Search

วันเสาร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

กองทัพบก สั่งการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ระบบการจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต" ถอดบทเรียนถ้ำหลวง สู่องค์ความรู้ พร้อมพัฒนาทักษะกำลังพล เตรียมสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรองรับเหตุการณ์วิกฤต วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ที่ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์ จ.ลพบุรี

เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ผ่านพ้นไป จากความร่วมมือทุกภาคส่วนในภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิต ซึ่งกองทัพบกได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนในภารกิจดังกล่าวด้วยนั้น  

ล่าสุด พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก มอบให้หน่วยงานของกองทัพบกที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ได้สรุปข้อมูลการปฏิบัติงานในภาพรวม ทั้งด้านการใช้ยุทโธปกรณ์ การบริหารจัดการกำลังพล วิธีการค้นหากู้ภัย เพื่อใช้ประโยชน์เป็นฐานข้อมูล เป็นแนวทางและวิธีการในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในโอกาสต่อไป รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานการบรรเทาสาธารณภัย ของกองทัพบก ให้เท่าทันต่อเหตุวิกฤตต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้หน่วยทหารเร่งพัฒนาทักษะกำลังพล ให้มีความสามารถในการปฏิบัติงานในภาวะเสี่ยงและยากลำบากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ในลักษณะเป็นผู้ชำนาญการพิเศษ เพื่อให้สามารถนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวไปใช้ในการบรรเทาสาธารณภัยหรือเหตุการณ์วิกฤตในอนาคต อาทิ การดำน้ำกู้ภัย การเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุด้วยวิธีเฉพาะ เป็นต้น

และเพื่อเป็นการสานต่อ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการในภาวะวิกฤต ตามแนวนโยบายข้างต้น ผู้บัญชาการทหารบก มอบให้ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ระบบการจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต" ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ณ แหล่งสมาคมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี โดยเชิญผู้สัมมนาที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหากู้ภัยที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย อาทิ สำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 13(ทีมรังนกจากเกาะลิบง)/ ทีมสำรวจและขุดเจาะถ้ำ จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / บริษัทChevron (Thailand)/ บริษัท Water Resource Engineering ,บริษัท จีโอเมคคานิคอล เซอร์วิสเซศ จำกัด / สมาคมกู้ภัยภูซางการกุศล จ.พะเยา (ฝ่ายสื่อสารภายในถ้ำ / จิตอาสาและอาสากู้ภัย(ฝ่ายลำเลียงสนับสนุนภายในถ้ำ) / คณะที่ปรึกษาทางทหารสหรัฐประจำประเทศไทย / สถานทูสหรัฐ / ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล / หน่วยงานภายในและกรมฝ่ายเสนาธิการของกองทัพบก เป็นต้น

โดยการสัมมนาประกอบด้วยการบรรยายและสาธิต "การจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต" โดยผู้แทนศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล, การบรรยายผลการปฏิบัติงานและบทเรียนที่ได้รับสู่การเตรียมความพร้อมในอนาคตโดยหน่วยที่ร่วมภารกิจ รวมทั้งการจัดกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ เช่น "ประชารัฐร่วมใจ ค้นหา/กู้ภัยทีมหมูป่า" , "จัดการอย่างไรเมื่อต้องเอาชนะธรรมชาติและแข่งกับเวลา"  และ "บทเรียน สู่องค์ความรู้  : Best Practice" ทั้งนี้ กองทัพบกเชื่อว่าการสัมมนาดังกล่าวจะช่วยสานต่อความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนในสถานการณ์วิกฤตต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงนั้น กองทัพบก ได้ส่งกำลังพล 1,323 นาย จาก กองทัพภาคที่ 3, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ,  ศูนย์การบินทหารบก, มณฑลทหารบกที่ 37 , กองพลทหารราบที่ 4 , กองพลทหารราบที่ 7 , กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์, กองกำลังนเรศวร, กองกำลังผาเมือง และกรมแพทย์ทหารบก ภายใต้การอำนวยการจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก พร้อมยุทโธปกรณ์และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย อาทิ เอลิคอปเตอร์ แบบ MI-17 , เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 ,เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ค  , รถครัวสนาม และโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ เข้าร่วมปฏิบัติการในระหว่าง 23 มิถุนายน 10กรกฎาคม 2561

ไม่พลาดทุกข่าวจากเนชั่นทีวี กดเป็นเพื่อนกับ LINE@ NationTV ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

192.168.52.211