Search

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

เขาทรายได้มีชื่อในกลุ่มนักชกระดับตำนานของโลกนี้ เช่น มูฮัมหมัด อาลี,อีเเวนเดอร์ โฮลีฟิลด์,ซูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด!!!

คนไทยเกือบทุกคนรู้กันดีว่า ทุกๆ การขึ้นชกของ "เขาทราย แกแลกซี่" จะได้รับความสนใจจากคนไทยแทบทั้งประเทศ ถนนหนทางในกรุงเทพฯ จะโล่งจนเกือบร้าง!!!เพราะทุกคนจะรีบกลับบ้านเพื่อรอดูการถ่ายทอดสดที่เขาทรายขึ้นชก!!

เหมือนกับ วันนี้เมื่อ 26 ปีที่แล้ว หรือ วันที่ 22 ธันวาคม 2534เป็นวันหนึ่งที่วงการกีฬาไทยต้องจารึกไว้ เมื่อ เขาทราย แกแลกซี่ นักมวยขวัญใจชาวไทยได้ลงชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกครั้งที่ 19 ซึ่งก็นับว่า "มากที่สุด" ในประวัติศาสตร์ของนักมวยชาวไทยแล้ว


แต่วันนั้น ยังเป็นวันสำคัญที่ว่า เป็นการขึ้นสังเวียนชก เพื่อป้องกันตำแหน่ง "ครั้งสุดท้าย!!!" โดยชกกับอาร์มันโด คาสโตร นักมวยชาวเม็กซิโก ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน


และแน่นอน แม้ว่าเขาทรายจะไม่สามารถปิดฉากอาชีพค้ากำปั้นด้วยการชนะน็อกคาสโตรได้ แต่สุดท้าย กรรมการก็ชูมือให้เขาทรายชนะคะแนนคาสโตรแบบเป็นเอกฉันท์ สร้างสถิติป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน เป็นสถิติโลกสูงสุดของรุ่นจูเนียร์แบนตัมเวทมาจนถึงปัจจุบัน


รวมเวลาอยู่ในตำแหน่งแชมป์โลก 7 ปี 1 เดือน 1 วัน ก่อนจะสละตำแหน่ง และยังมีสถิติการชกมวยสากลอาชีพของเขาทราย ชก 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง (น็อค 43 ครั้ง) แพ้ 1 ครั้ง


สำหรับประวัติของ เขาทราย แกแลกซี่ นั้น มีชื่อจริงว่า "สุระ แสนคำ" เป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2502


ช่วงแรกที่เขาชกมวยไทยอาชีพ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก กระทั่ง นายนิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ โปรโมเตอร์มวยชื่อดังในยุคนั้น แนะนำให้เบนเข็มไปชกมวยสากลอาชีพแทน


ครั้งแรกที่ชก เขาทรายชกในรุ่นแบนตั้มเวท (ไม่เกิน 118 ปอนด์) แต่ต่อมาได้ลดลงมาชกในรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท (ไม่เกิน 115 ปอนด์) แทน


กระทั่งเขาทรายได้ขึ้นชกชิงตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวทของสมาคมมวยโลก (WBA) ที่ว่างอยู่กับ "ยูเซบิโอ เอสปินัล" นักมวยชาวโดมินิกัน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2527


ครั้งนั้น เขาทรายสามารถน็อคเอสปินัลได้ในยกที่ 6 คว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ! และเริ่มมีชื่อเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ แบบพุ่งทะยานรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่


เป็นขวัญใจชาวไทย กับการชกในสไตล์ "ดุดัน" เดินหน้าเข้าชกคู่ต่อสู่ไม่ยั้ง โดยเฉพาะการชกลำตัวด้วย "หมัดซ้าย" จนได้ฉายาว่า "ซ้ายทะลวงไส้"


และทุกครั้งที่เขาขึ้นชก ตามถนนหนทางจะโล่งไม่มีรถราขวักไขว่ จนถึงกับมีการพูดแซวกันว่า "เขาทรายเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพได้" (ฮา)



หลังจากนั้นมาเขาทรายได้ชกป้องกันตำแหน่งติดต่อกันทั้งหมด 19 ครั้ง โดยเป็นฝ่ายชนะน็อคเสีย 16 ครั้ง ชนะคะแนนเพียง 3 ครั้งเท่านั้น (หนึ่งในนั้นก็คือการชกป้องกันตำแหน่งกับนักมวยไทยด้วยกัน ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ ซึ่งเขาทรายชนะคะแนนในการชก 12 ยก)


