Search

วันพุธ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ภาครัฐ-เอกชนมองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีนี้ ยังคงเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เพราะบรรยากาศการใช้จ่ายมีความไม่แน่นอน ส่วนนักท่องเที่ยวจีน คงไม่เติบโตในอัตราเดิม เพราะทะลุ 10 ล้านคนแล้ว

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬาวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ระบุภาพรวมการท่องเที่ยวปีนี้ยังต้องเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นซึ่งอาจทำให้เงินไหลไปเงินฝากมากกว่านำไปลงทุน ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการตัดสินใจใช้จ่าย และการตัดสินใจท่องเที่ยวสิ่งที่ภาคท่องเที่ยวไทยต้องเร่งทำคือการบริหารความประทับใจของนักท่องเที่ยวซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาจากบริการรถแท็กซี่ รวมทั้งปัญหาความแออัดของสนามบินหลักอย่างสุวรรณภูมิและดอนเมืองซึ่งต้องเร่งขยายหลุมจอด ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อม จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลความสะอาดของแหล่งท่องเที่ยวด้านนายกสมาคมโรงแรมไทยหรือทีเอชเอ ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ ระบุ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยปีนี้ยังมีความท้าทายเพราะบรรยากาศการใช้จ่ายมีความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกเป็นตัวแปรสำคัญส่วนประเด็นนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของผู้ประกอบการโรงแรมเกือบทุกแห่งทิศทางปีนี้คงไม่เติบโตในอัตราเร่งเดิม หรือมากกว่า 15% ต่อปีอีกต่อไปเพราะฐานใหญ่ขึ้นทะลุ 10 ล้านคนแล้ว โดยมีแนวโน้มขยายตัวราว 10%หรือเพิ่มเป็น 11 ล้านคนในปีนี้ทั้งนี้สมาคมฯมองว่าปีนี้ภาคท่องเที่ยวจะเป็นตัวรองที่เข้าไปช่วยเสริมเศรษฐกิจมากกว่า เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงอย่างเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตาในภาวะที่ยังไม่เห็นปัจจัยบวกอื่นใดเข้ามาช่วยอย่างชัดเจนส่วนปัจจัยการเมืองภายในประเทศ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พยากรณ์ได้ยากที่สุดโดยในมุมของผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวขออย่างเดียวคืออย่ามีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นส่วนผลกระทบพายุปาปึกที่เกิดขึ้นนั้นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อนุสรณ์ ธรรมใจ มองว่ากระทบการท่องเที่ยวและกิจกรรมเศรษฐกิจภาคใต้ระยะสั้นเท่านั้นหากสามารถฟื้นฟูพื้นที่ได้รับความเสียหายได้อย่างรวดเร็วจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่เกิน2,500 ล้านบาท

192.168.52.213