Search

วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ทรัมป์ปลด Rex Tillerson กลางอากาศจากรัฐมนตรีต่างประเเทศ พร้อมตั้งผู้อำนวยการ CIA รั้งตำแหน่งแทน หวังใช้นโยบายเชิงรุกทางด้านภาษี เพื่อสร้างแรงกดดันมากขึ้นต่อรัฐบาลจีนก่อนที่สงครามการค้าจะเริ่มขึ้นในระลอกใหม่


การปลด Rex Tillerson เกิดขึ้นหลังห่าางจากการลาออกของ Gary Cohn หัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจทำเนียบเพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งบุคคลทั้ง 2 คนมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอลูมิเนียม 10%
ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ว่า Mike Pompeo ซึ่งมีแนวคิดในทิศทางเดียวกันกับประธานาธิบดีทรัมป์มากกว่า โดยยึดมั่นกับเรื่องความมั่นคงของชาติเป็นหลัก และมีแนวโน้มว่า ทิศทางของการดำเนินนโยบายการต่างประเทศภายใต้รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่จะเพิ่มความกดดันที่ให้ความคัญกับจีนมากกว่า



1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพียงทวีตข้อความขอบคุณ Rex Tillerson สำหรับการทำงานร่วมกันในรัฐบาล ขณะที่สื่อสหรัฐพากันประโคมข่าวว่า เป็นการปลดกลางอากาศจากตำแหน่งรัฐมนตรีค่างประเทศ

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวิตแต่งตั้ง Mike Pompeo ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ และยังให้ Gina Haspel รองผู้อำนวยการ CIA ขึ้นเป็นผู้อำนวยการ CIA คนใหม่ ซึ่งถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่รับตำแหน่งนี้




2. โดย Rex Tillerson ได้ออกมแถลงข่วว่า จะอยู่ในตำแหน่งจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม เพื่อให้การส่งผ่านตำแหน่งหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่น โดยที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกปลดเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความลงในทวิตเตอร์ที่มีการเผยแพร่ออกไป

ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศแถลงว่า Rex Tillerson ไม่ได้ทราบข่าวล่วงหน้าเกี่ยวกับการที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งมาก่อน แต่ก็รู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้ทำงานในตำแหน่ง และยังคงเชื่อว่าการทำงานรับใช้ชาติถือเป็นเกียรติ โดยไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจ




3. ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีต่างประเทศจาก Rex Tillerson เป็น Mike Pompeo ผู้อำนวยการ CIA ซึ่งมีแนวคิดในทิศทางเดียวกันกับประธานาธิบดีทรัมป์มากกว่า โดยยึดมั่นกับเรื่องความมั่นคงของชาติเป็นหลัก และมีแนวโน้มว่า ทิศทางของการดำเนินนโยบายการต่างประเทศภายใต้รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่จะเพิ่มความกดดันที่ให้ความคัญกับจีนมากกว่า

โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แจ้งต่อรัฐบาลจีนให้ทบทวนตวัเลขลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐที่สูงถคง 375,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2017 โดยถือเป็นกลยุทธ์ของผูเนำสหรัฐต้องการให้ปรับลดลง 100,000 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลาอันใกล้




4. เว็บไซต์ของโพลิติโคเปิดเผยรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ มีแผนที่จะออกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะพุ่งเป้าไปที่สินค้าที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาในกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร

มาตรการเก็บภาษีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระบวนการสืบสวนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 ภายใต้กฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคปีที่แล้ว

เนื่องจากสหรัฐมีฐานะขาดดุลการค้ากับจีนจำนวน 375,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 และถึงแม้ว่ามาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจะพุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสารของจีน แต่จุดมุ่งหมายนั้นต้องการจะขยายวงกว้างออกไปอีก และอาจครอบคลุมสินค้ามากกว่า 100 รายการ




5. ขณะที่การประชุมสภาประชาชนจีน (NPC) ซึ่งเป็นทั้งรัฐสภาของจีนด้วยนั้น มีมติเห็นชอบให้ปรับแก้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญ เพื่อทางให้ประธานาธืบดีสี จิ้นผิง สามารถดำรงตำแหน่งผ๔เนำประเทศโดยได้ไม่กำหนดวาระในการดำรงตำแหน่ง เท่ากับว่าประธานาธืบดีสี จิ้นผิง จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการเป็นผู้นำตลอดกาล

ตั้งแต่ปี 1990 รัฐธรรมนูญจีนกำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัย หรือเท่ากับ 10 ปี ขณะที่วาระดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของประธานาฮับดีสี จิ้นผิง จะครบเทอมในปี 2023 หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งมาในปี 2013

ทั้งนี้รัฐสภาจีนต้องการสนับสนุนให้ประธานาธิบดีสี จิ้รผิง ดำเนินการเร่งปฏิรูปประเทศ ตามแผน Revolution Plan เขย่าเศรษฐกิจจีนให้ปรับเปลั่ยนอย่างรวดเร็ว เป็นกาเสริมสร้างความมั่นคงระยะยาว โดยเฉพาะทางด้าน Banking Revolution และ Energy Revolution

บทความล่าสุด

192.168.52.212