ซึ่งผู้ต้องหาชาวต่างชาตินอร์เวย์รายนี้ ที่ยังเคยมีประวัติอาชญากรรม 11 ฐานความผิด ทั้ง คดีอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติด การล่วงละเมิดและกระทำอนาจารผู้เยาว์ในปี 2537-2542 และ 2545 ซึ่ง จากคำพิพากษาของศาลในปี 2545 ระบุว่า เป็นบุคคลอันตรายมีความเสี่ยงสูงที่บุคคลที่กระทำความผิดจะก่ออาชญากรรมใน รูปแบบการล่วงละเมิดผู้เยาว์ซ้ำอีกต่อไปได้ ภายหลังจากการปล่อยตัวจากเรือนจำ
ต่อมานายสติก จึงได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยเข้ามาตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2552 และใช้เวลาส่วนมากในเมืองพัทยา ซึ่งนายสติก ติดเชื้อโรคร้าย และมีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลอันตรายในการแพร่เชื้อร้ายและ ละเมิดทางเพศบุคคลอื่น และมีพฤติกรรมอยู่ในเมืองไทยตลอดช่วงที่ผ่านมา มีทั้งการมักเสนอที่พักฟรีให้แก่ครอบครัวที่มีเด็กสตรีในพื้นที่พักอาศัย
และมีเงื่อนไขที่นายสติก จะต้องได้เป็นผู้ดูแลเด็ก จากข้อมูลดังกล่าว พิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวอาจก่ออาชญากรรมในรูปแบบเดิมภายในราชอาณาจักรไทยในขณะนี้ได้อีก ซึ่งหากปล่อยให้การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นได้อีกต่อไปจะเป็นภัยร้ายต่อเด็กและสตรีของสังคมคนในประเทศไทยได้
ซึ่งมีความสัมพันธุ์กับนายสติก ได้ กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบ ซึ่งรับผิดชอบชอบพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 3,ภาค 4 จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบและพบว่าปัจจุบัน นายสติกฯได้พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ดังกล่าวกับภรรยา ชาวไทยจริง ปัจจุบัน นายสติกฯและภรรยามิได้ประกอบอาชีพใด และชอบออกเดินทางเพื่อขออุปการะเด็กไทย ในพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์และป้องกันการแพร่โรคร้ายต่อไปไม่หยุดอีกได้
ทางชุดกองปราบและตร.ชัยภูมิ จึงได้ร่วมสนธิกำลังกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อขอหมายศาล จ.ชัยภูมิ บุกเข้าตรวจค้นบ้านชาวนอร์เวย์รายนี้ และได้มีการตรวจยึดอุปกรณ์ซึ่งใช้ในการเผยแพร่ภาพการละเมิดเด็ก ภาพลามก การกระทำอนาจารเด็กสาวในเครื่องโน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ครั้งนี้อีกเป็นจำนวนมากด้วย ซึ่งผุ้ต้องหาชาวนอร์เวย์รายนี้ยอมรับสารภาพว่าเป็นของตนเองจริง ก่อนที่ทางจนท.ตร.จ.ชัยภูมิ จะได้ควบคุมตัวและคัดค้านการประกันตัวเพื่อควบคุมตัวส่งฝากขังที่เรือนจำชัยภูมิไว้ก่อน เพื่อรวบรวมพญานหลักฐานส่งดำเนินคดีชาวต่างชาตินอร์เวย์รายนี้และส่งให้ ตม.ประสานกับประเทศนอร์เวย์เพื่อส่งตัวชาวต่างชาติรายนี้กลับประเทศของตนเองต่อไป