Search

วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ตอนวัยรุ่น ผมชอบสร้างวีรกรรมแปลกๆ ชอบสร้างความปั่นป่วนและแกล้งคน ผมเล่นขว้างลูกโป่งน้ำ เล่นเบสบอลด้วยลูกที่เอาของเหนียวๆ มาทาไว้คำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปในกลุ่มชน "ไม่เอาทรัมป์" หลังอเมริกาภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมมือชาติเลิฟ ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทหารโจมตีเป้าหมายในซีเรีย เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาในสหรัฐ หรือเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาในซีเรีย

          

          ส่งผลแม้แต่กลุ่มแฟนคลับทรัมป์เอง ยังเงิบไปตามๆ กัน ด้วยความผิดหวังชนิดจับกระแสได้อย่างชัดเจนว่า

          อดีตมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ที่หันมาเล่นการเมืองผู้ซึ่งเคยหาเสียงว่า จะพาอภิมหาอำนาจถอยห่างจากกิจการโลก แต่วันนี้เขากลับกลืนน้ำลายตัวเอง (อ่านแฟนพันธุ์แท้ไม่ปลื้ม"ทรัมป์"ถล่มซีเรีย http://www.komchadluek.net/news/foreign/321199)

          ที่จริงไม่น่าแปลกใจ เพราะคนที่มานั่งบัญชาการชาติที่ห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาว เหมือนมีภารกิจหลักอะไรบางอย่างที่ต้องทำ ซึ่งมักจะเป็นภารกิจที่ไม่ค่อยถูกใจชาวโลกผู้ไม่นิยมสงครามมากนัก

 

ภาพจาก www.pixabay.com          

หลายคนถึงกับถามไถ่ในท่วงทำนองที่ว่า หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลายเป็นผู้นำชนิดที่คลั่งสงครามไปอีกคน!?

          ยิ่งหลังเสร็จปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าตัวออกยังมาทวีตข้อความชื่นชมปฏิบัติการของตนและพวก ที่ประสบผลสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย เสมือนหนึ่งเกมเมอร์อวดว่าทำแต้มได้เป็นผู้ชนะ!          ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายคือศูนย์วิจัยและคลังอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัสและจังหวัดฮอมส์           แต่เอาเข้าจริงๆ ที่นี่เป็นแหล่งผลิตอาวุธเคมีจริงหรือไม่ ยังไม่มีใครฟันธง ซึ่งต้องรอดูกันว่า คณะตรวจสอบของ OPCW ที่เดินทางไปกรุงดามัสกัส เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยของอาวุธเคมีในเมืองดูมา จะรายงานออกมาว่าอย่างไร

                   อย่างไรก็ตาม มุมหนึ่งที่สัมผัสได้ทั่วไป คือภาพของความเป็นทรัมป์ในวันนี้ ก็คือภาพของทรัมป์ผู้ไม่เคยล้มเหลว!          เช่นเดียวกับช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขาก่อนจะยิ่งใหญ่ในทางธุรกิจและยิ่งคับฟ้ายิ่งขึ้นในทางการเมืองเหมือนกับที่เขาเคยกล่าวในการปราศรัยครบรอบ 100 วันของการเป็นผู้นำชาวสหรัฐว่า          "เขาพร้อมแล้วกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง และจะต้องชนะในทุกกรณี"          นั่นเพราะทรัมป์มีชีวิตที่เหมือนถูกวางไว้ว่าต้องเป็นที่ 1 ต้องได้ และต้องชนะ

 

           มุมหนึ่งของทรัมป์ที่เขาเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ เรื่อง "เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน : Donald J. Trump"         แน่นอนในเล่มมีเนื้อหามากมายที่นักธุรกิจอาจต้องเก็บไว้อ่านเป็นคัมภีร์ประจำตัว แต่ก็ยังมีช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นก่อนจะถึงวัยทำงานที่ทรัมป์ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองไว้ อย่างสนุกสนาน

          โดนัลด์ ทรัมป์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ปัจจุบันอายุ 71 ปี ชื่อเต็มคือ โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์          เขาเกิดและเติบโตในนครนิวยอร์ก เป็นบุตรคนที่ 4 ใน 5 คนของ "เฟรด ทรัมป์" เศรษฐีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนครนิวยอร์ก          และที่หลายคนไม่แปลกใจคือ โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผู้เป็นพ่อของเขาทั้งในเป้าหมายของอาชีพ และอาจรวมไปถึงทัศนคติ ความคิด และเนื้อแท้ในจิตใจก็เป็นได้          ดังที่เขาเล่าไว้ในหนังสือ เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน : Donald J. Trump ว่า

          "ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งมีความสำคัญต่อผมมากที่สุดในขณะที่กำลังเติบโตคือ "เฟรด ทรัมป์ พ่อของผม ผมเรียนรู้อะไรจากพ่อมากมาย เรียนรู้ถึงความยากลำบากในธุรกิจที่โหดร้าย ผมได้เรียนรู้การจูงใจคน ศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน นั่นคือ ก้าวเข้ามา ลงมือทำให้สำเร็จอย่างถูกต้อง และถอยออกมา"         

