Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"อย่าทำงานจนลืมชาร์จแบตให้ตัวเอง" เป็นประโยคที่รู้สึกว่ามันใช่ยิ่งสำหรับชาวออฟฟิศอย่างเราๆ ที่วันๆ ทำงานแบบเดิมๆ วนไปแบบนั้นทุกวัน จนบางทีไฟในการทำงานเริ่มหมดลง... วันนี้เราจะพาทุกคนไปชาร์จแบตเติมพลังบวกกับการเดินทางที่แสนทรหดกับกิจกรรมสนุกๆ ในทริป "สร้างฝาย" กับ "ทีมชีวิตบนดอย" ที่ หมู่บ้านผาผึ้ง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

เริ่มจากการเดินทางคนเดียวครั้งแรก...บอกเลยไม่ดีเท่าที่ควรเครื่องบินดีเลย์ไป2 ชั่วโมง แต่เมื่อถึงเชียงใหม่แล้วก็อุ่นใจ เพราะเราเลือกเดินทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่เวลากลางคืนทำให้ต้องนอนพักเชียงใหม่ก่อน1 คืน ก่อนจะเดินทางขึ้นดอยในเช้าพรุ่งนี้

...งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด พวกเราออกเดินทางด้วยรถแดงจากเชียงใหม่ไปตีนดอยใช้เวลาราวๆ5 ชั่วโมง ก่อนจะเปลี่ยนไปขึ้นรถออฟโรดต่อไปหมู่บ้านอีก 5-6 ชั่วโมง นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นใช้เวลาในการเดินทางไปเกือบ1 วันเต็ม!!!

ตลอดระยะทางที่ขึ้นดอยเหมือนเราอยู่บนเครื่องเล่นในสวนสนุกทั้งแรงเหวี่ยงซ้ายขวากับสภาพถนนที่เป็นดินแดงสลับกับถนนคอนกรีตบ้างและถ้ามองไปรอบๆ เราจะเห็นบางพื้นที่เป็นภูเขาสีเขียวสลับกับไร่ขั้นบันไดของชาวเขาแต่เสียดายที่ช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเตรียมพื้นที่การเกษตรทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาหัวโล้น

หลังจากฝ่าฟันเส้นทางที่แสนจะทรหดและอากาศที่แปรปวนตลอดทางพวกเราก็ถึงจุดหมาย หมู่บ้านผาผึ้ง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ แล้วววว

เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านเราจะได้เห็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงกระจายกันอยู่มีราวๆ20 ครัวเรือน หมู่บ้านนี้ถือเป็นหมู่บ้านที่สะอาดมากด้วยการดูแลของผู้ใหญ่บ้าน และในหมู่บ้านมีการติดแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงเรียนของเพื่อเก็บไฟไว้ใช้ช่วงกลางคืนแต่สามารถใช้ได้แค่เพียงที่โรงเรียนและโรงอาหารข้างๆ โรงเรียนเท่านั้นส่วนบ้านเรือนทั่วไปใช้เพียงเทียนให้แสงสว่างในเวลากลางคืน

เช้าวันที่ 2 กับ หมู่บ้านผาผึ้งทุกคนตื่นมาพร้อมอากาศชื้น เพราะฝนตกตลอดทั้งคืน เช้านี้โชคดีมากๆเพราะผู้ใหญ่บ้านเดินมาบอกว่า...วันนี้มีพระธุดงค์เดินมารับบิณฑบาตในหมู่บ้าน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้ใส่บาตรพระบนดอย

หลังจากที่ใส่บาตรและกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว วันนี้พวกเราต้องไปทำภารกิจสร้างฝาย ทั้งหมด 3 จุดด้วยกันจากการที่ได้ถามพี่ๆและผู้ใหญ่บ้าน ทำให้รู้ว่าที่นี่แล้งมานานแล้วฝนก็ไม่ตกมาหลายเดือนทำให้ที่หมู่บ้านนี้ไม่มีน้ำใช้ซึ่งผู้ใหญ่บ้านบอกว่า...พวกเขาโชคดีมากที่พวกเรามาเพราะพวกเรามาพร้อมกับฝน

มาเริ่มที่ ฝายจุดแรก เป็นลำธารห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโล (ลำธารที่ใกล้หมู่บ้านสุดแล้ว)ตอนนี้แหละทั้งชาวบ้านและจิตอาสาต่างลงมือลงแรงช่วยกันแบ่งไปขนทรายบ้าง ยกหินบ้าง และไปแบกปูนจากหมู่บ้านส่วนเด็กเล็กๆ ก็นั่งให้กำลังใจ บ้างก็มาช่วยหยิบจับหินเพื่อสร้างกำแพงฝายกั้นน้ำ

ตลอดการทำฝายจุดแรกมีฝนตกลงมาบ้างประปรายจนถึงขั้นเทปูนฝายเสร็จฝนก็เทลงมาทันทีตอนนั้นสังเกตได้ว่าน้ำเริ่มเปลี่ยนสีจากน้ำใสกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ทำให้ทุกคนต้องหยุดพักเบรกกินข้าวเที่ยงกันก่อน

