Search

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"บิ๊กตู่" แจง ขอตัว "ยิ่งลักษณ์" ไม่ได้ผล เหตุ "ต่างชาติ" มองเป็นประเด็นการเมือง นั่นคือปัญหา ทั้งที่ความจริงทำผิดกม. เมิน เด็กเพื่อไทย บิน พบ "แม้ว" ไม่ต้องมาขอ อยากไปก็ไป

เมื่อวันที่13ก.พ.61 เวลา 14.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยนายกฯ ได้ถอนหายใจก่อนตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีการพูดคุยและหารือกับรมว.ต่างประเทศสหราชอาณาจักร วานนี้(12 ก.พ.) ว่า ไม่ได้มีการหารือในเรื่องการติดตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และไม่จำเป็นจะต้องหารือในเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานและคนทำอยู่แล้ว เรื่องนี้ตนเคยบอกแล้วว่า ไม่ว่าจะขอตัวใครไปก็ตาม ถ้าประเทศนั้นๆให้ก็คือให้ แต่ถ้าไม่ให้ก็คือเขาไม่ให้ และเราก็ไม่สามารถไปจับกุมตัวที่ต่างประเทศได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการสร้างความเข้าใจกับเขา ตนพยายามทำทุกอย่างอยู่แล้วว่าใครทำผิดกฎหมายในประเทศไทยบ้าง และส่งข้อมูลให้ทั้งหมดทุกประเทศ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศจะพิจารณา เช่นเดียวกับบ้านเรา ซึ่งเราก็มีแนวทางและหลักเกณฑ์ของเราว่าจะส่งตัวหรือไม่ และจะต้องดำเนินคดีอย่างไรก็ต้งว่ากันไป ซึ่งก็มีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกันอยู่

เมื่อถามว่า ล่าสุดรัฐบาลได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศในการให้ข้อมูลที่ชัดเจนของนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ บ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต่างประเทศก็ให้ความร่วมมือให้ข้อมูลมาว่าปัจจุบันพำนักอยู่ที่ไหน เมื่อถามไปว่า แล้วจะส่งตัวกลับมาให้หรือไม่ เขาก็เงียบเพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างต่างประเทศก็มีหลักการ มีกฎหมายของเขา กฎหมายบ้านเราอาจจะผิด แต่กฎหมายบ้านเขาไม่ผิด หรือบางเรื่องที่เป็นเรื่องระดับสูงเกินไป เช่น เรื่องของอดีตนายกฯ เขาอาจมองว่าเป็นประเด็นการเมือง นั่นคือปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราเอาเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นการเมืองไปเสียทั้งหมด ความจริงเป็นรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ถ้าเราช่วยกันทำความเข้าใจแบบนี้ ทุกคนก็จะเข้าใจและช่วยกันทำให้ไม่สับสนอลมาน ตนเองก็ไม่ได้ไปสนใจอะไร เพราะเมื่อเขาทำผิดกฎหมายยังไม่กลับมาก็ยังดำเนินคดีไม่ได้ แต่กลับมาเมื่อไหร่ก็ดำเนินคดีได้เท่านั้นเอง

 วันนี้ขอร้องว่า ให้ร่วมกันกับการพัฒนาประเทศดีกว่า เรื่องอื่นก็ให้เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อถามว่า สถานะล่าสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้พาสปอร์ตประเทศอะไรในการเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "หนังสือเดินทางของประเทศไทยก็ไม่มี กระทรวงการต่างประเทศถอนทั้งหมดแล้ว ก็เป็นหนังสือเดินทางของต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศมีการออกหนังสือเดินทางได้หลายแบบ ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และประเภทอื่นๆ แต่ถ้าเป็นในส่วนของประเทศไทยไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจสถานการณ์โลกเป็นอย่างนั้น"

