Search

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

จากสงครามร้อน สู่สงครามเย็น หลังปูตินเตือนโลกโกลาหล ถ้าไม่หยุดคุกคามซีเรีย และมีการยิงขีปนาวุธรอบใหม่อีก หากการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาตินี้ดำเนินต่อไป ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าการโจมตีทางอากาศประสบความสำเร็จ เพื่อตอบโต้และขัดขวางซีเรียไม่ให้ใช้อาวุธเคมีทำลายประชาชนเป็นจำนวนมากอีก

ปฏิบัติการโจมตีด้วยโทมาฮ็อกและขีปนาวุธจากสหรัฐ และพันธมิตร เมื่อวันเสาร์เป็นภารกิจที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายสำคัญ 3 จุด คือการโจมตีที่ศูนย์วิจัยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัส และคลังเก็บอาวุธเคมีใกล้เมืองฮอมส์อีก 2 แห่ง ขณะที่สำนักข่าว TASS ของรัสชี้ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 71 ลูก จากทั้งหมด 105 ลูก

ทั้งนี้ การโจมตีขีปนาวุธต่อซีเรียครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่องค์การห้ามอาวุธเคมี (OPCW) จะส่งคณะทำงานเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองดูมา ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 60 คนโดยสหรัฐกล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อ้สซาด อยู่เบื้องหลัง

1. ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ต่อสายโทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีฮัสซัน เราฮานี แห่งอิหร่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในซีเรีย โดยผู้นำรัสเซียระบุว่า หากมีการโจมตีซีเรียของสหรัฐ ที่ร่วมมือกับอังกฤษ และฝรั่งเศส เกิดขึ้นอีก โลกจะเกิดความโกลาหล เนื่องจากการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาตินี้ดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินได้ประณามการโจมตีซีเรียครั้งนี้ว่า เป็นการรุกรานประเทศที่มีอธิปไตย และยังชี้ว่า สหรัฐเหมือนกำลังจะก่อสงครามซ้ำอีกในซีเรีย เช่นเดียวกับที่เคยทำไว้ในอิรัก และลิเบีย

2. ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนรัฐบาลซีเรียว่า สหรัฐมีการล็อคเป้าและพร้อมยิงโจมตีได้ทุกเมื่อ พร้อมยืนยันว่าการโจมตีขีปนาวุธได้ประสบความสำเร็จ เพื่อตอบโต้และขัดขวางซีเรียไม่ให้ใช้อาวุธเคมีทำลายประชาชนเป็นจำนวนมากอีก

โดยที่ปฏิบัติการโจมตีด้วยโทมาฮ็อกและขีปนาวุธจากสหรัฐ และพันธมิตร เมื่อวันเสาร์เป็นภารกิจที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายสำคัญ 3 จุด คือการโจมตีที่ศูนย์วิจัยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัส และคลังเก็บอาวุธเคมีใกล้เมืองฮอมส์อีก 2 แห่ง ขณะที่สำนักข่าว TASS ของรัสชี้ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 71 ลูก จากทั้งหมด 105 ลูก

3. ส่วนท่าทีของผู้นำฝรั่งเศสบอกว่า หลังจากที่ฝรั่งเศส ได้ร่วมมือกับสหรัฐและอังกฤษได้เปิดฉากโจมตีซีเรียที่ใช้อาวุธเคมีทำลายประชาชน รวมทั้งปกป้องการร่วมโจมตีทางอากาศซีเรียด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการตอบโต้ที่ชอบด้วยกฎหมายภายหลังจากที่มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองดูมาเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา

โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครอง กล่าวกับสื่อทีวีและวิทยุว่า พร้อมที่จะเจรจากับทุกฝ่าย รวมทั้งรัสเซียและอิหร่าน เพื่อปูทางสู่สันติภาพในซีเรีย ซึ่งความสำคัญในลำดับต้นๆ ของชาติตะวันตกก็คือการเตรียมความพร้อมในการสร้างทางเลือกทางการเมืองในระยะยาว โดยเปิดทางสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังกรอบแห่งรัฐธรรมนูญในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

4. การโจมตีขีปนาวุธต่อซีเรียครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่องค์การห้ามอาวุธเคมี (OPCW) จะส่งคณะทำงานเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองดูมา ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 60 คนโดยสหรัฐกล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อ้สซาด อยู่เบื้องหลัง จนทำให้เกิดเป็นสงครามร้อน และนำไปสู่สงครามเย็นต่อไปหรือไม่

โดยที่นิกกี้ ฮาร์ลีย์ ทูตประจำองค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่ามาตรการแซงก์ชันที่สหรัฐจะประกาศในวันนี้ จะเป็นการดำเนินการกับธุรกิจของรัสเซียที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อิสซาด ของซีเรีย

ขณะที่ผู้นำอิหร่านก็จับตาท่าทีของสหรํฐจะดำเนินการต่ออายุมาตรการแซงก์ชั่นอิหร่านจะจะครบกำหนดในวันที่ 12 พฤษภาคมหรือไม่เข่นกัน

5. อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงเวลาของสงครามร้อนในซีเรียที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าเงินรูเบิลดิ่งตัวลงมากถึง 12% ในปีนี้ มาแตะที่ 62.39 รูเบิลต่อดอลลาร์ เนื่องมาจากปัญหาข้อขัดแย้งในซีเรีย ได้กลายเป็น Geo-political risk ท่ามกลางความเสี่ยงของสงครามเย็น หรือ Cold War ที่หวนกลับมาเพิ่มมากขึ้น

บทความล่าสุด

192.168.52.211