ดูท่าฝนไม่น่าหยุดง่ายๆ แต่เริ่มซาลงบ้างแล้ว ทุกคนเลยตัดสินใจไปทำ ฝายจุดที่2 ต่อทันที พวกเราเดินต่อไปอีก 3 กิโล ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคนเริ่มกลับมาอีกครั้งแม้ทางขึ้นเขาตอนนี้อาจจะดูไม่เป็นทางแต่ทุกคนต่างสนุกไปกับมันพื้นที่จุดที่ 2 ห่างจากจุดแรก 3-4 กิโล มิชชั่นจุดนี้คือจะต้องสร้างให้ลึกกว่าเดิมเพื่อเก็บน้ำให้ได้มากกว่าทำให้เด็กๆช่วยได้เพียงขนทรายและหินอยู่บนบกเท่านั้น และด้วยความที่ทุกคนเริ่มชำนาญกับการแบกหินขนทราย และเทปูนแล้ว ทำจุดนี้ใช้เวลาไม่นานสักเท่าไหร่

ภารกิจครั้งนี้พวกเราทำมิชชั่นได้เพียง2 จุดเท่านั้น เพราะฝนตกไม่หยุดจุดที่ 3ที่เป็นต้นน้ำจึงไม่สามารถไปสร้างต่อได้ และตลอดระยะทางที่เดินกลับหมู่บ้านทุกคนดูไม่เหนื่อยเท่าไหร่เรายังได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากทุกคนเหมือนเดิมถึงแม้ว่าวันนี้เราจะต้องเจออากาศที่แปรปวน

...สำหรับตัวเราแล้วรู้สึกว่ามาทริปนี้มันคุ้มมากจริงๆ การได้พูดคุยกับทุกคน ได้สนุกไปด้วยกันและเดินไปพร้อมๆ กัน ทำให้งานวันนี้รู้สึกไม่เหนื่อยถึงแม้จะต้องใช้แรงมากกว่าทุกๆ วัน ... และเราก็ได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่นี่กับคำถามที่ผู้ใหญ่บ้านถามว่า เป็นยังไงเหนื่อยไหม พูดแบบนี้ตลอดทางกลับบ้านหมู่บ้านพวกเราหันไปมองก่อนจะตอบว่า ไม่เหนื่อยค่ะ แค่นี้จิ๊บๆสบายมาก

เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านพวกเราได้เจอเรื่องที่เซอร์ไพรส์ เพราะวันนี้ฝนตกตลอดทั้งวัน เลยทำให้ในครัวไม่มีไฟฟ้าใช้พวกเราก็ต้องทำกับข้าวและกินข้าวใต้แสงเทียน... โรแมนติกสุดๆ

มาถึง วันที่ 3 วันสุดท้ายของการพักผ่อนที่กำลังจะหมดลงวันนี้จึงมีโอกาสเดินสำรวจหมู่บ้านเห็นมี จุดสัญญาณโทรศัพท์ ลักษณะเป็นที่นั่งต่อด้วยไม้ยื่นออกไปนอกเชิงเขาที่สำคัญจุดนี้สามารถรับสัญญาณมือถือที่เดียวในหมู่บ้านเท่านั้นไปลองมาแล้วใช้ได้จริง...แต่ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาดเพราะสัญญาณมือถือจะหายทันที

และอีกหนึ่งสิ่งที่เห็นแล้วต้องแปลกใจคือโทรศัพท์สาธารณะแบบใช้บัตรโทรศัพท์ เครื่องเดียวในหมู่บ้าน ซึ่งเครื่องนี้ถูกติดตั้งมา5 ปีแล้ว ตอนนี้ไม่สามารถใช้ได้เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล...แปลกดีที่สิ่งเหล่านี้มาอยู่ที่นี่และดูไม่มีความจำเป็นสำหรับที่นี่เท่าไหร่นักด้วยความเป็นอยู่ของคนที่นี่ไม่มีการค้าขายไม่มีอาชีพ ส่วนพืชผลทางการเกษตร ข้าวหรือแม้แต่พืชพันธุ์ต่างๆ ทำเพื่อการดำรงชีพเท่านั้น

วันนี้เราจะกลับบ้านแล้ว...แต่เหมือนแผนที่วางถูกเปลี่ยนขึ้นไปจากเดิมที่ต้องกลับลงจากดอยเลยก็เพิ่มมาเป็นขึ้นไปเลี้ยงข้าวน้องๆ ที่หมู่บ้านห้วยบง อ.อมก๋อย ห่างจากที่นี่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ...ไปค่ะ จะรออะไรเด็กๆ รอเราอยู่!!!

...นี่อาจเป็นทริปที่ดูทรหดและไม่ใช่การพักผ่อนที่สบายสักเท่าไหร่แต่ทริปนี่สามารถชาร์จแบตเติมพลังบวกให้กับเราได้อย่างดี ไปค่ะ...ออกไปเปลี่ยนที่นอนเปลี่ยนบรรยากาศ หาเพื่อนใหม่ หาประสบการณ์ดีๆ แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ได้กลับมามันอาจจะมากกว่าที่เราเสียไปแน่นอน...

- ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า ตาม...กวางมาค่ะ -

มาเที่ยวเพลินๆ ในแบบฉบับสาวออฟฟิศ...กับ “กวาง-อรสา ใจหาญ” ที่จะพาทุกคนไปเปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนบรรยากาศ หาเพื่อนใหม่ๆ ทำให้การเที่ยวของคุณน่าเบื่ออีกต่อไป “ตาม...กวางมาเลยค่ะ”

บทความล่าสุด

192.168.52.212