          แต่กว่าจะเข้ารูปเข้ารอย บิดาของเขานี่แหละที่ต้องทั้งตบ ทั้งปั้น!! โดยทรัมป์ได้เล่าถึงชีวิตเฮี้ยวๆ ของตนเองช่วงวัยรุ่นว่า          "เมื่อตอนวัยรุ่น ผมชอบสร้างวีรกรรมแปลกๆ เพราะเหตุผลบางอย่าง ผมชอบสร้างความปั่นป่วนและแกล้งคน ผมเล่นขว้างลูกโป่งน้ำ เล่นเบสบอลด้วยลูกที่เอาของเหนียวๆ มาทาไว้ เช่น น้ำลาย น้ำมันใส่ผม หรือเนยถั่ว"          "และก่อเรื่องวุ่นวายในสนามของโรงเรียนเวลาที่มีงานวันเกิด มันไม่ใช่การสร้างความเสียหายอะไร แต่มันเป็นการกระทำที่ออกจะก้าวร้าว"          และสิ่งที่พอของทรัมป์รับมือกับลูกชายตัวแสบของเขาคนนี้คือ การส่งไปเรียนทหาร ตอนที่ทรัมป์มีอายุย่างเข้า 13 ปี หลังจากจบโรงเรียน The Kew-Forest School ในช่วงแรก 

 

          "ปรากฎว่าพ่อคิดถูก ผมเริ่มไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารชื่อ New York Military Academy" ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอรค์ ตอนเกรด 8 ผมเป็นนักเรียนประจำอยู่ที่นั้นจนถึงชั้นม.ปลาย และตลอดเวลานั้น ผมได้เรียนรู้มากมาย เกี่ยวกับการรักษาวินัย และเปลี่ยนแปลงความก้าวร้าวของผมให้กลายเป็นความสำเร็จ"

          และดูเหมือนว่า "ความสำเร็จแรก" ของทรัมป์ในการพิสูจน์คุณค่าที่ตนเองนิยามคือ ช่วงปีสุดท้ายเขาได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้านักเรียนนายทหาร!!

          จริงอยู่ที่เจ้าตัวบอกว่า ตนเองนั้นไม่ใช่นักเรียนที่หัวดีอะไร แต่ก็สามารถเรียนจบโรงเรียนเตรียมทหารออกมาได้ ในปี ค.ศ.1964          ที่น่าแปลกใจคือ หลังจากนั้นเขากลับไปสนใจในโลกภาพยนตร์ โดยลงเรียนที่โรงเรียนสอนการสร้างภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย จนถึงขนาดใช้คำว่าตนเองนั้นต้องมนต์เสน่ห์ของโลกมายา!

 

           โดย หลุยส์ บี, เมเยอร์ เจ้าของสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวลานั้นคือ MGM 'สิงโตคำราม' คือผู้ที่ทรัมป์ ยกย่องว่าเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

          อย่างไรก็ดีที่สุดแล้วทรัมป์ย้ายไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นแห่งแรกๆ ในสหรัฐอเมริกา

          และนั่นก็เหมือนจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ทรัมป์ไม่สามารถหลีกหนีเงาของผู้เป็นบิดาไปได้ แม้ว่าตนเองจะเคยกล่าวไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ว่า

          "ในขณะเดียวกัน ผมเรียนรู้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า ผมไม่ต้องการจะทำธุรกิจแบบเดียวกับพ่อ พ่อเก่งในเรื่องควบคุมค่าเช่าอาคารและควบคุมให้ค่าเช่าอยู่ภายในกรอบของกฎหมายในเขตควีนส์และบรูกลิน แต่มันเป็นหนทางที่ได้กำไรยากเหลือเกิน"

          "ผมต้องการลองทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า หรูเลิศกว่า และน่าตื่นเต้นมากกว่า ผมยังตระหนักอีกว่า หากผมต้องการเป็นที่รู้จักของใครต่อใครมากกว่าการเป็นลูกชายของ เฟรด ทรัมป์ แล้วล่ะก็ ผมควรจะต้องออกไปสร้างชื่อเสียงของตนเอง"

          แน่นอนแม้ว่าเขาจะมาในเส้นทางอสังหาริมทรัพย์ตามบิดา แต่สิ่งที่เห็น คือ ความยิ่งใหญ่ของทรัมป์มากเกินกว่าที่บิดาทำไว้ และมีเส้นทางที่มาไกลสุดๆ แม้อาจจะเคยประสบปัญหามาบ้างแต่ก็พลิกกลับคืนมาได้ 

           จนกลายเป็นผู้ชนะทั้งในทางธุรกิจหลากหลาย อสังหาริมทรัพย์ หรือเส้นทางในโลกบันเทิง ที่ชื่อเสียงอยู่ในระดับอภิมหาตำนานนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลแถวหน้า          และยังหมายถึงอำนาจที่เขามีอยู่ในมือขณะนี้ จนอาจเรียกว่าเขาเป็นที่ 1 ของห้องเรียนโลกก็ว่าได้!

         และนี่ก็เป็นเพียงมุมหนึ่ง เสี้ยวหนึ่ง ของชายที่ชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์  จาก "วัยโจ๋"สู่ "วัยโต" จนคับฟ้าและผืนโลก

          ส่วนว่า การทิ้งบอมบ์ซีเรียหนนี้ จะพิสูจน์ความเป็นผู้ชนะของทรัมป์ในด้านไหน ตัวชี้วัดคืออะไร ชาวโลกกำลังสงสัยสุดๆ และอดจับตามองไม่ได้!!

/////////////ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก วิกิพีเดียwww.pixabay.comข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ  เรื่อง "เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน : Donald J. Trump" 

192.168.52.212