Search

วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ภาพวาดเหมือน "จ่าแซม" หรือ นาวาตรีสมาน กุนัน ด้วยเทคนิค "ดิจิตอล เพ้นท์" จาก Fanpage Facebook : Colorbo Cartoon ที่เราเห็นทั่วไปเวลานี้ มีการส่งต่อ และแชร์กันมากที่สุดเป็นแสนครั้ง วันนี้จะพาไปรู้จักเจ้าของภาพวาดนี้ และสัมผัสความรู้สึกของเขา อะไรที่เป็นพลังให้เขาลุกขึ้นมาวาดภาพ หลังจากรู้ข่าวการเสียชีวิตของจ่าแซมเพียงวันเดียว!

จากคนทำงานด้านครีเอทีฟโฆษณา ในอาร์ตสตูดิโอ วาดภาพสตอรี่บอร์ดเป็นหลัก และหลงใหลการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนเป็นที่สุด เขาได้รับรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่กระทบใจ "นพพีระ โบศรี" มากที่สุดเวลานี้ คือข่าวการเสียชีวิตของ "จ่าแซม" จากการเข้าไปช่วยเด็กๆ ในถ้ำ ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาวาดภาพนี้ภายในเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเศษ!

"อย่างที่เป็นข่าว และติดตามกันมา ผมว่าคนไทยก็ลุ้นกันอยู่ว่าจะนำน้องๆ ออกมายังไงทั้ง 13 คน ติดตามข่าวไม่เป็นอันทำงาน ก็ค่อยๆ ฟังไปเรื่อยๆ จริงบ้างไม่จริงบ้างเยอะแยะไปหมด พอดีวันที่ 5 ก.ค.ได้ข่าวมีคนเสียชีวิตจากการช่วยเหลือเป็นหน่วยซีล ก็รู้สึกว่ากับการที่คนๆ หนึ่งไม่รู้จักกัน แต่ต้องไปช่วยเหลือกัน แล้วพบกับอุบัติเหตุแบบนี้ ผมว่ามันน่าประทับใจ มันสะเทือนใจ"

นพพีระ บอกต่อว่า ตอนนั้นเขานึกว่าถ้าเป็นตัวเอง ก็คงทำแบบจ่าแซมไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือ ทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด ซึ่งนั่นคือการวาดรูป วาดแล้วบันทึกความเป็นฮีโร่ของจ่าเอาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็น ซึ่งนพพีระ บอกว่าอยากให้เป็นรูปแห่งความทรงจำ ที่คนไทยจะไม่ลืมแน่ๆ

สำหรับการเลือกรูป เขายอมรับว่าในเวลานั้น หาได้ยากมาก หนึ่ง เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน สอง หาประวัติไม่ค่อยมี เขาต้องพึ่งข้อมูลจากกูเกิ้ล และเฟสบุ๊คของจ่าแซม รวมทั้งเพื่อนๆ ของจ่าแซมด้วย จากนั้นค่อยๆไล่อ่านคอมเม้นต์จากทุกคน ซึ่งจากการประมวลหลายๆ ด้าน ทำให้เขารู้สึกได้ว่าคนๆ นี้ มีความเสียสละ และมีความเป็นวีรบุรุษอยู่ในตัว คนๆ นี้ เป็นฮีโร่ตัวจริง จึงตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นจะเริ่มวาดจริงๆจังๆ

"จริงๆ รูปจ่าไม่ได้มีเเยอะนะ มีรูปเล็กๆ ด้วยซ้ำไป ส่วนใหญ่เป็นรูปแข่งไตรกีฬา หรือเป็นทหาร กับเพื่อนซะเยอะ รูปเดี่ยวไม่ค่อยมี" นพพีระ เล่าถึงความยากในการทำงาน แต่ทว่าในที่สุด เขาก็ได้ภาพที่เขาเลือกว่าดีที่สุดจนได้

