Search

วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ความร้อนแรงของการเมืองที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสภาพอากาศหน้าร้อนของไทย ทั้งคนข่าวทั้งประชาชนทั่วไป เทความสนใจไปที่ข่าวการเมืองหลังการเลือกตั้งเสร็จแต่ยังไม่จบ แต่จู่ๆ กลับปรากฏข่าวฮือฮาครั้งใหญ่ในแวดวงสีกากี ชนิดที่กลบกระแสการเมืองกันเลยทีเดียว ทั้งนักข่าวและตำรวจเช็กกันอุตลุดกับข่าว "เด้งฟ้าผ่า" นายพลหนุ่มคนดัง

กระแสข่าวถูกลือสะพัดตั้งแต่ค่ำวันที่ 5 เมษายน ก่อนมาคุหนักในเช้าวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แทนที่จะเป็นวันพักผ่อนหย่อนใจ แต่ใครต่อใครก็อยากจะรู้เรื่อง และถามหาคำสั่งเด้ง และแล้วข่าวลือที่ว่าก็ถูกตอกย้ำว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สะบัดปลายปากกาเซ็นคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 232/2562 ลงวันที่ 5 เมษายน 2562 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคารที่ 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย

จนถึงนาทีนี้ปม "เด้งสายฟ้าแลบ" บิ๊กตำรวจหนุ่มดาวรุ่งพุ่งเร็ว เจ้าของฉายา "บิ๊กโจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ไปเดินสะดุดทำผิด ทุจริตอะไร เพราะนอกจากคำสั่งที่ปรากฏ ยังไม่มีผู้ใหญ่คนไหนออกมาให้ข้อมูลชี้แจงแถลงไขให้เข้าใจตรงกันถึงการย้ายขาดนายพลดาวรุ่งครั้งนี้ ทุกคนยังปิดปากเงียบ โดยเฉพาะ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถมเป็นผู้ควบคุมกลไกในรั้วสีกากี ทั้งๆ ที่ "บิ๊กโจ๊ก" เป็นนายตำรวจที่ประสานงานทำงานใกล้ชิด หรือแม้แต่ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เป็นผู้บังคับบัญชาและเซ็นคำสั่งด้วยตัวเอง ทำให้สังคมได้แต่คาดเดา ผูกเรื่องโยงสาเหตุไปต่างๆ นานา ผสมผสานวิเคราะห์วิจารณ์จับแพะชนแกะกับข้อมูลที่เกิดขึ้นหลังคำสั่งชวนสงสัย

ท่ามกลางกระแสข่าวลือในตอนนั้น เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2562 ให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่ออกจากราชการแล้วได้ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่ "บิ๊กโจ๊ก" ถูกผูกเรื่องโยงถึงที่มาของการเด้งดังสนั่นวงการครั้งนี้ เห็นทีจะไม่พ้นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจหลังการยึดอำนาจของ คสช. โดยช่วงปีหลังๆ "บิ๊กโจ๊ก" ในฐานะคนสนิท "บิ๊กป้อม" เป็นนายพลหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรง มียศมีตำแหน่งข้ามหัวรุ่นพี่ โตไว ได้ยศ "พล.ต.ท." คุมหน่วยสำคัญอย่าง สตม. และมีบทบาท หรือจะเรียกว่ามีอิทธิพลต่อโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ มีคนวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย

จะว่าไปแล้วการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึง สารวัตร (สว.) เพิ่งเสร็จสิ้นก่อนเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน แต่กว่าโผจะคลอดก็ลุ้นกันคางเหลือง จะออก ไม่ออก เลื่อน ไม่เลื่อน กระทั่งมีคำอธิบายว่า ที่ช้าเพราะรายชื่อมีเยอะ ติดขัดด้านธุรการ ต้องตรวจสอบให้ถ้วนถี่ ป้องกันความผิดพลาดซ้ำซ้อน ถึงกระนั้นก็มีรายงานข่าวว่า มีกองบัญชาการสำคัญแห่งหนึ่ง ถูกแทรกแซงเปลี่ยนโผ มีสายการเมืองบังคับบิ๊กตำรวจส่งเด็กของตัวเองเข้ามาเบียด สุดท้ายก็มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง มีการแก้ไขและยกเลิกคำสั่งเดิม มีตำรวจหลายตำแหน่งที่ถูกเบียดเข้ามาในกองบัญชาการแห่งนี้ถูกยกเลิกคำสั่งไปด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีบางกระแสที่ลือกัน เนื่องจากมีการโยกย้ายข้าราชการตำรวจจากถิ่นภูธรพื้นที่อีสานใต้ที่ไม่มีความชำนาญ เข้ามาดูแลงานในพื้นที่สำคัญยิ่งยวดเขตนครบาล จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อการปฏิบัติราชการสำคัญ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันหลังคำสั่งเด้งที่เกิดขึ้นปรากฏชัด ยังมีข่าวลือผูกโยงพฤติกรรมเรื่องการทุจริตต่างๆ ออกมาวิพากษ์กันไม่หยุด อาทิ เรื่องการเช่ารถสายตรวจของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) ที่มีมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท แต่มีพิรุธเกี่ยวกับการประกวดราคา และสัญญาเช่า รวมถึงวันส่งมอบรถ

ที่สาธยายมายังเป็นแค่บางส่วนบางตอน ซึ่งยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือที่รอการยืนยัน แต่เพียงเท่านี้น่าจะถูกใจบรรดาโจทก์ของ "บิ๊กโจ๊ก" ที่เคยถูกปราบแทบเหี้ยนอย่างขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งถูกตามยึดทรัพย์แทบหมดตัว รวมถึงช่วงก่อนจะมีการเลือกตั้งยังเดินหน้าปราบนายทุนเงินกู้นอกระบบดอกโหด ยึดโฉนดคืนลูกหนี้ จับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล คสช. เพราะมีหมายจับนายทุนปล่อยกู้เอารัดเอาเปรียบ โดนข้อหาฉ้อโกงกันไปหลายราย

จากคำสั่งที่เกิดขึ้น จึงนับว่าเป็นวิบากกรรมของ "บิ๊กโจ๊ก" ที่วันนี้ไม่ได้ "หวานเจี๊ยบ" เหมือนเก่าก่อน เพราะน่าจะเป็นสิ่งที่ใครต่อใครคาดไม่ถึง แม้แต่ตำรวจด้วยกันเอง เนื่องจากมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ปราบปรามจับกุมสารพัด มีชื่อมีหน้าออกสื่อทุกแขนงทุกวัน เส้นทางที่เดินมาเหมือนถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ อนาคตสดใสสุดๆ ตำแหน่ง ผบ.ตร.ในอนาคตอันไม่ไกลก็น่าจะจับต้องได้ถ้าไม่สะดุดขาตัวเองล้มหัวทิ่มเสียก่อน

สำหรับการประชุม ก.ตร. ในวันอังคารที่ 9 เมษายนนี้ มีรายงานว่า จะเป็นการแต่งตั้ง "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ถูกย้ายเข้ากรุ ศปก.ตร. ไปเป็น ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วพิจารณาคนอื่นมาขึ้นแท่นนั่ง ผบช.สตม. แทน

อำนาจที่เต็มไม้เต็มมือของ "บิ๊กโจ๊ก" ถึงวันนี้ต้องมลายหายไป ส่งผลให้นายพลหนุ่มดาวรุ่งที่กำลังพุ่งพีคสุดขีดต้องชะงักงันแบบกะทันหัน และไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เขาจะมีความผิดถูกแจ้ง 6 ข้อหา ตามข่าวลือหรือไม่ เส้นทางราชการที่กำลังสวยหรูจะได้ไปต่อ หรือจะหยุดพอแค่นี้ เดี๋ยวคงได้รู้กัน..!!

192.168.52.213