Search

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ศาลปกครองนัดฟังคำพิพากษาคดี กรณีเจ้ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้อง กสทช. โดยศาลชี้ชัดผู้ฟ้องมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ สั่ง กสทช.คืนแบงก์การันตีกว่า 1,500 ล้านบาท

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดี ระหว่าง บริษัท ไทยทีวี จำกัด ของนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋มทีวีพูล ที่ยืนฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กรณี กสทช. เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ และให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อ้างว่าผู้ฟ้องคดีไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนเลิกการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวตกเป็นโมฆะ เพราะผู้ฟ้องคดีได้แจ้งยกเลิกใบอนุญาตและยุติการดำเนินการตามใบอนุญาตดังกล่าวไปก่อนแล้ว จึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องเสียหาย

ทั้งนี้ ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัทไทยทีวี ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เนื่องจาก กสทช. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ประกาศเชิญชวนไว้ ดังนั้นเมื่อคู่กรณีบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ ที่ได้วางไว้คืนแก่บริษัทไทยทีวีด้วย ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด ส่วนคำขออื่นศาลให้ยกทั้งหมด

ขณะที่ ประธานกรรมการบริษัทไทยทีวี จำกัด พันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย บอกว่า เนื่องจาก กสทช.ผิดสัญญาในเรื่องการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลตั้งแต่การแจกกล่องทีวีดิจิทัล ไปจนถึงโครงข่ายสัญญาณที่ยังไม่พร้อมให้บริการจริง ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้ กสทช.คืนแบงก์การันตีให้บริษัทไทยทีวี งวดที่ 3-6 รวมกว่า1,500 ล้านบาท ส่วนงวดแรก บริษัทไทยทีวีได้จ่ายเองไปแล้วเป็นเงิน 365 ล้านบาท และงวดที่ 2 ราว 288 ล้านบาทแบงก์กรุงเทพเป็นผู้ดำเนินการจ่าย

โดยหลังจากนี้ บริษัทไทยทีวีจะยื่นอุทธรณ์เพิ่มต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และค่างวดที่ 2 ที่ได้ยุติการดำเนินการทีวีดิจิทัลแล้ว เห็นว่าไม่ควรจ่าย ซึ่งจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันจากนี้

ทั้งนี้ตนยืนยันว่า "พอใจกับคำพิพากษาของศาลที่ออกมา และมั่นใจว่า กสทช.ทำผิดสัญญาจริงและก่อให้เกิดความเสียหายกับทีวีดิจิทัล"

อ่านคำพิพากษาศาลปกครองกลางคดีไทยทีวีต่อ >>คลิ๊ก

192.168.52.214