Search

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"ทีมหมูป่า" ขอบคุณฮีโร่ทุกคน บุญคุญนี้ไม่มีลืม สัญญาจะเป็นเด็กดีของสังคม กรมอุทยานฯ ปิดถ้ำหลวง 6 เดือน ทุ่ม 42 ล้านฟื้นฟู นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่ายพา 13 ชีวิตพ้นถ้ำ

หลังจากภารกิจนำนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่รวม 13 คน ออกจากถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ออกมาได้ทั้งหมด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกฝ่ายทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ช่วยกันจนประสบความสำเร็จ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานเร่งฟื้นฟูถ้ำหลวง เพื่อที่จะได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป เบื้องต้นใช้งบประมาณ 42 ล้านบาท ขณะที่คณะแพทย์เผยสมาชิกทีมหมูป่าทุกคนแข็งแรง

นายกฯ แถลงขอบคุณทุกฝ่าย

เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 11 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ร่วมสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัยนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 คนความว่า

"ประชาชนชาวไทยที่รักทุกคน นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ แม่สาย รวม 13 คน ติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ได้ร่วมมือกันเสียสละ อดทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติ ศาสนา ที่ส่งมายังประเทศไทย

จนบัดนี้ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ส่งผลให้ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัย ประสบความสำเร็จ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และได้พระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดจนพระราชทานขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย ขอจงทรงพระเจริญ

พี่น้องที่เคารพครับ ผมในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละและความมุมานะในการปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชน จิตอาสา และสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สนับสนุนทั้งองค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลก จนทำให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี

ชู "จ่าแซม" ต้นแบบผู้กล้าหาญ

เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่น มีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้

แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา จะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในการปฏิบัติการครั้งนี้อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของ จ.อ.สมาน จะเป็นต้นแบบของความกล้าหาญ และประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป

ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลประทานพรให้คณะเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ตลอดจนชาวต่างประเทศทุกประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน"

เร่งฟื้นฟูถ้ำหลวง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลังสิ้นสุดภารกิจนำตัวนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า ทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูถ้ำหลวง ให้ระบบนิเวศกลับมาเป็นปกติ สำหรับแนวทางการฟื้นฟูพัฒนาถ้ำหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต้องทำให้เกิดความปลอดภัย เพื่อวันหน้าจะได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีมาตรการป้องกันการเข้าออก ไม่ควรเข้าไปในฤดูน้ำระบบแจ้งเตือน ป้ายแจ้งเตือน เป็นต้น เชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอนาคต และตอนนี้ยังมีมาตรการห้ามไม่ให้เข้า ให้เจ้าหน้าที่สำรวจทางเข้า-ทางออกดูว่าตรงไหนปลอดภัย

ปิดถ้ำหลวง 6 เดือน

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปิดถ้ำหลวงแล้ว เบื้องต้นในช่วงฤดูน้ำหลากอย่างน้อย 6 เดือน ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ยังต้องมีการฟื้นฟูคืนสภาพให้กลับมาเป็นปกติ โดยเจ้าหน้าที่เริ่มทยอยขนอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากถ้ำหลวงแล้ว และบางส่วนที่ยังไม่สามารถขนออกได้ เนื่องจากระดับน้ำภายในถ้ำจะกลับมาสูงในช่วงน้ำหลาก ก็ต้องรอจนน้ำแห้งก่อน

เสนอแผนฟื้นฟูครั้งใหญ่

นายจงคล้ายกล่าวต่อว่า ส่วนแผนฟื้นฟูและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งแผนงานเร่งด่วน และแผนระยะยาวที่อาจต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือน - 1 ปี โดยขณะนี้มีการทำแผนเสนอ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)แล้ว มีรายละเอียดเรื่องวงเงินงบประมาณคร่าวๆ ไว้ และการทำงานต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และนักวิชาการด้านถ้ำ มาร่วมในการชี้แนะแผนถ้ำหลวง

