Search

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ดาวโจนส์ดิ่งลง 2 วันซ้อนกว่า 1,377 จุด หรือมากกว่า 5% หลังนักลงทุนเกิดการตื่นขายหุ้นทิ้งจนตลาดเข้าสู่ภาวะ Margin Call ฉุดหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนัก ทรัมป์ออกตัวให้สัมภาษณ์โยนเป็นความผิดพลาดของเฟด

ผลจากการดิ่งตัวของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทลุกลามตลาดหุ้นจีนถูกกระทบหนัก โดยหุ้นราว 1,000 บริษัทถูกพักการซื้อขาย (Halted Trading) หลังราคาดิ่งลง 10% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮืคอมโหสิตดิ่งลงมากกว่า 5% เมื่อวันพุธ

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการซื้อขายของตลาดหุ้นใน Asia Pacific ราคาหุนดิ่งลงทุกกระดาน โดยเคลื่อนไหวลดลงต่อเนื่องกัน 10 วันทำการซื้อขายฉุดดัชนีราคาหุ้นร่วงลงถึง 27% จากจุดสูงสุดมในปีนี้ แต่มีการดีดกลับซื้อขายแดนบวกส่วนใหญ่ในวันนี้

1. ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทต้องเผชิญกับแรงกระหน่ำขายหุ้นของนักลงทุน จากที่ต้องเจอกับ Margin Call ซึ่งหนุนแรงขายพุ่งขึ้นในช่วงบ่าย 2:43 ทุบหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างรุนแรงอีกวันหนึ่ง นำโดยดาวโจนส์ถูกแรงเหวี่ยงดิ่งลงลึกถึง 600 จุดในช่วงระหว่างเทรดราวบ่าย 3 โมงของวันพฤหัสฯ

ก่อนที่ดาวโจนส์ปิดที่ 25,052 ดิ่งลงเป็นวันที่สองอีก 545.91 จุด หรือ 2.13% หลังจากที่ดิ่งลงเมื่อวันพุธถึง 832 จุด รวม 2 วันดิ่งลงถึง 1,377 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,728 ร่วงลง 57.31 จุด หรือ 2.06% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,329 ร่วงลง 92.99 จุด หรือ 1.25% โดเยภาพรวมตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงมากกว่า 5% ฝนช่วงการซื้อขายวันพุธและวันพฤหัสฯ

2. ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นต้นเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นทรุดตัวลงอย่างหนักในสัปดาห์นี้ ซึ่งเกิดจากเฟดและอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ามากขึ้นจนทำให้ภาคธุรกิจประสบปัญหา

ผู้นำสหรัฐยังกล่าวว่า เฟดเข้มงวดเกินไปในการใช้นโยบายการเงิน และกำลังดำเนินการผิดพลาด โดยยืนยันว่า จะไม่ปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานเฟด ถึงแม้ว่าจะรู้สึกผิดหวังต่อการดำเนินนโยบายของเฟด โดยเฟดได้บ้าไปแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าเฟดมีปัญหาอะไรถึงได้เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะเป็นเรื่องน่าขันและไม่มีเหตุผลอะไรที่เฟดจะต้องทำอย่างนั้น

3. ผลจากการดิ่งตัวของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทลุกลามตลาดหุ้นจีนถูกกระทบหนัก โดยหุ้นราว 1,000 บริษัทถูกพักการซื้อขาย (Halted Trading) หลังราคาดิ่งลง 10% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตดิ่งลงมากกว่า 5% เมื่อวันพุธ

รวมทั้งแรงเทขายยังส่งผลกระทบต่อการซื้อขายของตลาดหุ้นใน Asia Pacific ราคาหุนดิ่งลงทุกกระดาน โดยเคลื่อนไหวลดลงต่อเนื่องกัน 10 วันทำการซื้อขายฉุดดัชนีราคาหุ้นร่วงลงถึง 27% จากจุดเสูงสุดในปีนี้

ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ซื้อขายในแดนบวกวันนี้ โดยดัชนีหั่งเส็งI ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 297.16 จุด หรือ 1.18% ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 103.80 จุด หรือ 0.46% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 23.45 จุด หรือ 0.91% ดัชนี TAIEX ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 0.06% ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.09% ดัชนี FTSE STI สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 0.26%ตลาดหุ้นมาเลเซียเพิ่มขึ้น 0.79% และตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 0.56% แตะดัชนี 1,692

4. สำหรับแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้มีเจตนาที่จะแทรกแซงนโยบายการเงินของเฟด เพราะเป็นมุมมองของผู้นำสหรัฐเองที่ได้แสดงออกหลายครั้งแล้ว โดยไม่ได้ออกมากำกับนโยบายเฟด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และต่างรู้ว่าเฟดมีความเป็นอิสระ

นอกจากนี้ การดิ่งลงของตลาดหุ้นในระยะนี้ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นปัญหาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ นี่เป็นเพียงการปรับฐานตามปกติในตลาดที่อยู่ในภาวะกระทิง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังออกมาดี ซึ่งมีการขยายตัว 3.2% ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจขยายตัว 4% ในไตรมาส 3 เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกืจของประธานาธิบดีทรัมป์

เศรษฐกิจสหรัฐมีความร้อนแรงที่สุดในโลก และกำลังเดินหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ยุโรปและเอเชียกำลังชะลอตัวลง

5. จีนเผยยอดส่งออกเดือนกันยายนพุ่งขึ้น 14.5% ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 14.3% จึงยังคงเกินดุลการค้า 32,000 ล้านดอลลาร์ โดยที่กการส่งออกของจีนยังคงปรับตัวขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังคงตึงเครียดก็ตาม

ทั้งนี้ ยอดส่งออกจากจีนไปยังสหรัฐในเดือนกันยายนยังคงพุ่งขึ้น 16.6% เมื่อเทียบระยะเดียวกันแก่อน แตะที่ 319,000 ล้านหยวน หรือราว 46,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดนำเข้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 1.6% จำนวน 86,000 ล้านหยวน หรือ 12.500 ล้านดอลลาร์

ขณะที่แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของผู้นำสหรัฐ กล่าวา ทัมงานทำเนียบขาวกำลังดำเนินการเพื่อให้มีการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในเวทีนอกรอบการประชุม G-20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

บทความล่าสุด

192.168.52.214