Search

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ศาลสหรัฐไฟเขียว AT&T เทคโอเวอร์กิจการของ Time Warner Inc เป็นมูลค่ากว่า 85,400 ล้านดอลลาร์ แต่ถูกระงับดีลการซื้อขายมานานเกือบ 2 ปี ขณะที่สื่อหลายสำนักในสหรัฐยังคงตั้งคำถามต่อการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน

ท่ามกลางทรัมป์ได้ทวีตระบุว่า วันดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์ที่คิม จองอีน ได้ยอมรับที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

1. ศาลสหรัฐได้ตัดสินใจให้บริษัท AT&T Inc ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสหรัฐ เข้าซื้อกิจการของ Time Warner Inc ที่เป็นบริษักทางด้านสื่อและบันเทิงยักษ์ใหญ่ ที่มีมูลค่าสูงถึง 85,400 ล้านดอลลาร์

หลังจากที่ AT&T ได้ตกลงซื้อกิจการของ Time Warner ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจจากบริษัทสื่อสาร ให้เป็นสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่

แต่ทีมคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามขัดขวางข้อตกลงการซื้อขาย เนื่องจากดีลดังกล่าวถูกมองว่า อาจเป็นเพราะการที่ผู้นำสหรัฐมักจะแสดงความไม่พอใจต่อการนำเสนอข่าวของสำนักข่าว CNN ซึ่งเป็นสื่อในเครือข่ายของ Time Warner

2. ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2016 เมื่อ AT&T มีการบรรลุข้อตกลงซื้อ Time Warner โดยจ่ายในรูปที่เป็นหุ้นและเงินสดที่ระดับราคา 107.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริหารทั้งสองบริษัท เป็นมูลค่าทั้งหมดสูงถึง 85,400 ล้านดอลลาร์

โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินธุรกิจจากบริษัทสื่อสารให้กลายเป็นธุรกิจสื่อยักษ์ใหญ่ เนื่องจาก AT&T เป็นบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสหรัฐ ขณะที่ Time Warner เป็นบริษัทธุรกิจสื่อและบันเทิงยักษ์ใหญ่ ซึ่งราคาหุ้น Time Warner ในตลาดอยู่ที่ 89.48 ดอลลาร์ ส่วนราคาหุ้น AT&T อยู่ที่ 37.49 ดอลลาร์ในขณะนั้น

ในเวลานั้นประธานกรรมการและซีอีโอของ AT&T ประกาศว่า ดีลซื้อขายนี้ถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัวที่สุดของสองบริษัทที่มีจุดแข็งที่สนีบสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะริเริ่มในแนวทางใหม่ทางด้านอุตสาหกรรมสื่อและการสื่อสาร ในการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเป็นธุรกิจผลิตคอนเทนท์ การจัดจำหน่ายและด้านการโฆษณา

3. อย่างไรก็ตาม ดีลการซื้อหุ้น Time Warner ของ AT&T ที่มีมูลค่าใหญ่ที่สุดดีลหนึ่งในขณะนั้น ได้ถูกตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐบาล โดยระบุเหตุผลจากการที่ AT&T ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐ ที่ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายและบริการอินเตอร์เนตความเร็วสูง ขณะที่ Time Warner ซึ่งเป็นเจ้าของเคเบิ้ลทีวียอดนิยม ทั้งเป็นช่องภาพยนตร์ HBO ช่องการ์ตูน เน็ตเวิร์ค และช่องข่าว CNN

ทั้งนี้ ประธานคณะอนุกรรมการต่อต้านการผูกขาดของวุฒิสภาสหรัฐ ระบุว่า ข้อตกลงซื้อขายกิจการดังกล่าว อาจจะทำให้เกิดประเด็นการต่อต้านการผูกขาด จนทำให้เกิดความกังวลในผลกระทบต่อประชาชน ทั้งเรื่องการกำหนดราคาค่าบริการ รวมทั้งอาจจะทำให้ชาวอเมริกันมีทางเลือกรับบริการน้อยลง

4. หลังจากผ่านพ้นช่วงการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตระบุว่า วันดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์ที่คิม จองอีน ได้ยอมรับที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

แต่สื่อสหรัฐหลายสำนักกลับตั้งคำถามถึงผลการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยเฉพาะประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ วอชิงตัน โพสต์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แถลงการณ์ร่วมยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน เนื่องจากเกาหลีเหนือไม่ได้ให้คำมั่นที่จะยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ แต่กลับไม่ได้ระบุกรอบเวลาในการปลดอาวุธนิวเคลียร์

ส่วนนิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า ผู้นำสหรัฐได้เสนอผลประโยชน์ที่มีนัยสำคัญให้กับเกาหลีเหนือ โดยอ้างถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศระงับการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างกระทันหันของทางการสหรัฐ รวมทั้งที่จุดยืนว่าการซ้อมรบทางทหารเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องชาติพันธมิตรในเอเชีย และไม่อาจต่อรองได้

ขณะที่วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า การตัดสินใจดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับทหารที่ประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ รวมทั้งในท้ายที่สุดสหรัฐจะยกเลิกการซ้อมรบกับกองทัพเกาหลีใต้หรือไม่ ด้านวอชิงตัน โพสต์ ชี้ว่า การยุติปฎิบัติการซ้อมรบทางทหารจะเอื้อประโยชน์ทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญต่อคิม จองอีน และทางการจีนที่สนับสนุนในผลสรุปของการปนะชุมสุดยอดครั้งนี้ ส่วน CNN ได้ระบุถึงผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามการประชุมโดยมองว่า คิม จองอีน เป็าเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ

5. ทางด้านไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐก็เตรียมเดินทางเยือนเกาหลีใต้ เพื่อพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ในการประชุมกันในระดับทวิภาคี หลังจากนั้นจะมีการจัดประชุมในระดับไตรภาคีร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดีนี้

โดยนับเป็นครั้งแรกที่ไมค์ ปอมโปเอ ได้เดินทางเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการหลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายน เพื่อที่จะอภิปรายถึงผลลัพธ์ของการประชุมให้กับเกาหลีใต้ หลังจากที่ผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือได้ลงนามในเอกสารสำคัญ ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นที่ว่า เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ขณะที่สหรัฐก็ได้ให้คำมั่นที่จะรับประกันความมั่นคงให้กับเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องกันที่จะสร้างความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี และนำสันติภาพกลับสู่คาบสมุทรเกาหลีอย่างถาวรอีกด้วย

บทความล่าสุด

192.168.52.212