"สิ่งที่ทำได้ทันทีคือระบบฝายที่นำท่อต่อทางน้ำ ต้องรื้อท่อออกทั้งหมด เพื่อให้ระบบน้ำไหลกลับเข้าถ้ำหลวง ส่วนโพรงที่สำรวจเป็น 100 โพรง มีแค่ 3 โพรงขนาดใหญ่ที่มีการเจาะสำรวจ หลังจากนี้ต้องอุดกลับไปสู่สภาพเดิม แต่ต้องให้กรมทรัพยากรธรณี มาช่วยดำเนินการ เพื่อให้สภาพด้านนอกของถ้ำคืนสู่สภาพเดิม รวมทั้งต้องเร่งกำหนดโซนนิ่งถ้ำ และเขตบริการนอกถ้ำให้ชัดเจน กำหนดการเข้า-ออก การติดตั้งระบบตรวจวัดระดับน้ำ การเตือนภัย" นายจงคล้ายกล่าว

ทุ่ม42ล้านฟื้นฟู-พัฒนาถ้ำหลวง

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า งานใหญ่ของกรมอุทยานฯ หลังภารกิจช่วย 13 ชีวิตถ้ำหลวง คือ การซ่อมแซมฟื้นฟูพื้นที่ครั้งใหญ่ เพราะนับแต่เกิดเรื่องทางกรมอุทยานฯ ได้เตรียมการเอาไว้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นใช้งบประมาณ 42 ล้านบาท โดยการฟื้นฟูแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะเร่งด่วน และระยะยาว

การฟื้นฟูดังกล่าว แบ่งออกเป็น 1.เรื่องการบริหารสถานที่ 2.การจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเฉพาะด้าน 3.ตั้งศูนย์บริการท่องเที่ยว และรักษาความปลอดภัย 4.การจัดนิทรรศการและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รวมถึงวางระบบรักษาความระบบช่วยเหลือฉุกเฉินนอกจากนี้ จะมีการประกาศให้ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติอีกแห่ง หลังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่นาน

ทั้งนี้ผลการสำรวจเพื่อหาโพรงภายนอกถ้ำ ที่มีการขุดเจาะ หลังจากนี้ ต้องอุดให้กลับไปสู่สภาพเดิมมี 3 โพรงด้วยกัน ซึ่งกรมอุทยานฯ เองทำไม่ได้ จึงต้องให้กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เข้ามาช่วยดำเนินการ เพื่อให้สภาพด้านนอกของถ้ำคืนสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด

เสนอตั้งอนุสาวรีย์เป็นเกียรติ"จ่าแซม"

นายดำรงค์ หาญภักดีนิยม หัวหน้าวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สำนักงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจถ้ำหลวงโดยระบุว่า จะมีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยจะมีทีมจากต่างประเทศเข้ามาร่วมหารือในการพัฒนาและออกแบบถ้ำ ทั้งจะบูรณะพื้นที่ขึ้นมาใหม่หลังจากการปรับทางน้ำซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในถ้ำ และนอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงจ่าสมานและผู้ที่เข้ามาทำการกู้ภัยช่วยเหลือ รวมถึงทำแผนผังภายในถ้ำ และระบุจุดที่ทีมหมูป่าหลงเข้าไป ที่สำคัญ จะปรับระบบการรักษาความปลอดภัยให้มีมาตรฐานมากขึ้น โดยช่วงหน้าฝนจะสั่งห้ามเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนยังอยู่ในระหว่างการปิดปรับปรุงชั่วคราวเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูสภาพก่อน โดยจะมีการแจ้งให้ทราบเมื่อแล้วเสร็จ

แพทย์ยัน 13 หมูป่าแข็งแรงดี

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 1 แถลงข่าวถึงการดูแลรักษาพยาบาลนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า ทั้ง 13 คน ว่า ทีมหมูป่าทยอยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8-10 กรกฎาคม ครบทั้ง 13 คน โดยการดูแลรักษาขอแบ่งเป็นกลุ่ม คือ ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน อายุ 14-16 ปี เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมอาการเช้าวันที่ 11 กรกฎาคม ทุกคนสดชื่นและสบายดี รับประทานอาหารปกติได้แล้ว เป็นข้าวทั่วๆ ไปที่เราจัดไว้ให้ตามพลังงานที่ร่างกายของผู้ป่วยควรได้รับ 1,800-2,000 กิโลแคลอรี่ สภาพไม่มีไข้ ส่วน 2 คนที่สงสัยเรื่องปอดติดเชื้อในปอดผลก็ดีขึ้น คนที่มีแผลก็แผลแห้งดี ทั้งหมดได้รับอนุญาตให้เดินไปห้องน้ำเองได้ โดยผลเอกซเรย์ปอดติดตามดูดีขึ้นกว่าเดิม ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

ผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน อายุ 12-14 ปี เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม ทุกคนสบายดี ไม่พบมีการติดเชื้อใดที่รุนแรง เพียงแต่ผลเลือดสนับสนุนว่ามีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น จึงให้ยาแก่ทุกคนแล้ว เช้านี้ให้รับประทานอาหารอ่อน ช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคมจึงจะรับประทานอาหารปกติได้ สายตาสามารถมองสู้แสงได้ดี ผลตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และให้เริ่มมีกิจวัตรประจำวันได้ โดยทั้ง 8 คนสามารถคุยกันได้ แต่อยู่ในเตียงของตัวเอง

ให้ญาติเยี่ยมห่าง 2 เมตร

กลุ่มที่ 3 มี 5 คน อายุ 11-25 ปี โดยทั้ง 5 คนที่มาถึงโรงพยาบาลไม่มีอาการอุณหภูมิต่ำ เพราะดูแลตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาลได้ดี ได้รับสัญญาณชีพ ความดันโลหิตดีทั้งหมด ส่วนผลเอกซเรย์ปอด พบปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน ทุกคนได้รับการรักษาเหมือนกับ 2 กลุ่มแรก คือ ให้สารน้ำ ให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า บาดทะยัก รับวิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ วันนี้วางแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประเมินเรื่องสายตา การมองเห็น จิตใจ โภชนาการ และส่งตรวจหาเชื้ออุบัติใหม่

"ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งไป ต้องขอบคุณการบินไทย และการท่าอากาศยานฯ ที่บริการให้ทำได้รวดเร็วขึ้น ผลในกลุ่มแรกตรวจไม่พบโรคติดต่อประจำในท้องถิ่นที่เป็นอันตราย ทั้งโรคเมลิออยโดซิส โรคเลปโตสไปโรซิสหรือไข้ฉี่หนู โรคสครัปไทฟัส และโรคติดเชื้อนิปาห์ จึงสามารถให้พ่อแม่เข้าไปเยี่ยมได้แล้ว โดยสวมชุดป้องกันและไปยืนคุยกับน้องๆ ห่างกัน 2 เมตร ตามมาตรฐานการควบคุมโรค โดยได้คุยกันเรียบร้อย ส่วนกลุ่มที่สองผลก็เพิ่งออกมาว่าไม่พบเช่นกัน" นพ.ธงชัยกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ถ้ำหลวง สธ. และผู้เชี่ยวชาญ โดยกรมควบคุมโรคและโรงเรียนแพทย์ แนะนำให้มีบัตรเฝ้าระวังโรคแจกให้ผู้มาปฏิบัติงาน พร้อมคำแนะนำในการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ปวดหัว อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก หลังกลับไป 2 สัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และเอาการ์ดดังกล่าวให้แพทย์ดูว่าเราสงสัยไข้อะไรบ้าง

"หมูป่า"ขอบคุณฮีโร่ จะเป็นเด็กดี

หลังจากสมาชิกทีมแฟนเพจอย่างเป็นทางการของทีม "หมูป่าอะคาเดมี่" ได้โพสต์ข้อความขอบคุณทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับบอกว่าจะไม่มีวันลืมน้ำใจที่ทุกคนมีให้แก่เด็กๆ ในทีมอย่างแน่นอน

"เราหมูป่าทุกๆ คนทุกๆ รุ่น ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ ฮีโร่ที่ช่วยเหลือน้องๆ หมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาอย่างปลอดภัย เราจะไม่ลืมในสิ่งที่ทุกท่านได้ช่วยเราอย่างเต็มที่ตลอดเวลา #น้องๆ จะเป็นคนดีของสังคมนะคะ #ทุกคนคือฮีโร่ของพวกเรา #ขอบคุณทีมงานทั้งประเทศไทยและทีมต่างชาติ #ทีมหมูป่าอะคาเดมี่"

สำหรับทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดย นายนพรัตน์ กันทะวงค์ หรือ "โค้ชนก" และนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ "โค้ชเอก" ที่ต้องการจะสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาเพื่อให้เด็กๆ ในท้องถิ่น โดยเฉพาะเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขาดโอกาสแต่มีใจรักได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลโดยใช้เวลาหลังเลิกเรียนมาฝึกซ้อม และไปแข่งในรายการต่างๆ

