Search

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ทฤษฎีของการสมคบคิดโดยมีผู้สมรู้ร่วมคิด หรือ conspiracy theorists ที่เป็นทั้งเจ้าของที่มีสมาชิกครอบครัวเป็นบุคคลในสังคมชนชั้นสูง หรือเป็นนายธนาคาร มักจะถูกนำมากล่าวอ้างเสมอ กับการผักดันทิศทางการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งมีการทำนายว่า สุดท้ายแล้ว ค่าของเงินดอลลาร์จะไม่มีคุณสมบัติหนักแน่นเพียงพอที่จะเขย่าโลกได้อีกต่อไป


จับตาคำนายชองนิตยสารชื่อดัง The Economist ของอังกฤษได้ทำนายไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ถึงการแจ้งเกิดของสกุลเงินใหม่ที่มีชื่อว่า เงินฟินิกซ์ ในปี 2018 นี้ จะเกิดขึ้นเป็นจริงหรือไม่ หรือ Cryptodollar ก็คือสกุลเงินใหม่นี้

เมื่อสิ่งที่เหนือใครจะคาดคิดว่า Bitcoin ที่ไร้ชื่อเสียงหลังจากเกิดขึ้นในมุมมืดของตลาดการเงินโลกตั้งแต่ปี 2009 มาในปี 2017 จะกลายสกุลเงินดิจิตัล หรือ Cryptocurrency ที่มีการพูดถึงมากที่สุด และส่งผลให้มีการพุ่งทะยานขึ้นของราคาอย่างร้อนแรงถึง 20 เท่านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงระดับราคาที่พุ่งแตะ19,500 ดอลลาร์เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยถูกมองว่าจะเข้ามามีบทบาทเข้ามาทดแทนเงินดอลลาร์ในอนาคต


1. เหตุผลที่เงินดอลลาร์ถูกมองว่า ไม่มีคุณสมบัติที่ทรงอิทธิพลในระบบการเงินโลก มาจากเหตุผลของการเสื่อมค่าเงินในตัวดอลลาร์นั้นเอง ต้วอย่างเช่น เงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงถึง 77% เมื่อเทียบกับเงินสวืสฟรังก์นับตั้งแต่ปี 1971 ซึ่งเป็นปีที่ดอลลาร์มีการลิยตัวโดยไม่ต้องอ้างอิงกับมาตรฐานทองคำ

ขณะที่หนี้สินของสหรัฐกลับพอกพูนมากขึ้นในจำนวนมกาศาล จากการใช้จ่ายที่เกินตัว โดยรัฐบาลสหรัฐไม่มีฐานะงบประมาณที่เกินดุลอย่างแท้จริงเลยนับตั้งแต่ปี 1960 นอกจากนี้ ประเทศสหรัฐยังเกิดการค้าขาดดุลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1975


2. แต่สกุลเงินดอลลาร์ยังคงแผ่อิทธิพลในตลาดการเงินโลกในช่วงเวลาเกือบครึ่งศควรรษที่ผ่านมา เพราะสาเหตุจากการปล่อยให้เงินดอลลาร์ลอยตัวอย่างเสรี และการเกิดขึ้นของ Petrodollar ที่มีบทบาทอยู่ในแวดวงการค้าน้ำมันโลกตลอด 44 ปีมานี้ แต่มาถึงปี 2018 ที่จะถึงนี้ เงิน Petrodollar อาจจะถูกทดแทนด้วย Petroyuan หรือแม้กระทั่ง Petroruble

เพราะว่าจีนคือประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังมีความะยายามร่วมมือกับรัสเซียและอิหร่านที่จะเปลี่ยนอแลงการซื้อขายน้ำมันโดยชำระเป็นดอลลาร์ หรือ Petrodollar ให้เป็น Petroyuan ที่สามารถจะแปลงเป็นทองคำได้


3. การเคลื่อนไหวที่เหนือความคาดหมายจองตลาดการเงินโลก สิ่งที่เหนือใครจะคาดคิดว่า Bitcoin ที่ไร้ชื่อเสียงหลังจากเกิดขึ้นในมุมมืดของตลาดการเงินโลกตั้งแต่ปี 2009 มาในปี 2017 จะกลายสกุลเงินดิจิตัล หรือ Cryptocurrency ที่มีการพูดถึงมากที่สุด

จนส่งผลให้ Bitcoin มีการพุ่งทะยานขึ้นของราคาอย่างร้อนแรงถึง 20 เท่านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงระดับราคาที่พุ่งแตะ19,511 ดอลลาร์เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยถูกมองว่าจะเข้ามามีบทบาทเข้ามาทดแทนเงินดอลลาร์ในอนาคต


4. สถานะของ Bitcoin รั้นเป็นเงินดิจิตัลสกุลหลักที่เทรดอยู่ในจำนวน 1,360 Cryptocurrencies โดยมีมูลค่ามาร์เก็ตแคปราว 220,000 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หลังจากที่เคยพุ่งขึ้นไปถึง 312,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่ามาร์เก็ตแคปรวมของ Cryptocurrencies จำนวน 588,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 3,300% ในปีนี้

เรียกได้ว่า Bitcoin ทำการแจ้งเกิดในปี 2017 หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้น 1,900% จากราคา 800 ดอลลาร์เมื่อต้นปี เป็น 13,000 ดอลลาร์ในปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็ฟองสบู่ที่ใหญ่มากขึ้น กำลังเป็นคำถามที่ท้าทายว่า Bitcoin จะเกิดภาวะที่เรียกว่า Tulipomania หรือไม่ ซึ้งเป็นปรากฏการณ์ที่ราคาพุ่งขึ้นไปสูงสุดเหนือ 19,000 ดอลลาร์ แล้วร่วงหล่นลงมาสู่จุดเดิมเหมือนรูปดอกไม้ทิวลิป


5. CRYPTODOLLAR จะเป็นเงินสกุลใหม่ที่แจ้งเกิดในปี 2018 นี้ หลังจากที่ทั้งธนาคารกลางสหรัฐออกมาขายนับการศึกษาที่จะออกสกุลเงิน Cryptocurrency ของตัวเองคือ Fed Crypto หรือไม่

ที่สำคัญคงต้องจับตาคำนายชองนิตยสารชื่อดัง The Economist ของอังกฤษได้ทำนายไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ถึงการแจ้งเกิดของสกุลเงินใหม่ที่มีชื่อว่า เงินฟินิกซ์ ในปี 2018 นี้ จะเกิดขึ้นเป็นจริงหรือไม่

รวมถึงเงินฟินิกซ์ จะเป็น CRYPTODOLLAR หรือ Bitcoin หรือไม่?

บทความล่าสุด

192.168.52.216