Search

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และคสช. ซัดล้มเหลว 7 ด้าน สร้างความแตกแยก ลิดรอนสิทธิ์ นำประเทศสู่ความมืดมน ตร.บุกสังเกตการณ์ ย้ำขัดคำสั่งคสช.

วันที่ 17 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทย ได้จัดมีการแถลง พร้อมออกแถลงการณ์ เรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช. โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสังเกตการณ์ เนื่องจากกังวลว่าการแถลงดังกล่าวจะขัดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงแก้เกมโดยจัดให้มีผู้แถลงเพียง 3 คน

แถลงการณ์ 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช. นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย โดยระบุว่า วันที่ 22 พ.ค. 2561 จะเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าและยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกันคสช.ได้ให้เหตุผลในการยึดอำนาจตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ว่า ต้องการให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ให้ประชาชนเกิดความรัก ความสามัคคี ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ พร้อมกับสัญญาว่าจะใช้อำนาจเผด็จการไม่นาน ต่อมาก็ประกาศว่าจะปราบปรามและแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า 4 ปี ของการรัฐประหารเป็น 4 ปีแห่งความล้มเหลว ใน 7 ด้าน คือ

1.ความล้มเหลวในการทำตามข้ออ้างในการยึดอำนาจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แถลงเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 57 ว่าจะมุ่งสร้างความปรองดอง ใน 3 เดือน แต่ความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยังคงมีอยู่ โดย คสช. ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งเอง การคืนความเป็นธรรม ให้ความชอบธรรมกับทุกฝ่ายไม่เกิดขึ้น กลับมีแนวโน้มที่จะทำให้เงียบหายไป ประกาศว่าจะทำให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่ครบ 4 ปีแล้ว ประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้น หาเหตุเลื่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอด ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง แต่กลับมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่ถอยหลังประชาธิปไตยไปไกล ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองใดๆ ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม แต่กลับทำให้คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจนขึ้น กำลังซื้อหดหาย ปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้น การปฏิรูปด้านอื่นๆ ก็ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมแม้แต่เรื่องเดียว ทั้งที่ต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปมหาศาล

2.ล้มเหลวในการสร้างความปรองดอง ซึ่งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นขาดความเป็นอิสระมีแต่คนในรัฐบาล ข้าราชการในกองทัพ และข้าราชการอื่นๆ ไม่มีองค์ประกอบในส่วนของภาคประชาชน และเอกชนแนวทางการสร้างความปรองดองถูกควบคุมและเห็นชอบโดยหัวหน้า คสช. การสร้างความปรองดองไม่เป็นไปตามหลักการสากลไม่ศึกษาสาเหตุแห่งความขัดแย้งและไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ที่หัวหน้า คสช. และคนใน คสช. เป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งในอดีต และมาเป็นคู่ขัดแย้งในปัจจุบัน

3.ล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นการปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น ถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างภาพ คสช. แต่งตั้งกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แต่ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ปัญหาคอรัปชั่น กลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล และ คสช. ที่ใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อคนในรัฐบาลถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต เช่น กรณีอุทยานราชภักดิ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ตั้งบริษัทในค่ายทหาร นำเงินราชการลับไปใส่ในบัญชีภรรยา แม้แต่กรณีนาฬิกาหรู ที่ขนาดรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่า หากตนเองถูกเปิดโปงเพียงเรือนแรก ก็จะลาออกไปแล้ว แต่กลับปกป้องพวกพ้องอย่างเห็นได้ชัด ส่วนองค์กรตรวจสอบต่างๆ ก็มุ่งช่วยเหลือปกปิด หรือทำให้ล่าช้า และสุดท้ายก็เงียบหายไป เช่น ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับการต่ออายุให้อยู่ครบวาระ และเลยวาระ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

4.ล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยพบว่ามีการวางกลไกที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย กำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก ซึ่งประชาชนไม่ได้เลือกเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ เปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งเป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสมวางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจ คงอำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. ใน ม.44 เพื่อให้มีอำนาจพิเศษเหนือองค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงคงคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง รีเซ็ตสมาชิกพรรค และยุบสาขาพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วทั้งหมด

5.ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน มีคำสั่งให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร จำกัดและริดรอนสิทธิ เสรีภาพในการเสนอข่าวของสื่อมวลชน ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางเฟสบุ๊คของบุคคล และการแสดงความเห็นของประชาชน นักวิชาการ 6.ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว

7.ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกฯและหัวหน้า คสช. โดยรับปากต่อประชาชนว่าจะเข้ามาชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหา และจะอยู่ไม่นาน แต่กลับอยู่ยาวถึง 4 ปี และมีแนวโน้มจะมุ่งสืบทอดอำนาจต่อไป

ดังนั้น 4 ปีของ คสช. คือ การนำประเทศไปสู่อนาคตที่มืดมน และอันตราย จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องช่วยกันนำระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกลับคืนมา พร้อมด้วยหลักนิติธรรม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และไม่ยอมให้เผด็จการทำลายประชาธิปไตยอีกต่อไป.

192.168.52.213