Search

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เกษตรกร อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ หนีแล้งซ้ำซาก ปรับตัวปลูกแคนตาลูปคลุมพลาสติกด้วยระบบน้ำหยด อายุสั้นแทนทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เน้นปลูกเองขายเอง รายได้ดีตลอดปี


วันที่ 20 มีนาคม นายพงษ์พัฒน์ เทียนสว่าง เกษตรกรหมู่ 4 ต.ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ กำลังเร่งเก็บผลผลิตแคนตาลูป ที่ปลูกไว้ 5 ไร่ หลังตัดสินใจปรับที่ดินจากที่เคยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาปลูกแคนตาลูป พืชที่ทนแล้งและสภาพอากาศร้อน เนื่องจากตำบลป่าคาย เป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติไหลผ่าน

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า เกษตรกรอำเภอทองสนขันทราบดีว่า เมื่อเขาสู่หน้าแล้งจะไม่สามารถทำการเกษตรใดๆได้ เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากขุดสระเพื่อเก็บกักในช่วงฝนตกหนัก ประกอบกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาตกต่ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่เน้นขายแรงงานทั้งในตัวเมืองและต่างจังหวัด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนพยายามหาพืชมาปลูกทดแทนเพื่อต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ยอมรับว่าล้มลุกคุกคลาน จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาศึกษาและเริ่มลงมือปลูกแคนตาลูป ไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 ไร่ ระยะเวลา 60-70 วันสามารถเก็บผลผลิตขายได้

โดยปีนี้ขยายเป็น 5 ไร่ และบอกต่อเพื่อนบ้านเพื่อรวมกลุ่มกันทำ จะได้เป็นแหล่งปลูกแคนตาลูปของ จ.อุตรดิตถ์ ทั้งนี้แคนตาลูปสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี นอกจากเป็นพืชอายุสั้นแล้ว ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย เพราะหากชุ่มน้ำจนเกินไปจะทำให้เป็นโรคโคนเน่าได้ง่าย สำหรับที่แล้งซ้ำซาก ก่อนลงปลูกตนมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยมูลสัตว์ ขึ้นแปลงและใช้พลาสติกคุลุมดิน และใช้ระบบน้ำหยดเพื่อประหยัดน้ำ ที่สำคัญต้องขยันตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช เพื่อไม่ให้แย่งอาหารของแคนตาลูป

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า 2 ปี หันมาปลูกแคนตาลูปเก็บผลผลิตวันต่อวัน เพื่อขายผลแก่พร้อมรับประทานได้เลย ทำให้ รสชาติหอม หวาน กรอบ เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ตนจะขายเองโดยสร้างเพิงขายริมถนนติดกับแปลงปลูก คัดตามขนาดของลูก เริ่มต้นกิโลกรัมละ 25-35 บาท ชาวบ้านและผู้สัญจรผ่านไปมาต่างแวะซื้อ และให้ครอบครัวขายตามตลาดนัด ปลูกแคนตาลูป 1 ไร่ ขายเองมีรายได้ถึงไร่ละ 6 หมื่นบาท จากต้นทุนประมาณ 1.5 หมื่นบาท ดีกว่าปลูกข้าวโพดและทำนา


192.168.52.211