Search

วันอังคาร ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

สั่งปิดสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท หลังจากสนธิกำลังหลายหน่วยงานเข้าตรวจค้นช่วยเหลือเหยื่อค้ามามนุษย์ 113 คน และพบหลักฐานเตรียมการหนี และทำลายข้อมูลกรณีเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจม


พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง บอกถึงความคืบหน้าหลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทหาร ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เข้าไปตรวจค้นสถานบริการวิคตอเรียซีเครท ย่านพระราม 9 และจับกุม นายบุญทรัพย์ หรือ ป๋ากบ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ และช่วยเหลือเหยื่อค้าประเวณีได้กว่า 100 ราย ว่า ขณะนี้ ดีเอสไอ อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล และคัดแยกเหยื่อ รวมถึงการดำเนินการตามขั้นตอนของดีเอสไอ หากแล้วเสร็จจึงจะส่งให้ สน.วังทองหลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ คาดว่าภายในวันนี้ น่าจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดี



มีข้อมูลจากการเข้าตรวจคนพบหญิงบริการในวิคตอเรียอาบอบนวด จำนวน 113 คน แบ่งเป็น สัญชาติลาว 11 คน สัญชาติจีน 2 คน สัญชาติเมียนมา 96 คน และสัญชาติไทย 4 คน นอกจากนี้ ยังพบเอกสารการประชุมของวิคตอเรีย มีการระบุการเตรียมการหลบหนี และทำลายหลักฐาน กรณีเจ้าหน้าจู่โจมเข้าค้นเป็นอย่างดี

ก่อนเข้าจับผู้ต้องหาตามหมายจับ คือ นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือ ป๋ากบ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ในข้อหาร่วมกัน "ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหาซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี



ที่เกิดเหตุเป็นตึกสูง 5 ชั้นมีรั้วรอบขอบชิด บริเวณชั้นล่างเปิดเป็นที่ไว้สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการเรียกหญิงสาว มีการตกแต่งอย่างหรูหรา บริเวณขั้น 3-5 เปิดเป็นห้องพักกว่า 200 ห้อง ภายในมีเฟอร์นิเจอร์และอ่างอาบน้ำทั้งหมด ซึ่งขณะเข้าตรวจค้น มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงสั่งหยุดกิจกรรมทุกอย่าง และเชิญออกนอกพื้นที่

จากการเข้าตรวจคนพบว่า มีการค้าประเวณีจริง พบหญิงต่างด้าวที่ลักลอบค้าบริการ จำนวนมาก หลายคนไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ได้รับการประสานงานจากองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ เอนเวเดอร์ (NVADER) ตั้งแต่การสืบสวนหาข่าว และร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครอง ดีเอสไอ กอ.รมน. นิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิดในสถานบริการจนเป็นผลสำเร็จ



จากการตรวจค้นพบ สถานบริการแห่งนี้ เหยื่อเป็นผู้หญิงกว่า 113 คน ส่วนมากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการคัดแยกหยื่อ เนื่องจากไม่ทราบว่าเหยื่อแต่ละรายอายุเท่าไหร่ นอกจากนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ เจ้าหน้าที่ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรวจสอบเส้นทางการเงิน และบัญชีการจ่ายส่วยของร้านอีกด้วย

ด้าน นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนกลางสอบสวนคดีอาญากรมการปกครอง ระบุว่าขั้นตอนหลังจากนี้จะดำเนินการปิดสถานประกอบการโดยยึดตามกฎหมายกฎหมายกรมการปกครอง และคำสั่งหัวหน้าคสช. พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่กำลังออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้าประเวณีอีก 7 ราย

192.168.52.212