Search

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เชื่อหรือไม่ว่าห่างจากกรุงเทพมหานครไปไม่ไกลในพื้นที่ของจังหวัดที่ติดกัน คือฉะเชิงเทรา มีสภาพเป็นชุมชนชนบทที่ไร้การปรุงแต่ง และชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย พึ่งพิงกับทรัพยากรธรรมชาติ ประหนึ่งว่าขับรถออกมาจากเมืองหลวงมาไกลหลายร้อยกิโลเมตรแล้วก็ไม่ปราน

แต่เพราะว่าอยู่ติดกับเมืองหลวง ความพัฒนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็มาถึงเร็วเกินกว่าที่ชาวบ้านหลายคนคิดไว้ 

การมีที่ดินเพียงหยิบมือก็ว่ายากต่อการทำกินแล้ว แต่สำหรับชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกินเลยต้องเช่าที่เขาทำกินปัญหายิ่งซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะเหมือนว่าชีวิตอยู่บนเส้นด้ายที่ไม่รู้ว่าเจ้าของที่จะเอาที่คืนไปเมื่อไหร่ 

โครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจเศรษฐ ภาคตะวันออก หรือ อีอีซี นอกจากจะทำให้เราได้รู้จักกับการสร้างรถไฟฟ้า สนามบิน นิคมอุตสาหกรรมดิจิทัลแล้ว  มันยังทำให้เราได้รู้จักกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นมาต่อสู่โดยอ้างหลักฐานการทำกิน 

การตั้งรกรากมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ มันช่างเป็นพล็อตเรื่องที่คลาสสิก แล้วผู้นำของบ้านเมือง ก็มักคิดว่ามันคือเรื่องธรรมดา ชาวบ้าน ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ดีใจทุกครั้งที่นักข่าวอย่างเรา ลงมารับฟังเรื่องที่พวกเขาอยากเล่า ปัญหาที่ต้องเผชิญ ชีวิตที่ต้องอยู่กับความทุกข์และสับสน 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหล่านี้คือบาดแผลการพัฒนา และคำถามของเราก็คือว่า "เป็นไปได้หรือไม่ที่การพัฒนาจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" คำถามที่เขียนลงไปในบทสคริปต์ข่าว ที่ยังไม่มีโอกาสได้ถามจากผู้อำนาจ และหากฉันถามเขา คำตอบที่ได้คือพวกเขาจะต้องตอบให้ตัวเองดูดี เท่านั้น 

สำหรับชาวโยธะกา เริ่มได้รับความสนใจจากนักข่าว หลังพบว่าเป็นกลุ่มชาวบ้านที่อาจได้รับผลกระทบหนักที่สุด ในโครงการอีอีซี เพราะล่าสุดถูกไล่ที่ ไม่ต่อสัญญาเช่าในที่ดินราชพัสดุที่อยู่กันมานาน 

ชาวบ้านที่เป็นหัวหอกคนสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมคือกำนัน และผู้ใหญ่บ้านคนนี้ ทีมข่าวใช้เวลาอยู่นานในการขับรถตระเวนหา ผู้ใหญ่หมู่ 11 เพราะเขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่เราอยากตามไปคุยต่อ มันเป็นการเข้าหาแหล่งข่าวที่คลาสสิกที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะไม่มีเบอร์ ไม่มีที่อยู่ มีแต่การขับรถหา และถามจากชาวบ้านในพื้นที่

การได้พบกับ ผู้ใหญ่บ้าน ม.11 ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะโจทย์ใหญ่ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือหาหลักฐานความชอบธรรม ที่ชาวโยธะกาจะสามารถอยู่อาศัยบนแผ่นดินเกิดต่อไปได้ 

