Search

วันเสาร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ฮาคีม อัล อาไรบี อดีตนักเตะทีมชาติบาห์เรน ได้เดินทางถึงออสเตรเลียแล้ว หลังจากได้รับอิสรภาพและเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ท่ามกลางฝูงชนให้กำลังใจกันมากมาย

ฮาคีม อัล อาไรบี เดินทางถึงนครเมลเบิร์นของออสเตรเลีย โดยเครื่องบินการบินไทย หลังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ประเทศไทยนานกว่า 2 เดือน ซึ่งเขาได้กล่าวต่อสื่อมวลชนและอดีตนักฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลีย เกรก ฟอสเตอร์ หัวหอกที่เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปล่อยตัวฮาคีม ที่ไปรอที่สนามบินว่า "ผมต้องขอขอบคุณออสเตรเลีย และประหลาดใจมากที่ได้เห็นว่าผู้คนสนับสนุนเขาอย่างไร ผมจะเข้มแข็งให้มากขึ้นเพื่อประเทศนี้ เพื่อออสเตรเลีย ประเทศของผมคือออสเตรเลีย ผมรักออสเตรเลีย"

ผู้สนับสนุนฮาคีมหลายร้อยคน สวมเสื้อยืดติดแฮชแท็ก #SaveHakeem ได้ส่งเสียงร้องตะโกนสนับสนุนตอนที่เขาเดินผ่านช่องทางผู้โดยสารขาเข้าภายในเทอร์มินัลของสนามบินนานาชาติ ทัลลามารีน ในนครเมลเบิร์น

ฮาคีมเคยเป็นนักเตะทีมชาติของบาห์เรน แต่เขาวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ AFC และสมาชิกพระราชวงศ์บาห์เรน อย่างเปิดเผย ก่อนหนีออกจากบาห์เรน เมื่อปี 2557 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย ทั้งยังลงเล่นฟุตบอลกึ่งอาชีพให้สโมสรปาสโก เวล ทีมในศึกเนชันแนล พรีเมียร์ลีก นครเมลเบิร์น ของออสเตรเลีย ที่ล่าสุดมีข่าวว่าเตรียมเสื้อเบอร์ 5 ไว้ให้ฮาคีมแล้ว

( ผู้สนับสนุนฮาคีม อัล อาไรบี ร้องเพลงYoull Never Walk Alone ขณะรอฮาคีม มาถึงที่สนามบินเมลเบิร์น )ฮาคีม ถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเดินทางโดยเครื่องบินโดยสารสารการบินเจ็ต สตาร์ มาจากเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน เพื่อมาฮันนีมูนกับภรรยา โดยเป็นไปตามหมายแดงของตำรวจสากล ในความผิดฐานทำลายสถานีตำรวจในบาห์เรนเมื่อปี 2555 ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาจากหลายฝ่าย รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและวงการฟุตบอล และเกิดกระแสทั้งแง่บวกและลบต่อทางการไทยในโลกโซเชียล มีเดีย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ได้โพสต์รูปฮาคีมบนเครื่องบิน แจ้งว่าเขากำลังเดินทางกลับไปหาครอบครัวแล้ว พร้อมกับข้อความขอบคุณชาวออสเตรเลียที่ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ ให้ลุล่วงด้วยดี และบอกอีกว่าซาบซึ้งใจและขอบคุณที่รัฐบาลไทยพาฮาคีมกลับไปหาครอบครัวที่ออสเตรเลีย

เรื่องโดย คมชัดลึกออนไลน์

192.168.52.213