"สิ่งที่น่าสนใจ มีทั้งอิตาลี อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศสำคัญในอียูได้มาพบกับผม ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของเรา อังกฤษถือเป็นอันดับสองในเรื่องการค้าการลงทุนของกลุ่มประเทศอียู เราก็ต้องให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน เขาก็ได้ให้กำลังใจในการเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ผมก็ได้บอกว่า ผมได้ดำเนินการตามนั้น ตามขั้นตอนต่างๆและกฎหมายที่มีอยู่ ผมบอกไปแล้วว่าวันนี้ ถ้าขยับไปได้มันก็จะขยับไป 90 วันล่ะมั้ง ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด ก็ได้ยืนยันไปตามนั้น ขอร้องว่าอย่าเอาไปเป็นประเด็นว่า ผมพูดไปแล้วกลับคำมันไม่ใช่ ผมกลับคำไม่ได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของโรดแม็พของผม ซึ่งมีกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มันจะล่าช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่กฎหมายลูก ก็ว่ากันมา ผมไม่ได้ต้องการไปแก้ไขอะไรให้มากมายนัก ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญหรือจำเป็น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถาม กรณีที่มีนักการเมืองบินไปหานายทักษิณที่ต่างประเทศ มีการจับตามองเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะขณะเดียวกันก็มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในเมืองไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากจะบินไปก็ไปเถอะ ก่อนหน้านี้เราให้ทำเรื่องขออนุญาตก่อน ก็กล่าวหาว่าตนละเมิดสิทธิมนุษยชน สื่อเองก็ต่อว่า ตนก็ให้เกียรติทุกคน อยากไปก็ไป ไม่ต้องมาขออนุญาตตนแล้วจะเอาอะไรกันอีก แต่วันนี้ถ้าใครไปทำความผิด หรือเคลื่อนไหวอะไรในทำนองล้มล้างรัฐบาล ก็สามารถขอข้อมูลได้อยู่แล้ว ว่ามีใครไปพบไปหากันบ้าง ตนไม่จำเป็นต้องแจงเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงทำงานกันอยู่

เมื่อถามว่า ทำไมเวลาที่สื่อมวลชนถามถึง 2 อดีตนายกฯ ที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ นายกฯถึงแสดงอารมณ์ทุกครั้ง ขณะที่บอกว่าเป็นเรื่องแค่ไอ้กระพี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้แสดงอารมณ์กับอดีตนายกฯทั้งสองท่าน แต่ผมแสดงอารมณ์กับคำถามของสื่อมวลชน เข้าใจกันบ้างไหม อย่างเมื่อวานนี้ที่ผมพูดว่า ทำไมต้องไปสนใจกับไอ้กระพี้ คำว่าไอ้กระพี้ ไม่ได้หมายความถึงสองอดีตนายกรัฐมนตรี ผมให้เกียรติเขา เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี จะผิดหรือถูกก็ให้กฎหมายว่าตามกันมา แต่คำว่าไอ้กระพี้ของผมคือ สื่อสนใจแต่ข่าวเปลือกนอกที่ไม่สนใจสารัตถะข้างใน ข้อเท็จจริงข้อมูลที่ชัดเจน หรือกระบวนการยุติธรรมต่างๆ สื่อไม่สนใจกับคำหรือเรื่องพวกนี้เลย แล้วก็ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดกันไปหมด เจ้าหน้าที่ก็มีปัญหาในการทำงาน กระบวนการยุติธรรมก็มีปัญหา ขาดความน่าเชื่อถือทั้งๆที่กฎหมายมีทุกตัว สิ่งใดที่เกิดมาในสมัยก่อน มีข้อบกพร่องและผิดพลาดรัฐบาลนี้ก็พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ ทำน้อยเกินไปก็ไม่ได้ ทำแรงเกินไปก็ไม่ได้ สื่อก็ต้องช่วยผมบ้าง ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ ผมถึงได้บอกว่า อย่าไปสนใจกับไอ้กระพี้ 

รู้จักหรือไม่คำว่า กระพี้ ต้นไม้มีเปลือก ตรงนั้นเรียกว่ากระพี้ มันไม่มีประโยชน์ไม่มีคุณค่าเอาไปทำอะไรไม่ได้ เขาต้องถากเปลือกนอกออกไปเพื่อทำไม้แปรรูป สนใจแก่นของไม้มันบ้าง แก่นก็คือสาระสำคัญของข่าว วันนี้สื่อทำข่าวตลาดเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้ เพราะส่งผลกระทบต่อการทำงาน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในตอนท้ายว่า คำตอบส่วนใหญ่ของตนวันนี้บางทีก็เป็นแค่กระพี้เหมือนกัน และที่ตอบวันนี้ก็ไม่ได้โมโห ไม่ได้มีอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น หมดแล้วอารมณ์หมดไปตั้งนานแล้ว

192.168.52.211