Search

วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เผื่อหลายคนคิดถึงกัน ว่าพี่โน่ หายไปไหนทำไมไม่มาชวนกันไปเพิ่มน้ำหนักอีก ตอนนี้พี่โน่ เลยกลับมาทักทายพอเป็นน้ำจิ้มก่อน จะเรียกว่าน้ำจิ้มได้มั้ยก็ต้องอ่านกันดู อาจจะไม่ได้ชวนท้องร้อง แต่ไม่แน่ใครอยากไป เมียนมาร์ คอลัมนี้อาจช่วยทำให้คุณล็อกเป้าหมายก็ได้

ตามตำราเรียน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือ พม่า ที่เราเรียกกันนั้น กับประเทศไทย ถือว่ามีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกันยาวนาน ที่เด่นชัดคงไม่พ้นเรื่องการสงคราม แต่นี่ยุคเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงเข้าหากันแล้ว หากเราก้าวข้ามอดีตที่ถูกสอนมาได้และยึดไว้เป็นแบบเรียนเพิ่มความรู้ ต่อยอดสู่ตำราแห่งโลกอนาคตที่ทุกชาติจับมือเป็นพันธมิตรกัน อย่างการพยายามของผู้นำในประชาคมอาเซียน ก็จะเปิดมุมมองใหม่ได้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ รากฐานทางวัฒนธรรมของบ้านเมืองนั้น ๆ ที่น่าสนใจอย่างมาก

และเมียนมาร์เอง ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ตั้งอาณาจักรที่แสนจะฟู่เฟื่องครั้งบรรพกาล "พยู"คืออาณาจักรหนึ่งที่ถือว่า รุ่งเรืองไม่แพ้มหานครใด ๆ ในยุคเดียวกัน ด้วยสติปัญญา ฝีมือ ทำให้เกิดสถาปัตยกรรม มากมายที่เชื่อมโยงกันทั้งศาสนา ความเชื่อ ธรรมชาติ จนแพร่กระจายความเจริญไปยัง เมืองใกล้เคียงและนั่นนำไปสู่ "เมืองศรีเกษตร"มรดกโลกแห่งแรกของเมียนมาร์ เนื่องจากอาณาจักพยู เมืองศรีเกษตร นั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เมืองแปร ของเมียนมาร์ในปัจจุบัน อยู่ทางตอนเหนือ ของประเทศ และด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ จากสื่อที่รายงานต่อเนื่องเกี่ยวกับเมียนมาร์ ทำให้การพัฒนาค่อนข้างจะล่าช้า การเดินทางไปเมืองแปร จึงต้องใช้เวลาร่วมครึ่งวัน นับจากสนามบิน ณ นครย่างกุ้ง

.

บนพื้นที่รัศมีกว่า 5 ตารางกิโลเมตร ที่เห็นตามแผนที่นั้นคืออาณาเขตที่ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นอาณาจักรโบราณที่ชื่อว่าเมืองศรีเกษตร ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มเมืองโบราณของอาณาจักรพยู อีกอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองสมัยต้นพุทธกาล 2500 ปี หรือก่อนเริ่มพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบันนั้นตั้งอยู่ ณ เมือแปร ของประเทศพม่า และด้วยหลักฐานสำคัญต่าง ๆ ที่หลงเหลือไว้ทั้งวัตถุโบราณ งานสถาปัตยกรรม ที่โดดเด่นแม้อยุ่ท่ามกลางแมกไม้ จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้ถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเมียนมาร์เป็นที่แรกเมื่อปี 2014

ในปัจจุบันแม้พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาร์แห่งนี้จะได้รับการดูแลจากยูเนสโก แต่ก็ยังให้คนในพื้นที่ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่เดิมนั้นสามารถอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ ซึ่งอาชีพส่วนใหญ่นั้นทำเกษตรกรรมเป็นหลัก พร้อม ๆ กับการทำหน้าที่เป็นผู้อนุรักษ์และดูแลรักษาสถานที่สำคัญนี้ไว้

ซากสถาปัตยกรรมที่หลงเหลือให้เห็นอย่างชัดเจนของเมืองศรีเกษตร คือเหล่าเจดีย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มเจดีย์ลองฟางหรือทรงกระบอก ได้แก่ เจดีย์ปยาจี, เจดีย์ปยามา และเจดีย์บอบอจี ส่วนกลุ่มที่ 2 คือวิหารกู่ปายา ซึ่งวิหารเกล่านี้จะสามารถเดินเข้าไปได้ และยังมียอดเจดีย์ที่เด่นชัด ประกอบด้วยวิหารเซกูตะวันออก วิหารเลมเยธนา และวิหารเบเบ ซึ่งองค์ที่สันนิษฐานว่าเป็นองค์จำลองศิลปะดินเดียมาอย่างละเอียดนั้นคือเหล่าวิหารที่เหลือแต่ฐานรากและภาพจำลองให้ได้เห็นกัน ซึ่งหากมองจากภาพมุมสูงนั้นจะเห็นบันไดทางขึ้นจากทั้ง 4 ทิศ พร้อมกับลวดลายรูปสถาปัตยกรรมที่แกะสลักจากหินที่ปรากฏอยู่

.

เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจถึงรากแก่นักท่องเที่ยวนั้น พิพิธภัณฑ์จึงเป็นแหล่งศึกษาและรวบรวมข้อมูลไว้อย่างละเอียดกระชับ ถึงอาณาจักรพยู และเมืองศรีเกษตร ที่สันนิษฐานว่าชาวพยู นั้นน่าจะเป็นชนชาติที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนชาวพม่าดั้งเดิม ตามที่นักวิชาการได้สันนิษฐานไว้ นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองศรีเกษตร ยัง รวบรวมงานประติมากรรมบางส่วน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธทั้งนิกายเถรวาทและมหายาน รวมถึงศาสนาฮินดูด้วย อาทิ พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพุทธรูปปางแสดงธรรม พระพุทธรูปขัดสมาธิราบเหนือบัลลังก์สูง ประติมากรรมนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระนารายณ์ทรงครุฑ ซึ่งทั้งสิ้นเป็นรูปแบบศิลปะคุปตะ และศิลปะปาละ ช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 9 - 16 ด้วย

     นอกจากทางการเมียนมายังเตรียมเสนอสถานที่สำคัญอีกหลายสถานที่เพื่อทำการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไปในอนาคตด้วย อาทิ มหาเจดีย์ชเวดากอง พุกาม หมูเกาะมะเร็ด

พี่โน่- รัชษนนท์ เนาว์สุวรรณ “กิน-เที่ยว-ชิว” ในสไตล์แฮปปี้ ราคาเบากระเป๋าแบบกันเอง ทั่วแคว้นแดนสยาม ในฉบับ "พี่โน่" ที่จะพาคุณผู้อ่านร่วมสัมผัสความฟินไปด้วยกัน แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองไทย ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ และอย่าลืมมา "ล็อกพิกัดปักหมุด" สถานที่ต่างๆ ไปพร้อมกัน

บทความล่าสุด

192.168.52.212