Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เมื่อวันนี้ของ 7 ปีก่อน ซึ่งตรงกับวันที่ 11 พ.ค. 2554 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนที่ยังไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามนักข่าวที่พยายามซักไซร้ ว่าจะทำปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่!

ปรากฏว่าคำตอบในวันนั้น ย้อนแย้งกับสถานการณ์ 4 ปีมานี้ จนหลายคนถึงกับโอดว่า "ไผน่อ มาซางว่า!!!"

แต่ก่อนจะไปดูคำตอบตอนนั้นของคนเก่งหัวใจแกร่งของคนไทยคนนี้ คงต้องย้อนรอยดูสถานการณ์บ้านเมืองตอนนั้นกันก่อน

จังหวะช่วงปีก่อนหน้านั้น (ปี 2553) "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" เกษียณอายุราชการพอดี ก็ได้ส่งไม้ต่อให้ "พล.อ.ประยุทธ์" ขึ้นเป็น "ผบ.ทบ." ตามความคาดหมาย ชนิดไร้คู่แข่ง

หลังจากนั้น ก็เป็นช่วงฝุ่นเริ่มจางจากความขัดแย้ง แตกแยกทางความคิดในการเมืองไทยที่มีการเผชิญหน้ากันมาหลายปี เสียเลือดเนื้อกันไปก็มาก!!

เพราะวันที่ 9 พ.ค.2554 นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ประกาศ "ยุบสภา" และเตรียมที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ช่วงเดือนก.ค. ปีเดียวกัน

แต่แล้ว ก็มีกระแสข่าวว่า อาจมีการก่อความไม่สงบในช่วงเลือกตั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการสยบความวุ่นวาย ทหารอาจจำเป็นต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ด้วยการก่อปฏิวัติรัฐประหาร

ที่สุด ช่วงเช้าของวัน 11 พ.ค. 2554 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จำต้องออกมาสยบทุกคำร่ำลือ ด้วยการให้สัมภาษณ์ ถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของทหารโดยตรง แต่ในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยจะติดตามข้อมูลด้านการข่าว

 

 แต่หากมีข่าวไม่ดีหรือมีเหตุการณ์ไม่เรียบร้อยก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงรับทราบเพื่อให้ดำเนินการ ทหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้

นักข่าวยังคงพยายามยิงคำถามในลักษณะคล้ายๆ กันนี้ และด้วยลีลาของว่าที่นายกฯไทยคนนี้ที่แซ่บมานานแล้ว ก็สามารถตอบคำถามนักข่าวไปได้ทุกครั้ง

มาจนถึงคำถามที่ว่า ห่วงสถานการณ์ในช่วงเลือกตั้งหรือไม่ และจะเข้ามาแก้ไขป้องกันอย่างไร บิ๊กตู่ ก็กล่าวว่า

"ทุกคนก็ต้องเป็นห่วง คงไม่ใช่เฉพาะทหาร เคยบอกไปแล้วประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าได้ไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ ต้องร่วมมือกันทำหน้าที่ในการที่ในการทำให้ประเทศไทย มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง"

"เคยพูดไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ทหารเรามีหน้าที่ของเราเฉพาะอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าท่านยึดโยงเอาทหารเข้าไปเกี่ยวในทุกๆ เรื่องมันเป็นไปไม่ได้ ในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ อยากให้สื่อมวลชนไปเตือนไปพูดให้ประชาชนได้ตระหนักถึงภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น"

"มีการเลือกตั้งมาไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว มันมีความรุนแรงทุกครั้ง แล้วตนอยากถามว่า เกิดจากใครก็ต้องไปหาให้เจอว่า ใครเป็นคนทำให้เกิด แล้วจะต้องดำเนินคดีกับใคร หลายๆ อย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้เลือก เป็นผู้ที่กำหนดชะตาของบ้านเมือง เพราะเป็นระบบประชาธิปไตย"

และในที่สุดประโยคนี้ก็ออกมาจากปากของเขา

"ทหารพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่มีบางสื่อที่พยายามเสนอว่าทหารจะปฏิวัติ ซึ่งตนมองว่า ไม่ใช่เวลา และตนจะไม่พูดเรื่องนี้อีก เพราะพูดมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังมีความพยายามเอาทหารเข้าไปยึดโยงเข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งหากจะวิจารณ์อย่างไรก็แล้วแต่ การเมืองจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ขอร้องอย่าเอาทหารเข้าไปเกี่ยว คนละเรื่อง"

"จะเห็นว่าทหารจะถูกลากไปเกี่ยวข้องในทุกๆ เรื่อง ทำให้ประชาชนอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้อง และทำให้เสื่อมเสียต่อกองทัพบก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เอามาพูดมาว่า ทหารอยู่เบื้องหลังของการเมือง ตนเรียนว่า ไม่มี เป็นเรื่องของการเมือง!!"

อย่างไรก็ดี มีการโยงว่า ที่นักข่าวพยายามสอบถามเรืองนี้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เพราะช่วงก่อนหน้านั้น ราววันที่ 22 มี.ค. 2554 ที่กองบัญชาการทหารบกว่า ปรากฏว่า บริเวณร้านอาหารหลังอาคารสำนักงานเลขานุการกองทัพบก มีตัวเงินตัวทองยาว หางกุด ยาวประมาณ 1 เมตรเดินเพ่นพานชูคออย่างไม่กลัวคน ที่เดินผ่านไปผ่านมาแต่อย่างใด ข่าวระบุว่าเป็นตัวเงินตัวทองเจ้าถิ่น ที่ออกมาหาอาหารด้วยความหิวโซ

ที่สุดผู้คนก็พากันวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานาตามสูตร เพราะทุกครั้งที่มีตัวเงินตัวทองโผล่ ทั้งในทำเนียบ หรือในสถานที่สำคัญ ก็จะต้องออกมาตีความกันในท่วงทำนองแบบนี้ 

 

โดยเฉพาะกลุ่มผู้สื่อข่าวสายทหาร ที่เคยเห็นตัวเงินตัวทองยาวกว่า 1 เมตรโผล่มาแล้วครั้งหนึ่ง และถูกทหารใช้ไม้ตีตายก่อนจะลากไปทิ้งในที่สุดเมื่อปี 2549 ในช่วงเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. ( https://www.thairath.co.th/content/157885)

ส่วนรอบนั้น ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เพิ่งรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้มีการปรับภูมิทัศน์ภายในกองบัญชาการทหารบกให้ดูสวยงาม จนกระทั่งปรากฏตัวเงินตัวทองโผล่ออกมาอีกครั้งจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า อาจจะเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม่ดังกล่าวไปแล้วนั่นเอง

แต่ที่สุดแล้ว การรัฐประหารก็เกิดขึ้นให้หลังจากนั้นถึง 3 ปี!! ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งไม่เกี่ยวกับกรณีตัวเงินตัวทองใดๆ เลยทั้งสิ้น!!

หากแต่เมื่อบ้านเมืองวุ่นวายหาที่ลงไม่เจอ ท่านก็ต้องออกโรงเป็นเรื่องปกติ ด้วยประการฉะนี้!!

192.168.52.212