เดิมทีทีมหมูป่า ใช้ชื่อว่า "ทีนทอล์คอะคาเดมี่" ก่อนจะเปลี่ยนเป็น "เอ็นทีแม่สายสปอร์ต" และ "เอฟเอฟอะคาเดมี่" ตามสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันทีมหมูป่า มีนักฟุตบอลทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน และมีสมาชิกรวมกว่า 70 คน สำหรับรางวัลนั้น ทีมหมูป่า เคยคว้ารองแชมป์ภาคเหนือรายการ "คาเนซ่าคัพ" รวมถึงแชมป์ อบจ.เชียงรายคัพ มาแล้ว

ผบ.มทบ.37 ปลื้มมนุษยชาติช่วยเหลือ

พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 กล่าวว่า ในปฏิบัติการกู้ภัยทีมหมูป่าในครั้งนี้ ความสำเร็จเกิดจากการที่พวกเราได้รวมตัวกัน แม้จะต่างภาษาต่างชาติ ต่างหน่วยงาน ต่างยุทโธปกรณ์ แต่ทุกคนมมีหนึ่งเดียวคือ ร่วมกันมาทำงาน ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคเรื่องภาษา หรือประสานงาน แต่ก็ปรับตัวได้ สามารถทุ่มเทพลังความสามารถจนนำเด็กๆ และโค้ชออกมาสำเร็จ

สำหรับภารกิจที่สมบูรณ์ หลังจากที่พาเด็กๆ ออกมาทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำรวมทั้งซีล ที่อยู่ร่วมดูแลน้องๆ ทั้ง 4 คน ยังมีคนที่ทยอยออกจากถ้ำมาเป็นร้อย ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานอยู่ในส่วนสนับสนุน เช่นการวางถังอากาศ การเตรียมช่วย สนับสนุนทุกอย่าง ซึ่งเห็นแล้วปลาบปลื้มใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องไทย ทั้งฝ่ายราชการ และพลเรือน จิตอาสา ซึ่งไม่สามารถกล่าวถึงได้ทั้งหมด และพี่น้องชาวต่างชาติจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา อักฤษ ออสเตรเลีย และอีกมากมายที่มาช่วยกัน

"ผมบอกเลยว่ามันเป็นความปลื้มปีติที่มนุษยชาติเข้ามาช่วยเหลือ และเห็นว่าวันใดที่เราทุกข์ต่างมีพี่น้องเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่มีชนชั้น มีเพียงจิตอาสา และสิ่งที่เห็นได้ก็คือ สามัคคี และมีส่วนทำให้เกิด Mission Impossible ในครั้งนี้ และต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้องในครั้งนี้ด้วย" พล.ต.บัญชา กล่าว

สิ่งสำคัญก็คือสิ่งที่ผมได้เข้มงวดกับสื่อ ก็ต้องมีความเข้าใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราต้องรู้จักภาวะผู้นำและผู้ตาม วันใดเมื่อถึงจุดหนึ่ง ทุกคนอาจจะกลายเป็นผู้นำได้ แต่ว่าในจุดจุดหนึ่ง ผู้ตามอาจจะกลายมาเป็นผู้นำก็ได้ สลับกันไปตามหน้าที่ และภารกิจ ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วย

"ให้ทำเยอะๆ พูดน้อยๆ"

พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ ซีล กล่าวว่า "ที่ผ่านมาเห็นมีการนำเสนอข้อมูลสับสน พูดกันไปเยอะ คนที่พูดก็พูดกันไปไม่จริงเลย นำเสนอกันไปไม่จริงเลย ขอวานน้องๆ สื่อให้ไปบอกต่อสังคมไทยว่า ให้ทำเยอะๆ และพูดน้อยๆ"

เมื่อถามว่าวันนี้สบายใจหรือไม่ ผบ.หน่วยซีล ยิ้มแทนคำพูด ก่อนจะนำสายสิญจน์ที่ได้รับจากครูบาบุญชุม ญาณสํวโร พระเกจิแห่งดินแดนล้านนา ซึ่งมาประกอบพิธีที่ถ้ำหลวง มาผูกข้อมือให้แก่บรรดาสื่อมวลชนด้วยตัวเอง จับมือและถ่ายรูปร่วมกัน

ไม่พลาดทุกข่าวจากเนชั่นทีวี กดเป็นเพื่อนกับ LINE@ NationTV ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

192.168.52.214