"ดวงตา รอยยิ้ม เป็นจุดแรกที่ต้องคำนึงถึง ภาพพล็อตเทรดต้องสะท้อนตัวตนให้เห็นมากที่สุด ผมใช้เวลานานมากในการจ้องมอง วิเคราะห์ออกมาให้ได้ว่า ดูแล้วรู้สึกอะไร เวลาผมวาด ผมต้องรู้สึกกับมันก่อน นึกภาพการปฏิบัติการอยู่ใต้น้ำจริงๆ ตอนเขียนผมก็จะรู้สึกว่า... ไม่รู้สิ มันอึดอัด แต่ขณะเดียวกัน มันจะแฝงความภูมิใจในแววตา ดูออกว่าเป็นคนที่เสียสละเพื่อคนอื่น มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาให้เห็นว่านี่ละ ผู้เสียสละจริงๆ มันออกมา ได้อย่างใจมาก"

นอกจากมีรอยยิ้มในดวงตาแล้ว นพพีระ ยังบอกเพิ่มเติมว่า ภาพนี้มันมีหลากอารมณ์ มีความุ่งมั่น มีรอยยิ้ม เขาจะเน้นเรื่องใบหน้ามากกว่า พวกยศศักดิ์เป็นแค่ส่วนประกอบ แต่จะใส่ดีเทลบางอย่างลงในภาพ อย่างแบล็กกราวด์ ที่เป็นสีน้ำตาล สื่อให้เห็นบรรยากาศภายในถ้ำที่ค่อนข้างมืด มีรอยเทคเจอร์ในสแปลชบรัด สื่อถึงการต่อสู้ในพื้นที่ที่ค่อนข้างอันตราย

"ถามว่าพอใจมั้ย ในการวาดแค่ 3 ชั่วโมงกว่าๆ แอบทำตอนทำงานด้วย (หัวเราะ) คือถ้ามีเวลาอาจจะดีกว่านี้ แต่ตอนนั้น ภาพจะสดในความรู้สึกมากกว่า มันไม่ได้ประดิษฐ์จนเกินจริง มันมีความสะเทือนใจลึกๆ อยู่ เราก็ไม้รู้จักเขา ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้ว่าถ้าเจอกันที่ที่ไม่ใช่เหตุการณ์อย่างนี้ จะรู้สึกอย่างไร แต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้ ผมว่าไม่ใช่เฉพาะผมหรอก คนอื่นหรือคนที่ติดตามข่าว ก็น่าจะสะเทือนใจเหมือนกัน ในโลกใบนี้ มันไปเองโดยที่เราไม่ต้องสร้าง ไม่ต้องแสร้งมันออกมา นี่เวลาพูดก็ไม่ไหว เหมือนที่เป็นหัวข่าว ใครก็ไม่รู้แต่เราอยากกอดเขา..." นพพีระ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"จ่าแซม เป็นคนที่ยิ่งใหญ่ น้อยคนที่ทำแบบนี้ได้ ผมว่าจ่าแซมเป็นตัวแทนของคนไทยได้เลยนะ จ่าทำให้ดูเลยว่า นี่คนไทยมีอะไรต้องช่วยกัน อยากจะบอกกับจ่าแซมว่า ผมชื่นชมในสิ่งที่จ่าทำ ผมก็ทำหน้าที่ของผม ผมทำหน้าที่ได้แค่นี้ สู้จ่าแซมไม่ได้เลย แต่ผมก็ภูมิใจ ที่เป็นตัวกลาง ผมทำดีที่สุดในฐานะของผมแล้ว "

สำหรับภาพวาดของนพพีระที่แพร่กระจายในโลกโซเชียล รวมทั้งสื่อต่างๆ ในเวลานี้ เขาบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นความตั้งใจที่อยากจะเผยแพร่อยู่แล้ว ต่อจากนี้เขาและเพื่อนๆ นัดกันว่า จะนำภาพนี้มาใส่กรอบ เพื่อมอบให้ภรรยาจ่าแซมด้วย

"ภาพที่แชร์ๆ กันไป ผมก็ดีใจนะ แต่ต่อไปจะมีหรือไม่มีภาพ จ่าแซมก็อยู่ในใจผมเสมอ" นพพีระ กล่าวทิ้งท้าย

192.168.52.212