Search

วันพุธ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาสหนึ่งปีนี้ หดตัวลง 0.6% เป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 2 ปี เหตุภาคครัวเรือนและธุรกิจลดการใช้จ่ายลง ท่ามกลางตลาดหุ้นโลกอ่อนตัวลง หลังจากที่ได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะสูงสุดในรอบ 7 ปี


ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนบอนด์ดังกล่าวพุ่งขึ้นแตะ 3.059% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.189%



1. ญี่ปุ่นเปิดเผยสภาวการณ์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ปี 2018 นี้ หดตัวลง 0.6% เมื่อเทียบระยะเดียวกันปีก่อนเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีการปรับลดการใช้จ่ายลง

โดยที่การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่มีสัดส่วนมากเกือบ 60% ของ GDP ปรับตัวลดลง เนื่องจากการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฟนและรถยนต์ลดน้อยลง ทั้งนี้ GDP ญี่ปุ่นที่เปรียบเทียบเป็นรายปีของปีงบประมาณ 2017 ขยายตัว 1.5% จากที่เพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2016 ที่มีการขยายตัว 1.2%



2. แต่หากเปรียบเทียบ GDP ญี่ปุ่นเป็นรายไตรมาสนั้น เป็นการหดตัวลง 0.2% จากไตรมาสก่อน โดยภาคธุรกิจ (Business Spending) มีการใช้อ่อนตัวลง 0.1% สำหรับไตรมาสต่อไตรมาส แย่กว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4%

ส่วนการใช้จ่ายเอกชน (Private Consumption) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบไตรมาสต่อไตรมาส ขณะที่การส่งออกในไตรมาส 1 ขยายตัวที่ระดับ 0.6% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 2.2% ส่วนการนำเข้าปรับตัวขึ้น 0.3%



3. ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 86.93 จุดหรือ 0.38% ในทิศทางเดียวกับดัชนี HSI ฮ่องกงลดลง 35.68 จุดหรือ 0.11% รวมทั้งดัชนี SSE Composite ของจีนลดลง 11.89 จุดหรือ 0.37% และ TAIEX ของไต้หวันปรับตัวลดลง 1.19 จุดหรือ 0.01%

นอกจากนี้ กระแสข่าวการที่ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือระงับที่จะเปิดการเจรจารอบใหม่กับผู้นำเกาหลีใต้ เนื่องจากยังคงมีการร่วมซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ ส่งผลให้เกาหลีเหนือไม่มั่นใจต่อเรื่องกาาถูกคถกตาม โดยที่ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ร่วงลง 11.90 จุดหรือ 0.48% ดัชนี FTSE STI สิงคโปร์ลดลง 7.26 จุดหรือ 0.21% รวมทั้งหุ้นไทยร่วงลง 8,01 จุดหรือ 0.45% แตะ 1,758.85 ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ ท่ามกลางการอ่อนคัวลงของคลาดหุ้นวอลล์สตรีท

4. หลังจากที่ได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะสูงสุดในรอบ 7 ปี ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนบอนด์ดังกล่าวพุ่งขึ้นแตะ 3.059% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.189% เมื่อคืนวันอังคาร


เนื่องมาจากแรงกดดันของแนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะดัชนีภาคการผลิต ที่ดีดตัวสู่ระดับ 20.1 ในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าระดับ 15 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่การค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.3% จากแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของยอดขายน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นตามการดีดตัวของราคาน้ำมันโลก


ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐทุกประเภท จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินพุ่งขึ้นในเดือนหน้านี้ เนื่องจากการประชุมของธนาคารกลาง (เฟด) ในวันที่ 12-13 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดหุ้นโลก



5. ขณะที่นกลงทุนเริ่มจับตามองข่าวที่เกาหลีเหนือประกาศยกเลิกการประชุมระดับรัฐมนตรีกับเกาหลีใต้ซึ่งเดิมได้กำหนดว่าจะจัดขึ้นในวันพุธ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่สหรัฐและเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าซ้อมรบทางการทหารร่วมกัน พร้อมกับขู่ว่าอาจจะยกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างผูเนำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ ถ้อยแกลงของสำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ (KCNA) ดังกล่าวหนืออาจจะเป็นการทดสอบสหรัฐในช่วงก่อนที่การประชุมสุดยอดระหว่างคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้

บทความล่าสุด

192.168.52.216