Search

วันศุกร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

EP2 : ริมน้ำโรน ฝรั่งเศสตอนใต้ (ภาคต่อ เมืองที่ 2 )เมืองวิเวียร์ เป็นเมืองท่าที่มีความร่ำรวยมากกกกกกกก ในช่วงศตวรรษที่ 15แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นเมืองเล็ก ที่น่ารักม๊ากกกกกกกก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโรนในรอบนี้เราจะขอย้อนยุคไปในย่านของเมืองเก่า ที่ปัจจุบันมีผู้อาศัยอยู่เพียง 150 คน เท่านั้นเองโอ้ววววว จากเมืองที่ค่าขายร่ำรวย กลายเป็นเมืองที่เงียบเหงาไปซะแล้ว

"วิเวียร์"ก่อนมาที่นี่เฟรมพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้พอสมควรแต่มีอยู่น้อยมากและถ้ายิ่งเป็นข้อมูลจากคนไทยแล้วนั้น ยิ่งไม่มีเลยนี่อาจแสดงให้เห็นถึงว่าไม่ใช่เมืองนิยมที่คนไทยแวะเวียนมาเพราะไม่มีสถานที่ช๊อปปิ้ง หรือแหล่งรื่นเริง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามของตึกรามบ้านช่องที่สร้างมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 15 อิอิถ่ายรูปเพลินนนนนไปเลยจ้า

"Viviers" เป็นเมืองในเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนมีฤดูหนาวไม่หนักมาก ฤดูร้อน ฝน และ ใบไม้ร่วง ตอนที่เราไปอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแต่ก็เจอฝน และใบไม้ก็เริ่มร่วงด้วย เอ๊ะ! ครบเลยนะ จากการเดินทางของเราที่มาทางเรือตามแม่น้ำโรนก็จะมองเห็นปราสาทบนเนินเขาเด่นตระหง่านในย่านเมืองเก่า

เราเริ่มเดินผ่าน อุโมงค์ต้นไม่ที่เหมือนทำเราข้ามไปในสมัยที่เมืองนี้คราคร่ำไปด้วยเหล่าพ่อค้ามากมายต้นไม้ดูแปลกตา ต้นนี้มีชื่อว่า "เพลน" มีลักษณะใบคล้ายใบเมเปิ้ล ถ้าช่วงใบไม้ร่วงจะร่วงหมดทั้งต้น แม้แต่ก้านก็ไม่เหลือ จะเหลือเพียงลำต้นและกิ่งใหญ่ ถ้าเป็นต้นดั้งเดิมจะปลูกมาตั้งแต่สมัย ปี 1982 ที่ตัดถนนเส้นนี้ สังเกตได้จากขนาดของต้นและถ้าต้นไหนมีโพรง เนื้อไม้ดันออก ต้นนั้นอายุเยอะมาก เพราะปัจจุบันก็มีการปลูกเสริมทดแทนต้นที่ตายไป

ซึ่งถนนเส้นนี้ในสมัยที่เป็นเมืองท่านั้นตรงนี้ยังเป็นพื้นที่ของแม่น้ำโรนแต่เนื่องด้วยเวลาฤดูน้ำหลาก พื้นที่บริเวณนี้น้ำจะเอ่อล้นขึ้นมาจนต้องทำให้ถมที่ทำเป็นพื้นดินมาจนถึงปัจจุบัน

+

เราเริ่มเดินเข้าเขตุของเมืองเก่า ที่บ้านบางหลังมีอายุกว่า 700 ปี!!!เนื่องจากใน ศตวรรษที่ 5ก็เริ่มมีร่องรอยการมาสร้างที่อยู่อาศัยของชาวโรมัน แต่จะรุ่งเรืองสุดก็ช่วงศตวรรษที่15 และ 16ซึ่งเมืองนี้เหมือนเป็นศูนย์กลางของ ช่างฝีมือ พ่อค้าร่ำรวยจนถึงสามารถสร้างกำแพงเมืองป้องกันตัวเองจากสงครามได้เลยนะ

