Search

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ปทุมธานี - "องอาจ" พาชมอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ในเส้นทางพระผู้ปราบมาร ประดิษฐานรูปหล่อทองคำให้สาธุชนกราบไหว้

14 มี.ค. 61  เมื่อเวลา 17.00 น.  นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หรือ พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร จำนวน 3 แห่ง จากทั้งหมด 7 แห่ง ในเส้นทางพระผู้ปราบมาร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตั้งสถานที่สำคัญที่เกี่ยวกับชีวประวัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และยังเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ อีกด้วย ซึ่งบรรดาศิษยานุศิษย์ฯ ได้พร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อแสดงถึงความรัก ความเคารพ และความกตัญญูต่อพระคุณอันไม่มีประมาณของท่าน

โดยคณะสื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) สถานที่เกิดรูปกายเนื้อของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ตั้งอยู่บนแผ่นดินรูปดอกบัว มีน้ำล้อมรอบ อยู่ตรงข้ามวัดสองพี่น้อง (พระอารามหลวง) ที่ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ คณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้าง มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นรูปทรงภูเขาทอง 8 เหลี่ยม ภายในบันทึกประวัติการสร้างบารมีของท่านตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย บริเวณกลางมหาวิหารฯ ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เพื่อให้สาธุชนได้กราบไหว้

ต่อมาคณะสื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานสถานที่เกิดในเพศสมณะของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ณ วัดสองพี่น้อง (พระอารามหลวง) ตั้งอยู่ริมคลองสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งวัดสองพี่น้องเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในปี พ.ศ. 2212 (ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในพื้นที่ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านอุปสมบทเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2449 ขณะมีอายุย่างเข้า 22 ปี ที่ พัทธสีมาวัดสองพี่น้องแห่งนี้ ได้รับฉายาว่า "จนฺทสโร" โดยมีพระอาจารย์ดี วัดประตูสาร อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินยานุโยค (เหนี่ยง อินฺทโชโต) วัดสองพี่น้อง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดสองพี่น้อง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสองพี่น้อง เป็นเวลา 1 พรรษา หลังจากปวารณาพรรษาแล้ว ท่านได้ย้ายมาจำพรรษา ที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม

และคณะสื่อมวลชนได้เข้าชมอนุสรณ์สถานสถานที่เกิดกายธรรม หรือสถานที่บรรลุธรรมของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยฝั่งตะวันตก บริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยในพรรษาที่ 11 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้มาจำพรรษา ที่ วัดโบสถ์บน บางคูเวียงแห่งนี้ และในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 พ.ศ. 2460 ท่านตั้งใจที่จะกระทำความเพียรอย่างอุกฤษฏ์ตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากท่านดำริว่า "เราบวชมาจวนจะครบ 12 พรรษาแล้ว วิชชาของพระพุทธเจ้า เรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งๆ ที่การศึกษาของเราก็ไม่เคยขาดเลยสักวัน ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ อย่ากระนั้นเลย เราควรจะรีบกระทำความเพียรให้รู้เห็นของจริงในพระพุทธศาสนาเสียที" เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้ว ท่านก็รีบจัดการภารกิจต่างๆ ให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่มีเรื่องกังวลใจ จากนั้นจึงได้เจริญภาวนาในพระอุโบสถ โดยตั้งใจว่าหากไม่ได้ยินเสียงกลองเพล จะไม่ยอมลุกจากที่ เมื่อตั้งใจแล้วก็หลับตาภาวนา "สัมมา อะระหัง" เรื่อยไป

จนกระทั่งความปวดเมื่อยเริ่มทวีขึ้นเป็นลำดับ อาการกระสับกระส่ายเริ่มติดตามมา จิตก็ซัดส่ายกระวนกระวายจนเกือบจะหมดความอดทน แต่เมื่อได้ตั้งสัจจะไว้แล้ว ท่านจึงทนนั่งต่อไป เมื่อไม่สนใจความปวดเมื่อยของสังขาร ในที่สุดใจก็ค่อยๆ สงบลงทีละน้อย แล้วรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน เห็นเป็นดวงใสบริสุทธิ์ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจชุ่มชื่นเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก เย็นวันนั้น หลังจากได้ฟังพระปาฏิโมกข์พร้อมกับเพื่อนสหธรรมิกแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้รีบทำภารกิจส่วนตัว สรงน้ำให้ร่างกายสดชื่นดีแล้ว จึงเข้าไปในพระอุโบสถแต่เพียงรูปเดียว เมื่อกราบพระประธานแล้วก็ได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า

