Search

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

นักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นทั่วโลก โดยตลาดหุ้นหลักของเอเชียร่วงลงไปมากกว่า 3% จากแรงฉุดของดาวโจนส์ดิ่งลงอย่างหนักถึง 832 จุด หลุดลงไปต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่ Nasdaq ดิ่งลงกว่า 4.5% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี

ทั้งนี้ ตลาดกลับมาโฟกัสความเสี่ยงจากแนวโน้มเศรษฐโลกที่จะชะลอตัวลง การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของแตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐจากแรงกดดันของทิศทางดอกเบี้ยขาขค่น และความตึงเครียดจากสงครามการค้าที่ยัคงงยืดเยื้อ

ส่วนรัฐมนตรีคลังสหรัฐชี้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงหนักเป็นแค่การพักฐาน และไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจากระบบเศรษฐกิจ

1. ท่ามกลางความผันผวนที่ทรุดตัวลงอย่างรุนแรงของ MSCI AsiaPac ซึ่งน่วงลงถึง 4% นับเป็นการตกต่ำมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2017 จากแรงฉุดของดาวโจนส์ดิ่งลงอย่างหนักถึง 832 จุด หลุดลงไปต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่ Nasdaq ดิ่งลงกว่า 4.5% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี

ดาวโจนส์ปิดเมื่อวันพุธที่ 25,598 ดิ่งลง 831.83 จุด หรือ 3.15% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,785 ร่วงลง 94.66 จุด หรือ-3.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,422 ดิ่งลง 315.97 จุด หรือ 4.08% ภายหลังจากที่นักลงทุนพากันกระหน่ำขายฉุด Dowjones Futures ดิ่งลงไปก่อนมากกว่า 1,000 จุด

2. ที้งนี้ ตลาดหุ้นหลักของเอเชียยังคงรับผลกระทบต่อเนื่อง ร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่เปิดตลาดในวันพฤหัสฯ นำโดยดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่นปิดภาคเช้าดิ่งลง 915 จุด หรือ 3.89% และดัชนี HSI ฮ่องกงปิดภาคเช้าดิ่งลงลึกกว่า 986จุด หรือ 3.76%

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ ร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งตลาดหุ้นไต้หวันดิ่งลง 5.5% หุ้น Kospi เกาหลีใต้ ร่วงลง 2.81% หุ้นสเตรทไทมส์ สิงคโปร์ ร่วงลง 2.3% หุ้นมาเลเซีย ร่วงลง 2.6% หุ้นอินโดนีเซีย ร่วงลง 2.5% รวมทั้งหุ้นไทยร่วงลง 45.93 จุด หรือ 2.67% แตะระดับ 1,675.89

3. ทั้งนี้ ตลาดกลับมาโฟกัสความเสี่ยงจากแนวโน้มเศรษฐโลกที่จะชะลอตัวลง การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของแตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐจากแรงกดดันของทิศทางดอกเบี้ยขาขค่น และความตึงเครียดจากสงครามการค้าที่ยัคงงยืดเยื้อ

โดยที่สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า การร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเป็นเพียงการปรับฐาน และไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจากระบบ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นอย่างคึกคักในช่วงที่ผ่านมา การที่ตลาดเข้าสู่ภาวะปรับฐานนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ

4.. ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่าตลาดหุ้นสหรัฐที่ดิ่งลงหนักเป็นเพียงการพักฐาน โดยยังคงกล่าวโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า การที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป ทั้งที่ไม่มีสัญญาณน่าเป็นห่วงจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่เฟดคงจะบ้าไปแล้วที่ทำเรื่องนี้ล่วงหน้าเร็วเกินไป

5. นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.263% ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.401% ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน

อย่างไรก็ตาม ตลาดบอนด์รัฐบาลสหรัฐได้ถูกกระหน่ำขายเช่นเดียวกันขากการที่อัตราผลตอบแทนบอนด์พุ่งขึ้น โดยล่าสุดปรับตัวที่ 3.163% ในทิศทางเดียวกับที่ดัชนีค่าเงืนดอลลาร์ร่วงลงหลุดลงมาที่ 94.93 จากระดับ 95.65 ในวันก่อนหน้านี้

บทความล่าสุด

192.168.52.214