ศาลสูงกัวลาลัมเปอร์เริ่มเปิดการพิจารณาคดีนายนาจิบ อดีตผู้นำวัย 65 ปี ในข้อหาละเมิดต่อหน้าที่ 3 กระทง ใช้อำนาจในทางมิชอบ 1 กระทง และฟอกเงิน 3 กระทงเกี่ยวข้องกับเงิน 42 ล้านริงกิตหรือราว 320 ล้านบาท ที่ทยอยโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขา 3 ครั้ง ช่วงวันที่ 17 ส.ค. 2554 - 8 ก.พ. 2555 โดยเงินดังกล่าวมาจากบริษัท เอสอาร์ซี อินเตอร์แนชันแนล ซึ่งเคยเป็นบริษัทในเครือของกองทุนพัฒนาแห่งชาติ หรือ วันเอ็มดีบี ที่นาจิบก่อตั้งขึ้น และเงินจำนวนนี้เป็นเพียงส่วนน้อยจากเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ ที่เชื่อว่าเขายักยอกมาจากวันเอ็มดีบี
ทอมมี โทมัส หัวหน้าอัยการ แถลงเปิดคดีโดยระบุว่าอัยการจะพิสูจน์ให้เห็นว่านาจิบใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังทำให้ได้เงินจำนวนดังกล่าว และมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้แก่บริษัทเอสอาร์ซีอินเตอร์แนชันแนล
นอกจากนี้อัยการเบิกพยานปากแรกเข้าให้การ และทนายของนาจิบได้ซักค้านพยานการไต่สวนวันแรกจบลงโดยผู้พิพากษานัดไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 15 เม.ย.และจะดำเนินต่อไปถึงวันที่ 10 พ.ค หากศาลตัดสินว่านาจิบกระทำผิดจริง เขาอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี และถูกปรับเงิน 5 เท่าของจำนวนเงินที่กระทำผิด หรือ5 ล้านริงกิต โดยให้เลือกจำนวนเงินที่สูงกว่า
เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดพิจารณาคดีวันนี้มีขึ้นในวันครบรอบ 10 ปีที่นาจิบรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพอดีเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ปี 2552 หลังจากทนายของเขาเป็นฝ่ายขอเลื่อนหลายครั้งจากเดิมที่มีกำหนดเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ.คดีทุจริตวันเอ็มดีบีเป็นคดีที่เกี่ยวโยงและมีการสอบสวนในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐ ที่เชื่อว่า มีการยักยอกเงินมากถึง 4,500 ล้านดอลลาร์จากวันเอ็มดีบี และเงินเหล่านี้อาจถูกฟอกผ่านสถาบันการเงินของสหรัฐ