 "ขอให้พระพุทธองค์ทรงพระเมตตา โปรดประทานธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วแก่ข้าพระพุทธเจ้า แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดก็ยินดี ถ้าหากการบรรลุธรรมของข้าพระองค์ฯ จักเกิดโทษแก่พระศาสนาก็ขออย่าได้ทรงประทานเลย แต่ถ้าจะเป็นคุณแก่พระศาสนาแล้ว ขอได้โปรดประทานแก่ข้าพระองค์ฯ ด้วยเถิด ข้าพระพุทธเจ้าจะขอรับเป็นทนายพระศาสนาต่อไปจนตลอดชีวิต" เมื่อได้ตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ก็เริ่มนั่งหลับตา ขณะนั้นมดที่อยู่ในช่องแผ่นหินที่ท่านนั่ง กำลังไต่ขึ้นมารบกวน ท่านจึงหยิบขวดน้ำมันก๊าดขึ้นมา เพื่อจะทารอบบริเวณที่ท่านนั่งเพื่อกันมด แต่แล้วก็คิดได้ว่า "ชีวิตของเรา เราได้สละแล้วเพื่อการบำเพ็ญเพียร แต่เหตุไฉนจึงยังกลัวมดอยู่อีก" จึงวางขวดน้ำมันก๊าดลงแล้วเจริญกัมมัฏฐานต่อไป จนถึงยามดึกจึงได้เริ่มเห็นดวงปฐมมรรค หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ เมื่อได้รู้เห็นธรรมะแล้วท่านจึงได้เข้าใจว่า "พระธรรมนี้เป็นของลึกซึ้งยิ่งนัก ยากที่มนุษย์จะเข้าถึง การจะเข้าถึงได้นั้น จำ , เห็น , คิด , รู้ ต้องหยุดเป็นจุดเดียวกัน เมื่อหยุดแล้วจึงดับ เมื่อดับแล้วจึงเกิด ถ้าไม่ดับก็ไม่เกิด นี่เป็นของจริง ของจริงต้องอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนนี้เป็นไม่เห็นเด็ดขาด" เมื่อมองเรื่อยไปก็เห็นดวงใหม่ผุดซ้อนขึ้นมาแทนที่ดวงเก่า แต่ใสสว่างมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็เห็นกายต่างๆ ไปตามลำดับจนกระทั่งถึง "ธรรมกาย"

ทั้งนี้ เส้นทางพระผู้ปราบมาร ประกอบด้วยสถานที่สำคัญที่เกี่ยวกับชีวประวัติของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ 7 แห่ง ดังนี้ 1. สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ - ตั้งอยู่บนแผ่นดินรูปดอกบัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี 2. สถานที่ตั้งมโนปณิธานว่าจะบวชตลอดชีวิต - ตั้งอยู่คลองบางนางแท่น อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 3. สถานที่เกิดในเพศสมณะ - ตั้งอยู่วัดสองพี่น้อง (พระอารามหลวง) ริมคลองสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี 4. สถานที่เกิดด้วยกายธรรม - ตั้งอยู่วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ริมคลองบางกองน้อย อำเภอบางรวย จังหวัดนนทบุรี 5. สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก - ตั้งอยู่วัดบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม 6. สถานที่ค้นคว้า และเผยแผ่วิชชาธรรมกาย - ตั้งอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 7. สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย - ตั้งอยู่วัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

 นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และผู้ประสานงานโครงการธรรมยาตรา กล่าวว่า โครงการธรรมยาตราฯ ที่จัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 2 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ในทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของเทศกาลมาฆบูชา ถวายเป็นพุทธบูชา และกตัญญูบูชาต่อพระมหาเถระในอดีตที่รักษาพระพุทธศาสนาไว้ โดยทำกิจกรรมภายในพื้นที่อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่ตั้งอยู่ในเส้นทางที่เนื่องด้วยประวัติศาสตร์ชีวิตของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เป็นหลัก สำหรับกิจกรรมจัดขึ้นในรูปแบบรักษ์บวร รักษ์ศีล 5 ในพื้นที่ 47 วัด 6 จังหวัด ระหว่างเส้นทางอนุสรณ์สถานพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้แก่ สุพรรณบุรี , นครปฐม , สมุทรสาคร , ปทุมธานี , นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

 โดยมีกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น , สวดธรรมจักร , นั่งสมาธิ , ถวายมหาสังฆทานคณะสงฆ์ในพื้นที่ , ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น , มอบทุนการศึกษาเยาวชนในท้องถิ่น , ร่วมกับชุมชนดูแลทำความสะอาดวัดและเสนาสนะในท้องถิ่น , ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ตามหลัก บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) และการรณรงค์รักษาศีล 5 ของประชาชน สอดคล้องตามแนวทางโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศีล 5 สำหรับคณะพระธรรมยาตราฯ จำนวน 1,134 รูปนั้น เดินทางมาจากศูนย์อบรมต่างๆ ทั่วประเทศที่มุ่งฝึกอบรมในหลักสูตรที่สนองตามมติแนวทางของมหาเถรสมาคม พร้อมกับการทำกิจกรรมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม สำหรับการทำกิจกรรมในแต่ละแห่งเคลื่อนที่ด้วยวิธีโดยสารรถบัส และเรือเป็นหลัก ทั้งขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าโครงการธรรมยาตราฯ นี้ เป็นกิจกรรมบุญกุศลในบวรพุทธศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

192.168.52.214