อย่างไรก็ดี เขาทรายยังมีพี่ชายฝาแฝด ชื่อ "นิโรจน์ แสนคำ" ซึ่งได้เป็นนักมวยสากลอาชีพเช่นกันในชื่อ "เขาค้อ แกแลกซี่" และเคยได้แชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวทของ WBA ด้วย นับเป็นฝาแฝดคู่แรกที่ได้แชมป์โลกในเวลาเดียวกันอีกด้วย



อย่างไรก็ดีแม้จะแขวนนวม ปิดสังเวียน และโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอย่างชนิดที่นับเป็นดาราคนหนึ่งที่มีผลงานนับไม่ถ้วน


แต่ต่อมา ช่วงปี 2542 เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ "World Boxing Hall of Fame" จากสมาคมมวยโลก โดยได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตต้า รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา


ขอบคุณภาพจากhttp://www.floydtraining.com


ด้วยสถิติการชก 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อคถึง 43 ครั้ง คิดเป็นสถิติชนะด้วยการน็อคเอ้าท์ถึง ร้อยละ 87.75 และเคยแพ้คะแนนเพียงครั้งเดียว การชนะน็อคถึง 43 ครั้ง ยังนับเป็นสถิติโลกสูงสุด ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท จนถึงปัจจุบันอีกด้วย


จากนั้นปี 2553 สมาคมมวยโลก หรือ WBA ได้ประกาศเกียรติคุณให้ "ซ้ายทะลวงใส้" หรือ เขาทราย แกแล็คซี่คนนี้ เป็น "แชมป์โลกตลอดกาล รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต" ของสมาคมมวยโลก


พร้อมเชิญให้ไปร่วมรับรางวัล พร้อมประกาศเกียรติคุณกันในงาน WBA อวอร์ดส์ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ที่กรุงปานามา ซิตี้ ประเทศปานามา พร้อมทั้งยังได้ส่งหนังสือเชิญให้เขาทรายเดินทางไปร่วมงานนี้เป็นกรณีพิเศษอีกด้วย


ขอบคุณภาพจากhttps://th.wikipedia.org/


สำหรับรางวัล แชมป์โลกตลอดกาล ของสมาคมมวยโลก ครั้งนั้น ถือว่าเขาทรายได้มีชื่อในกลุ่มนักชกระดับตำนานของโลกนี้ เช่น รุ่นเฮฟวี่เวต/มูฮัมหมัด อาลี, รุ่นครุยเซอร์เวต/อีเเวนเดอร์ โฮลีฟิลด์, รุ่นซูเปอร์มิดเดิ้ลเวต/ซูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด ฯลฯ



นับเป็นความภาคภูมิใจทั้งตัวเอง และคนไทยทั้งประเทศ!!


อนึ่งสำหรับชีวิตส่วนตัว เขาทรายเคยแต่งงานกับ สาวชาวญี่ปุ่น "ยูมิโกะ โอตะ" ที่พบกันในการป้องกันตำแหน่งที่นั่น ตอนนั้นข่าวความรักของทั้งคู่โด่งดังข้ามน้ำข้ามทะเลมาก


โดยในงานสมรส พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีที่จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 แต่ได้หย่าขาดกันในเวลาต่อมา เพราะวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแตกต่างกันมาก!


จากนั้นสมรสครั้งที่ 2 กับสาวชาวบุรีรัมย์ ทั้งคู่อยู่กินกันมานานกว่า 20 ปี โดยที่ไม่มีลูกด้วยกัน กระทั่งในเดือนมีนาคม ปี2556 เขาทรายได้สมรสเป็นครั้งที่ 3 กับสาวชาวนครศรีธรรมราช โดยเขาทรายเลือกอยู่กับภรรยาคนที่ 3 และตัดสินใจหย่าขาดกับภรรยาชาวบุรีรัมย์ และจ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาทด้วยการผ่อนส่ง


ต่อมาช่วงปี 2557 เขาทรายได้ร่วมกับภรรยาคนปัจจุบัน เปิดโรงเรียนสอนมวยไทยขึ้นแก่บุคคลทั่วไป ที่ซอยอินทามระ 47 ด้วยทุนกว่า 1,500,0000 บาท


ใช้ชื่อว่า "เขาทราย แกแล็คซี มวยไทยยิม" โดยเขาทรายเป็นผู้ลงมือสอนด้วยตัวเอง ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559 ก็ได้เปิดอีกสาขาหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมกับสนามมวยแห่งหนึ่ง และยังผันตัวเองมาเป็นโปรโมเตอร์จัดรายการมวยไทยอีกด้วย


ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

192.168.52.215