ตลอดเส้นทางที่เราเดินแทบไม่เป็นชาวพื้นเมืองเลยเนื่องจากปัจุบันมีผู้อาศัยอยู่เพียง 150 คน เท่านั้นเนื่องด้วยเมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลก จึงมีกฏข้อห้ามหลายอย่างทั้งห้ามปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคาร หรือแม้แต่รถใหญ่ก็เข้ามาที่นี่ไม่ได้จึงทำให้ร้านค้าต่างๆทยอยปิดเหลือเพียงร่องรอยของความร่ำรวยซึ่งในสมัยก่อนเขาวัดกันที่ประตูบ้านนะ ถ้าบ้านไหนเป็นประตูเหล็กถือว่ารวยม๊ากกก

และเมืองนี้มีความน่ารักตรงที่ถึงแม้บ้านบางหลังร้านค้าบางแห่งจะไม่มีคนอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีการวาดรูปหรือเขียนไว้ว่าตรงนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน เช่นเรื่องราวน่ารักที่ไกด์ท้องถิ่นเล่าให้เราฟังก็คือ

ในสมัยก่อนจะมีโรงอบขนมที่เป็นส่วนกลางของหมู่บ้านถ้าบ้านไหนอยากทำขนมก็สามารถนำมาอบกันได้ที่เตานี้และก็จะแบ่งปันกันโดยที่วางขนมที่นำมาอบแบ่งไว้ที่เตาอบด้วย น่ารักเนอะ

เดินผ่านโซนของเมืองเก่ามาเรื่อยๆก็จะมาเจอกับ มหาวิหารวีวีเย่ (Cathdrale de Viviers) หรือชื่อเต็มก็คืออาสนวิหารนักบุญบิเซนเตแห่งวีวีเยที่สร้างขึ้นตั้งแต่ คศ. 4 อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1960

บริเวณห้องโถงสวดมีความโอ่อ่าและงดงามทางสถาปัตยกรรมทั้งเพดานและหน้าต่างตกแต่งโดยรอบด้วยพรมแขวนผนังจากสำนักกอแบล็ง ตรงกลางมีแท่นบูชาแบบสถาปัตยกรรมบาโรกสมัย คศ.18 ที่ทำจากโมเสกหินอ่อนย้อมสี

ชมความสวยงามเรียบร้อยแล้วก็ต้องไม่พลาดจุดชมวิวมุมสูงที่มองได้ไกลสุดตาและยังได้เห็นหมู่บ้านย่านเมืองเก่าที่เราได้เดินผ่ามาเรียงรายกันอย่างสวยงามถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้เลยนะมองฝั่งซ้ายจะเป็นหมู่บ้านมรดกโลก มองด้านขวามจะเป็นทุ่งนา ป่า เขาถ้ามองตรงไปก็จะเห็นแม่น้ำโรนด้วย ... ชอบเมืองนี้ น่ารักทุกมุมจริงๆ

ยังมีเมืองริมโรนที่น่ารักแบบนี้อีกใน EP.3 เมืองต่อไปขอเชิญพบกับเมืองแห่งศิลปะเพราะเป็นที่สร้างงานที่มีชื่อเสียงระดับโลก ของ"Vincent Van Gogh" กับเมืองที่มีชื่อว่า "ARLES"

ติดตาม ซี่รี่ แม่น้ำโรน ได้ที่นี่... EP1 :ล่องแม่น้ำ RHONEแบบไม่ Alone

http://www.nationtv.tv/main/content/378670295/

เรื่องเที่ยวไว้ใจเฟรม

FB: onedaywith famframe

IG: famframe

ขอขอบคุณ

รายการไลน์กนก

Nation around the world

Leicacamera Thailand

เฟรม - สลิตา พรรณลึก พิธีกรสาว ที่อาจไม่ค่อยสวย แต่รวยไปด้วยเสน่ห์แห่งรอยยิ้ม จะขอพาทุกคนไปท่องเที่ยวกันแบบมันส์ๆ เพียงหนึ่งวัน ก็มันส์ได้ กับคอลัมส์ “One day with Famframe” ถ้าพร้อมแล้ว ...ก็ไปกันเล้ยยยยยย!

บทความล่าสุด

192.168.52.213