Search

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

สธ. ย้ำเตือนภัยฟ้าผ่า ห้ามประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้าน รวมทั้งการเล่นอินเทอร์เน็ต ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เสี่ยงถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตได้ แนะหากเส้นขนหรือเส้นผมลุกชัน ขณะที่อยู่ใต้ก้อนเมฆฟ้าฝนครึ้ม ถือเป็นสัญญาณเสี่ยงภัย

โดยทั่วไปมักจะไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือช่วยตรวจวัดความเสี่ยงของการเกิดฟ้าผ่า แต่มีวิธีการสังเกตสัญญาณความเสี่ยง โดยหากมีเมฆฝนฟ้าคะนองอยู่บนเหนือศีรษะแล้วปรากฏว่าเส้นขนบนผิวหนังลุกชันขึ้น หรือเส้นผมบนศีรษะลุกตั้งขึ้น แสดงว่ากำลังเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า หรือหากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองใกล้ตัวในระยะประมาณ 16 กิโลเมตรแล้วมีฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า และได้ยินเสียงฟ้าร้องหลังฟ้าแลบน้อยกว่า 30 วินาที แสดงว่าอยู่ใกล้เขตเสี่ยงฟ้าผ่า ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

วิธีป้องกันตัวให้ปลอดภัยจากฟ้าผ่ามีข้อแนะนำดังนี้

1. หากอยู่ในที่โล่งให้หาที่หลบที่ปลอดภัย เช่น อาคารขนาดใหญ่ แต่อย่าอยู่ใกล้ผนังอาคาร ประตูและหน้าต่าง หรือควรหลบในรถยนต์ที่ปิดกระจกมิดชิด แต่อย่าสัมผัสกับตัวถังรถ และควรนั่งกอดอกหรือวางมือบนตัก

2. หากหาที่หลบไม่ได้ ให้หมอบนั่งยอง ๆ ให้ตัวอยู่ต่ำที่สุด โดยแนบมือทั้งสองข้างติดกับเข่า แล้วซุกศีรษะเข้าไประหว่างเข่า ส่วนเท้าให้ชิดกันหรือเขย่งปลายเท้า เพื่อลดพื้นที่สัมผัสกับพื้นให้น้อยที่สุด แต่อย่านอนหมอบกับพื้น เพราะกระแสไฟฟ้าอาจวิ่งมาตามพื้นได้

3. อย่ายืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้สูงและบริเวณใกล้เคียงกับต้นไม้ หรืออยู่ในที่สูงและใกล้ที่สูง ที่สำคัญอย่ากางร่ม

4. ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะแม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะไม่ใช่สื่อล่อฟ้า แต่ฟ้าผ่าจะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าเข้ามาในมือถือ อีกทั้งโทรศัพท์มือถือมีส่วนประกอบที่เป็นแผ่นโลหะ สายอากาศและแบตเตอรี่ที่เป็นตัวล่อฟ้า จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า และยังทำให้แบตเตอรี่ลัดวงจรจนเกิดระเบิด ส่งผลให้ผู้ถูกฟ้าผ่าได้รับบาดเจ็บมากขึ้น

5. ห้ามใช้โทรศัพท์บ้านหรือเล่นอินเทอร์เน็ตในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะฟ้าอาจผ่าลงมาที่เสาสัญญาณหรือเสาอากาศที่อยู่นอกบ้าน และกระแสไฟจากฟ้าผ่าจะวิ่งมาตามสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ทำให้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ รวมทั้งผู้ใช้งานได้รับอันตราย

6 . เมื่อสังเกตได้ว่าบริเวณที่อยู่เกิดฟ้าแลบ รุนแรง หรือฟ้า ควรถอดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมด เพราะฟ้าอาจผ่าลงที่เสาไฟฟ้าหรือสายไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้ากระชากเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจทำให้เสียได้ และควรดึงเสาอากาศของโทรทัศน์ออก เพราะหากฟ้าผ่าที่เสาอากาศบนหลังคาบ้าน อาจวิ่งเข้าสู่โทรทัศน์ได้

7. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับโลหะทุกชนิด เนื่องจากโลหะเป็นตัวนำไฟฟ้าและอย่าอยู่ใกล้สายไฟ

8. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ เพราะเป็นตัวนำไฟฟ้า

9. ควรเตรียมไฟฉายไว้ส่องดูทาง เพราะอาจเกิดไฟดับหรือไฟไหม้ได้

กรณีอยู่ที่โล่งแจ้ง หาที่หลบไม่ได้ ควรนั่งยองๆ เท้าชิด มือปิดหู (เพื่อป้องกันเสียง) เขย่งปลายเท้า อย่างนอนราบ เพื่อลดความเสี่ยงกรณีกระแสไหลมาตามพื้น ท่านั่งลดอันตรายจากฟ้าผ่า

อย่างไรก็ตาม การเกิดฟ้าผ่านั้น จะมีสัญญาณเตือนให้เราได้รู้ตัวก่อน นั่นก็คือ เราจะรู้สึกขนตั้ง ผมตั้ง ขนลุกขึ้นมาก่อนราวๆ 10-15 วินาทีก่อนฟ้าผ่าดังนั้น การป้องกันเหตุฟ้าผ่าด้วยวิธีการง่ายๆ คือ คุณต้องยืนขาชิดกัน นั่งยองๆ และไม่พิงวัตถุใดๆ ทั้งสิ้น หากคุณยืนด้วยท่าทางดังกล่าวคุณรอดแน่นอน และต่อให้มีสนามไฟฟ้าที่เกิดจากฟ้าผ่ามากมายเพียงใด คุณก็ไม่โดนดูด

เราอาจจะเคยเห็นว่า เมื่อฟ้าผ่าแล้วทำให้ฝูงวัว ฝูงควายหรือฝูงกวางตายยกฝูง ซึ่งสนามไฟฟ้าที่เกิดจากฟ้าผ่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเหยียบพื้นดิน เป็น 2 จุด หรือ 4 จุด ซึ่งพวกนี้มี 4 ขา จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากฟ้าผ่า อันตรายของฟ้าฝ่าไม่ได้เกิดจากฟ้าผ่า แต่อันตรายของฟ้าผ่าอยู่ที่ฟ้าผ่าแล้วกระแสไฟฟ้าวิ่งลงดิน ซึ่งจะวิ่งลงไปแล้วแผ่ออกในลักษณะคล้ายๆ กับรากของต้นไทร และเมื่อฟ้าผ่าเข้าไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแผ่อยู่ด้านล่างผิวดิน กระแสไฟฟ้าจะแผ่ออกไปโดยรอบบริเวณนั้นๆหากฟ้าผ่ามาที่ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง ผู้ที่อยู่ใกล้ๆ กับต้นไม้ในระยะ 5 เมตร จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ และที่สำคัญ เหตุฟ้าผ่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงฝนฟ้าคะนองเท่านั้น กลางแจ้ง แดดร้อน ฟ้าก็สามารถผ่าได้เช่นกัน

ทั้งนี้ฟ้าผ่าเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่สามารถคาดเดาได้ ยังไม่รู้ว่าจะผ่าลงมาตอนไหน ถึงแม้จะการทดสอบว่าโทรศัพท์มือถืออาจไม่สามารถเป็นสื่อให้สายฟ้าผ่าลงมาได้ก็ตาม แต่เราก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในขณะฝนตกจะดีกว่า ควรใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง นี่เป็นวิธีป้องกันและลดความเสี่ยง เพราะหากพลาดแม้แต่ครั้งเดียว เราอาจจะไม่ไมีโอกาสกลับมาแก้ไขแน่ ๆ การถูกฟ้าผ่าอาจคร่าชีวิตเราก็เป็นได้ อย่าลืมแชร์ต่อเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook , siamheng

192.168.52.214