Search

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ปัญหามีอยู่ว่าวิธีคิด-วิธีทำงานของ หม่อมเต่า กับ กำนันสุเทพ ไม่น่าเข้าขากันได้ ที่ใครต่อใครต่างวิเคราะห์ว่าคู่นี้ไปด้วยกันได้ไม่นาน ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงต้นสัปดาห์ที่แตกต่างกัน แต่เป็นวิบากกรรมเดียวกัน คนหนึ่งคือ เดอะมาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาวิเคราะห์การเมืองในจังหวะวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 54 ปี อย่างฉะฉานว่าอนาคตการเมืองไทยคงแบ่งเป็น 3 ก๊ก คือ "เพื่อไทย-คสช.-ประชาธิปัตย์" บนเส้นทางการเมืองยาวนานกว่า 26 ปี ต้องบอกว่า อภิสิทธิ์ วิเคราะห์เรื่องนี้ไม่มีพลาด

ขั้วเพื่อไทยคือขั้วไม่เอา คสช. แต่พอจะจับมือกับประชาธิปัตย์ได้ หากคณิตศาสตร์ทางการเมืองบังคับ ขณะที่ขั้วคสช.เอาทุกพรรคยกเว้นเพื่อไทย (อาจจะแถมอนาคตใหม่) ส่วนประชาธิปัตย์นั้นเอาทุกพรรคที่เกิดสมการแพ้แล้วยังได้เป็นนายกฯ (อันนี้วิเคราะห์ต่อให้จากเดอะมาร์ค)

ดีเหมือนกันที่ อภิสิทธิ์ ลุกขึ้นมาจัดขั้วการเมือง ประชาชนจะได้เข้าใจกันจะจะว่าใครเป็นใครและจะได้ตัดสินใจถูก หากจะมีการเลือกตั้งจริงในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ข่าวเล็ดลอดในวงการเมืองที่ใกล้ชิดขั้วอำนาจคสช.บอกว่าตั้งธงเลือกตั้งไว้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 (หากไม่มี "ข้อมูลใหม่"เพิ่มเติม) เมื่อการเมืองแบ่งก๊กแบบนี้การเมืองเดินเกมเข้มข้นแน่นอน

อย่างที่บอกในแง่วิเคราะห์การเมือง ต้องยกนิ้วให้เดอะมาร์ค (แม้จะมีเข้าข้างตัวเองบ้างแต่ก็พอรับได้) แต่วิเคราะห์เก่ง หาใช่ทำการเมืองเก่ง 2 ครั้ง 2 ครา ที่เดอะมาร์ค นำทัพพลพรรคประชาธิปัตย์สู่สนามเลือกตั้ง พ่ายแพ้ยับเยินทั้ง 2 ศึก ครั้งแรกปลายปี 2550 นำทัพแพ้สมัคร สุนทรเวช แห่งพลังประชาชน (พรรคทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ) ครั้งที่ 2 พ่ายแพ้น้องสาวทักษิณ ชินวัตร ในนามเพื่อไทย ในปี 2554

เดอะมาร์คก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง หาใช่การชนะเลือกตั้งไม่ ในปี 2551 หลังมีการยุบพรรคพลังประชาชน จน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องเขยทักษิณ ตกเก้าอี้ และถูกกระแหนะกระแหนว่าการตั้งรัฐบาลที่ส่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกฯ เกิดขึ้นใน "ค่ายทหาร"

มาบัดนี้กำลังจะนำทัพประชาธิปัตย์ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งใครต่อใครฟันธงว่า ประชาธิปัตย์คงแพ้ราบคาบอีกตามเคย และจะเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประชาธิปัตย์ ก่อนการแปลงกายเสียบร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้งไม่ว่าก๊กไหนจะเป็นแกนนำ คำถามที่เกิดภายในลูกพระแม่ธรณีบีบมวยผม ระงม คือรู้ว่าหนทางสู่ความพ่ายแพ้เปลี่ยนพรรคเสียตอนนี้ไม่ดีกว่าที่จะไปรอให้แพ้แล้วค่อยเปลี่ยนจะดีกว่ามั้ย แม้จะเป็นเสียงที่ไม่ดังออกไปนอกพรรคมากนัก แค่มีการกระซิบให้จับตา "ไพรมารีโหวต" ในพรรคประชาธิปัตย์ อาจมีล็อกถล่มให้เห็นก็เป็นได้

ส่วนอีกพรรคหนึ่ง "รวมพลังประชาชาติไทย" ของ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ชู เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มานำทัพได้แค่ระยะเวลาสั้นๆ แล้วเอา ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ขึ้นมากุมบังเหียน (ในนาม) เรียกว่าเปลี่ยนม้ากลางศึกด้วยเหตุผลเดียวจุดขายของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไม่ชัดเจน เน้นเรื่องปรองดองจนเจ้าของพรรคตัวจริงหงุดหงิด เพราะพรรคนี้ก่อกำเนิดจุดขายอยู่ตรงข้ามระบอบทักษิณ ไปคิดปรองดองเอา "โลกสวย" ไม่ได้ เปลี่ยนหัวหน้าพรรคเกิดความชัดเจนทันที ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ

ปัญหามีอยู่ว่าวิธีคิด-วิธีทำงานของ หม่อมเต่า กับ กำนันสุเทพ ไม่น่าเข้าขากันได้ ที่ใครต่อใครต่างวิเคราะห์ว่าคู่นี้ไปด้วยกันได้ไม่นาน แล้วแบบนี้จะอยู่ด้วยกันตลอดรอดฝั่งถึงเลือกตั้งมั้ย

ที่นี่ไม่มีความลับ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3391 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 12-15 ส.ค.2561 โดย..เอราวัณ

192.168.52.211