Search

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

รอง ผอ.รพ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ชีวิตพอเพียงเป็นต้นแบบให้กับผู้ป่วย คนไข้ และคนในชุมชนเผยความสุขจากการทำเกษตรนอกเวลาราชการคือกำไรชีวิตสุขใจมากกว่ารายได้ เปลี่ยนบทบาทจากหมอสู่เกษตรกร

รอง ผอ.รพ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ชีวิตพอเพียงเป็นต้นแบบให้กับผู้ป่วย คนไข้ และคนในชุมชนเผยความสุขจากการทำเกษตรนอกเวลาราชการคือกำไรชีวิตสุขใจมากกว่ารายได้ เปลี่ยนบทบาทจากหมอสู่เกษตรกร และผู้ถ่ายทอดแนวทางพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

วันที่ 1 เมษายน 2561 ที่บ้านสวนวิลาวรรณบ้านสะอาดสมศรี ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายลอน มุงคุณรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอนจาน อ.ดอนจานจ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังสาละวนอยู่ในไร่ และสวนหลังบ้านเพื่อเตรียมนำผลผลิตส่งบรรดาแม่ค้าที่สั่งเข้ามา โดยเฉพาะผักหวานป่า ที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากนอกจากนี้ยังมีพืช และไม้ผลอีกหลายอย่างที่ปลูกมานานกว่า 5 ปี บนเนื้อที่ 9 ไร่ ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

นายลอน มุงคุณ กล่าวว่า ตนรับราชการที่ตอนนี้มีอายุราชการ 27 ปีแล้วขณะเดียวกันการทำงานอยู่โรงพยาบาล ได้เห็นคนเจ็บ คนป่วย มากมายหลายโรค หลายอาการ โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง โรคร้ายแรง ที่ส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมของการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการยืน นั่ง นอน และการรับประทานอาหาร แรก ๆ ยังมองเป็นเรื่องไกลตัว กระทั่งพ่อและภรรยาป่วยพร้อมกันเวลาทุกอย่างจึงหมดไปกับการดูแลผู้ป่วยในบ้านจนพ่อเสียชีวิตลง แม้ว่าเป็นข้าราชการแต่ยังมีค่ารักษาดูแลอีกหลายอย่าง ต้องกู้ยืมเงินในระบบมาจุนเจือครอบครัวและระหว่างที่เฝ้าภรรยาในโรงพยาบาลได้ติดตามชมสารคดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จึงได้ย้อนกลับมาดูตัวเองคิดทบทวน 1. เราก็ลูกเกษตรกร 2. เรามีที่นา ที่สวน 3. เรามีเวลา จึงเริ่มวางแผนขึ้นโดยกำหนดระยะเวลา 10 ปี และเริ่มลงมือทำเกษตรตามแนวทางพ่อหลวงจากการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และไปที่สวนปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์เพื่อขอความรู้มาปรับใช้ในสวนของตัวเองรวมถึงการเข้ารับการอบรม หลุมพอเพียง กับพระอาจารย์พระมหาสุภาพ วัดป่านาคำ ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ขณะเดียวกันภรรยาได้หาทางบำบัดตัวเองแบบธรรมชาติจากที่นั่งนาน ๆ ตลอดทั้งวันเป็นผลทำให้กระดูกกดทับเส้นประสาทลองปลูกต้นไม้เล็ก ๆ และเดินเข้าสวนหลังบ้านบ่อย ๆ อาการก็เริ่มดีขึ้นจึงคิดได้ว่าแนวทางของพ่อหลวงได้ปลดเปลื้องทุกข์ โรคภัยและสร้างสุขของเราได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะวิถีเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมีแบบ 100%

ในระยะแรกๆ ยังเป็นการทำสวนแบบลองผิดลองถูกโดยเฉพาะการปลูกผักหวานป่า สลับกับการปลูกพืชสวนและไม้ยืนต้น เรียนรู้จนมีความรู้จากประสบการณ์ที่ขณะนี้ภายในสวนมีผักหวานป่าแล้ว 500 ต้น จากที่ตั้งเป้าไว้ 1,500 ต้น ในระยะ 5 ปี แรก หรือครึ่งทางของแผน 10 ปี ที่วางไว้ ผักหวานป่าที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ดอายุ 5 ปี เริ่มให้ผลผลิตวันละ 1-2 กก. ที่ขายส่งให้กับแม่ค้าที่เดินทางมาซื้อถึงสวนราคา กก.ละ 180-200 บาท และยังมีพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ ทำให้มีรายได้เข้ามาในครอบครัวอย่างน้อยวันละ 500 บาทนอกจากนี้ยังมีมะเขือเทศสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่จะนำไปส่งให้กับลูกค้าที่นิยมรับประทานเป็นอาหารว่างมะม่วงมีหลายสายพันธุ์ แต่ที่กำลังจะเกิดความภาคภูมิใจคือผลจากการปลูกต้นยางนาและไม้ยืนต้นอื่น ๆ ที่กำลังเติบโตทำให้พื้นที่มีสีเขียว เกิดสมดุลธรรมชาติ มีความร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์ และอีกไม่นานก็จะเกิดเห็ดป่า เห็ดธรรมชาติได้รับประทานกัน

