Search

วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ผิดกฎหมาย ป.ป.ช.ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท แล้วหรือ ??.. เพียงแค่นายกฯ จะให้ลูกสุนัขกับ 2 รัฐมนตรี

เป็นเรื่องขึ้นจนได้..กรณีที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯซื้อลูกสุนัขบางแก้วจำนวน 3 ตัว ตัวละ 6,ooo บาท และบอกว่าลูกสุนัข 3 ตัวนี้ นำไปเลี้ยงเอง 1 ตัวและให้ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยและ พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ คนละตัว



ต่อมา"ศรีสุวรรณ จรรยา"ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ว่า นายกฯเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542มาตรา 103และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2544



เมื่อเป็นเรื่องขึ้น นายกฯบอกว่าจ่ายเงินไปแล้วแต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับสุนัขสักตัวและยังไม่ได้ให้สุนัขกับใคร



ส่วน พล.อ. อนุพงษ์ และ พล.อ. ฉัตรชัย ก็ออกมาบอกว่า ยังไม่ได้รับสุนัขและไม่ขอรับ



หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามนี้ นายกฯ ประยุทธ์ , พล.อ.อนุพงษ์,พล.อ.ฉัตรชัย กระทำผิดตาม มาตรา 103 พ.ร.ป. ป.ป.ช. แล้วหรือ



ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่า มาตรา 103 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. บัญญัติ ไว้อย่างไร



มาตรา 103 บัญญัติว่าห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล



แต่มีข้อยกเว้น 2 กรณีให้รับได้ คือ1. เป็นการรับตามกฎหมายกำหนดไว้ อาทิ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าเดินทาง ค่ารับประทานอาหาร ค่าสมนาคุณวิทยากร และ2.เป็นการรับโดยธรรมจรรยา โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ป.ป.ช.กำหนดว่า หากเป็นการรับจากบุคคลซึ่งไม่ใช่ญาติ ต้องมีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกินจำนวน 3,000 บาท



สำหรับผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถือเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือความผิดตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย



จะเห็นได้ว่า มาตรา 103 เป็นการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็น"ผู้รับ"ไม่ได้เอาผิดกับ"ผู้ให้"กรณีที่เกิดขึ้น นายกฯ เป็นคนจ่ายเงินซื้อลูกสุนัขทั้ง 3 ตัว และบอกว่าจะให้ลูกสุนัข 2 ตัว แก่ พล.อ. อนุพงษ์ และ พล.อ. ฉัตรชัยนายกฯจึงอยู่ในฐานะ "ผู้ให้" จึงไม่น่าเข้าข่ายมาตรา 103



ประเด็นต่อมา เอาผิดกับ พล.อ. อนุพงษ์ และ พล.อ. ฉัตรชัย ในฐานะ "ผู้รับ" ตามมาตรา 103 ได้หรือไม่



สำหรับลูกสุนัข ตามกฎหมายถือว่าเป็นทรัพย์สิน แต่หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่พล.อ. อนุพงษ์ และ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอ้าง คือ ยังไม่ได้รับลูกสุนัข ก็ไม่น่าเอาผิดกับคนทั้งสองในฐานะ"ผู้รับ"ตามมาตรา 103



เพราะการ"รับ" ตามกรณีนี้ต้องเกิดจากการ"ให้" ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 523 บัญญัติว่าการให้นั้นย่อมสมบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ให้กรณีนี้หากยังไม่มีการส่งมอบลูกสุนัข ก็ยังไม่มีการให้เกิดขึ้นตามมาตรา 523 โดยมีแต่คำกล่าวของนายกฯแต่เพียงฝ่ายเดียวที่ว่าจะให้ลูกสุนัขกับคนทั้งสองความผิดตามมาตรา 103 จึงยังไม่น่าเกิดขึ้น



อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ว่า มีการส่งมอบลูกสุนัขกันแล้วหรือไม่ ต้องรอดูว่า ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วผลออกมาอย่างไร เป็นไปตามข้อกล่าวอ้างของคนทั้งสองที่ว่ายังไม่ได้รับลูกสุนัขจริงหรือไม่



ส่วนระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2544เป็นการห้าม ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชาหรือคนในครอบครัวของผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ได้ห้ามผู้บังคับบัญชาให้ของขวัญแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และหากฝ่าฝืนในกรณีที่เป็นข้าราชการการเมืองก็ลงโทษตามมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมเท่านั้น โดยไม่มีโทษทางอาญา



นอกจากนี้ "แหล่งข่าว" เปิดเผยว่า "ศรีสุวรรณ" ไม่ได้ยื่นให้ตรวจสอบกรณีนี้ เพียงมาตรา 103 พ.ร.ป. ป.ป.ช. และระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐฯ เท่านั้น



แต่ยังมี"หมัดเด็ด" คือ ยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญาด้วยหรือไม่คือ มาตรา 144 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งมีโทษตามกฎหมายจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและมาตรา 149 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งโทษตามกฎหมาย จำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 4 แสนบาท หรือประหารชีวิต



นอกจากนี้ยังให้ตรวจสอบว่า เข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ซึ่งกำหนดให้ ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในค่านิยมหลัก 9 ข้อ เช่น ยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม, ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน, มีจิตสำนึกที่ดี, ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นต้น และข้าราชการการเมืองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ,ต้องไม่เรียกร้องของขวัญ ของกำนัลหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ว่านี้ ก็ต้องถูกลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ



แต่หากจะให้"ฟันธง" ... เรื่อง"ลูกสุนัข" น่าจะเอาผิดนายกฯกับ 2 รัฐมนตรี ได้ยาก

192.168.52.211