สื่อต่างประเทศรายดังกล่าวได้เปิดเผยข้อมูลอีกว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มอบหนังสือทั้งที่เป็นภาคภาษาอังกฤษ และ ภาษาเกาหลีให้กับผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อแสดงจุดยืนของสหรัฐฯ ที่มีความต้องการให้ทางด้านเกาหลีเหนือ ส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งหมดให้กับสหรัฐฯ จนกลายเป็นที่มาว่าการนัดทานอาหารเที่ยง ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ของทั้งสองถูกยกเลิกอย่างกะทันหัน และไม่มีใครออกมาชี้แจงรายละเอียดใด ๆ อีกสำหรับหนังสือที่ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งให้กับ คิม จอง อึน นั้นจะถูกยืนยันเป็นครั้งแรกทางสาธารณะโดยนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว โดยเนื้อหาได้ระบุในหนังสือว่า ทางเกาหลีเหนือสมควรที่ต้องส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองพร้อมกับวัสดุฟิสไซล์ ซึ่ง หมายถึงวัสดุที่สามารถรักษาปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ฟิชชันให้ยั่งยืน ให้กับสหรัฐฯ
นอกจากการส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ ให้กับสหรัฐฯแล้ว เกาหลีเหนือยังจะต้องยอมให้สหรัฐฯ และนานาชาติเข้าไปตรวจสอบได้ด้วย นอกจากนั้นแล้วยังต้องยุติการก่อสร้างที่จะนำไปสู่การพัฒนานิวเคลียร์ในอนาคต รวมถึงการที่จะต้องสั่งย้ายนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดไปทำหน้าที่อย่างอื่น ไม่ให้เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์อีกต่อไป หลังจากการหารือซัมมิต ทางเกาหลีเหนือได้ออกมากล่าวหาโบลตันและไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯว่าทำตัวเป็นเหมือนแก๊งอันธพาลต่อข้อเรียกร้อง และทางเกาหลีเหนือพิจารณายุติการหารือกับสหรัฐฯชั่วคราว และอาจกลับไปพิจารณาใหม่อีกครั้งถึงการเสนอตัวของเกาหลีเหนือในการยอมยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และมิสไซล์
จากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าผู้นำสหรัฐฯ กำลังใช้ซีเรีย โมเดล มาใช้กับทางด้านเกาหลีเหนือ บีบให้เกาหลีเหนือให้ทำตาม และถ้าเดินหน้าต่อในกระบวนการดังกล่าวไปจนสุดทางโอกาสที่จะเกิดสงครามขึ้นในเกาหลีเหนือ ก็คงไม่ต่างอะไรกับซีเรียนั่นเอง