นายลอน มุงคุณ กล่าวอีกว่าจากงานโรงพยาบาลที่ยุ่งและต้องอยู่กับคนไข้ตลอดทั้งวันตอนนี้ได้แบ่งเวลาพักผ่อนหย่อนใจคือการทำสวน ถึงฤดูปลูกข้าวก็ทำนาซึ่งจะทำนาเฉพาะได้กินในครัวเรือนแม้ว่าพื้นที่เดิมเป็นจะนาข้าวทั้งหมด ตอนนี้ได้แบ่งสัดส่วนออกจากนาข้าวก็เป็นสวนป่า แปลงบวบ สวนกล้วย สลับกับปลูกไม้ยืนต้นเป็นระยะ ๆ ในลักษณะ 1 สลับ 2 ขณะที่ริมรั้วจะเน้นปลูกไผ่ มะนาว และไม้ผลกินได้จากธนาคารต้นไม้ เรียกว่าปลูกทุกอย่างที่กินได้ และกินทุกอย่างที่ปลูกโดยในสวนจะใช้มูลไก่ จากฟาร์มไก่ขนาดเล็กที่เลี้ยงทั้งไก่พันธุ์พื้นเมืองและไก่ไข่ และใช้มูลเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ในสวน ซึ่งที่นี่ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทุกอย่างปลูกแบบธรรมชาติเป็นอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีบ่อปลาที่เลี้ยงปลาไว้รับประทานเองภายในสวนมีอาหารการกินเต็มพื้นที่โดยที่เราไม่ต้องไปตลาดส่วนชีวิตประจำวันได้ใช้เวลาช่วง 04.00 -  07.00 น. เป็นเวลาทำการเกษตรและไปทำงานในเวลา 08.00 น. - 17.00 น. ช่วงค่ำก็จะมีอยู่ในส่วนประมาณ 1 ชม. แต่ถ้าเป็นวันหยุดจะอยู่ในสวนทั้งวันนอกเหนือจากความสุข มีของกินเต็มสวน มีอาหารสุขภาพเต็มบ้านแล้วผลผลิตที่จำหน่ายได้เป็นรายได้ที่ปลดเปลื้องหนี้สินที่พอกพูนให้ลดลงด้วย

สำหรับบ้านสวนวิลาวรรณ ยังประยุกต์เกษตรผสมผสานของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เข้ากับยุคสมัยและบริบทคนเมืองโดยทำแปลงสาธิตให้คนหัวใจเกษตรรักการเกษตรได้ชมเป็นตัวอย่าง โดยย่อสวนเป็นตลาดหน้าบ้าน คือแปลงเกษตรสำหรับคนเมือง มีที่จำกัด และมีเวลาน้อย ที่จะเน้นปลูกพืชเพื่อสุขภาพอย่างละนิดละหน่อย ที่ปลูกลงในกระถางเล็ก ๆ ส่วนอีกแบบคือตลาดช่วงกลาง ที่จะกระจายปลูกพืชกินได้ พืชเศรษฐกิจในพื้นที่พอควร ที่จะเน้นปลูกพืชยืนต้นให้ผลผลิตระยะยาว เช่น ผักหวานป่า มะม่วงและตลาดผสมผสานเป็นพื้นที่ใหญ่ที่ปลูกพืชไว้หลากหลายอย่างสมดุลกัน มีผลผลิตตลอดปีสลับหมุนเวียนได้จำหน่ายตามฤดูกาล

นอกจากจะทำเกษตรในครัวเรือน นายลอน มุงคุณ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอนจานยังได้นำไปเผยแพร่การกินอยู่จากพืชปลอดสารพิษการปลูกพืชกินเอง ให้กับคนไข้ภายในโรงพยาบาลที่ตนเองรับผิดชอบดูแล และเปิดตลาดสุขภาพ ตลาดสีเขียวทุกวันศุกร์ ที่ลานหน้าโรงพยาบาลดอนจาน ซึ่งทำให้ชาวบ้านตื่นตัวหันมารักษ์สุขภาพใส่ใจเรื่องอาหารการกิน และยึดวิถีชีวิตของ รอง ผอ.โรงพยาบาลดอนจาน เป็นแบบอย่างด้วย

ADD FRIEND SUBSCRIBE

192.168.52.213