล่อยไว้อาจจะส่งผลกระทบต่อการเดินเรือได้ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไม่มีความแข็งแรง การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีแสงสว่างเพียงพอ หากมีเรือเฉี่ยวชนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวก็จะก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาด้วย

อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างที่พักลอยน้ำของกลุ่ม Seasteading นั้นมีจำนวน 20 ยูนิต แต่ที่สร้างแล้วมีเพียง 1 ยูนิต และคาดว่าน่าจะเป็นตัวอย่าง ซึ่งการดำเนินการนั้นเป็นของสองสามีภรรยา โดยสามีเป็นชาวต่างชาติ และภรรยาเป็นคนไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าภรรยาดำเนินธุรกิจบิทคอยน์ และอาศัยอยู่ในภูเก็ต ส่วนของสิ่งปลูกสร้างที่นำไปติดตั้งในทะเลนั้นก็มีการว่าจ้างดำเนินการที่ภูเก็ตก่อนที่จะลากไปติดตั้งดังกล่าว...

.

.

.

192.168.52.212