ผู้ใหญ่สมหมาย พาทีมข่าวของเราไปที่วัด ที่นั้นมีกระดูกบรรพบุรุษ คนที่เกิดนานสุด ปรากฎ พ.ศ.2448 ยังฝังร่างไว้ในที่ดินผืนนี้ ที่วัดยังได้พบกับเจ้าอาวาส พระคุณเจ้าทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี เวลาที่ให้ในการศาสนาส่วนหนึ่งถูกแบ่งมาเพื่อศึกษาประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านในอดีต ท่านสามารถให้สัมภาษณ์ เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับชาวบ้านที่นี่ ชมจากคลิปนี้ 

"ชาวบ้านที่อยู่มาดั้งเดิมบอกว่า ไม่เคยคิดว่าดินเป็นของใคร วิถีชีวิตที่แบ่งปันกันมาในอดีต คือสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นหลักฐานความชอบธรรม ที่จะอยู่ตรงนี้ต่อไปได้" นี่คือบทสคริปต์ในรายงานพิเศษผ่าแผนฮุบโยธะกา ที่ผมชอบมากที่สุด และหนทางการต่อสู้ของชาวบ้านหลังจากนี้อีกยาวไกล หนทางที่มีทั้งความชัดเจน และความไม่ชัดเจนที่ค่อนข้างชัดเจน 

ความชัดเจน คือ ชาวบ้านอยู่ในฐานะผู้ถูกขับไล่ ไล่ที่ออกจากถิ่นฐานแล้วในตอนนี้ มีเอกสารทางราชการระบุชัดส่วนความไม่ชัดเจน คือ ทำไมชาวบ้านถือต้องถูกไล่ที่ รัฐจะทำที่ดินไปทำอะไร มีหลายกระแสแบ่งได้คือ 1 ทหารเรือนำไปใช้ประโยชน์ทางการทหารเช่น การสร้างสถานีรับวิทยุ ซึ่งจริงๆแล้วจำเป็นต้องใช้ที่เป็นพันๆ ไร่ 2 ใช้ที่เพื่อโครงการ อีอีซี 3 ทหารเป็นด่านหน้าในการเคลียร์ทางเพื่อใช้ที่ในโครงการอีอีซี 

ชาวบ้านต้องการความจริงว่า ที่ดิน ที่ขอคืนไปนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสิ่งใคร เพื่อใครกัน 

มีคนออกมาตอบคำถามเหล่านี้ เริ่มจากกรมธนารักษ์ ตอบว่าตนโอนที่ 2 แปลงให้ อีอีซี ไม่รวมที่ของโยธะกา เครือซีพีออกมาบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง พร้อมกับส่งนักข่าวเข้าพื้นที่ถามชาวบ้านว่า สรุปแล้วเขาเอาที่ไปทำอะไร ?

แล้วคนที่จะคำถามได้ดีที่สุดคือใคร ผมมีโอกาสที่จ่อไมค์สัมภาษณ์ รมว.อุตสาหกรรม ในงานสัมมนา EEC คนไทยได้อะไร "ผมไม่ปัดว่าอีอีซีไม่เกี่ยวกับเรื่องที่โยธะกา" คือคำตอบของ นายอุตตม ที่มีความหมาย และบอกอะไรได้มากพอสมควรกับเรื่องที่โยธะกา ดูสัมภาษณ์จากคลิปนี้ 

ปัจจุบันชาวโยธะกายังอยู่ในพื้นที่เดิมท่ามกลางความไม่มั่นคงแน่นอน มีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปในหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าว่า การถูกไล่ที่จะยุติลงหรือไม่ ชาวบ้านต้องการที่คืน จะเป็นไปได้หรือไม่ เป็นคำถามสำคัญสำหรับการทำข่าวชิ้นนี้ 

ผู้สื่อข่าวสายงาน คุณภาพชีวิต-สิ่งแวดล้อม เนชั่นทีวี ได้รับรางวัลสารคดีเชิงข่าวยอดเยี่ยม แสงชัย สุนทรวัฒน์ และข่าวโทรทัศน์สืบสวนดีเด่น สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

บทความล่าสุด

192.168.52.213