Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

จับตาการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติท่ามกลางการเผชิญแรงต่อต้านของกลุ่มสมาชิกชสติอิสลาม ยื่นคัดค้านเป็นโมฆะการรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดศึก ขู่ตัดเงินช่วยเหลือประเทศโหวตต่อต้านสหรัฐ


1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดศึก ขู่ตัดเงินช่วยเหลือประเทศใดๆ ที่โหวตต่อต้านในการประชุมฉุกเฉินสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในวันพฤหัสบดี นี้ ซึ่งมีวาระโหวตปฏิเสธการตัดสินใจรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลของสหรัฐ

โดยเปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวระบุทุกประเทศที่ล้วนรับเงินของสหรัฐหลายร้อยล้านดอลลาร์ หรือกระทั่งหลายพันล้านดอลลาร์ แต่กลับโหวตต่อต้านสหรัฐในการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC และเป็นไปได้ที่จะโหวตต่อต้านอีกในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติอีก

ทั้งนี้ สหรัฐจะจับตาดูคะแนนโหวตของประเทศเหล่านี้ หากมีการโหวตต่อต้านแล้ว ก็จะช่วยให้สหรัฐเซฟเงินได้อีกเยอะ


2. สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติจะเปิดประชุมฉุกเฉินในวันพฤหัสบดีที่ 21ธ.ค. ในการโหวตตามมติปฏิเสธการตัดสินใจรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอลของสหรัฐ ตามข้อเสนอของตุรกีและเยเมน ที่ร้องขอให้มีการประชุมเร่งด่วนของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ 193 รัฐสมาชิกในนามของกลุ่มประเทศอาหรับและองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) 57 ชาติเพื่อยกเลิกการตัดสินใจของทางการวอชิงตัน

หลังจากที่สหรัฐใช้สิทธิ์วีโต้มติเดียวกันนี้ในที่ประชุมของ UNSC เมื่อวันอังคารที่มีมติคว่ำการประกาศรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลของสหรัฐไม่มีผลในทางกฎหมาย


3. ในขณะเดียวกันประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ หลังสภาคองเกรสผ่านแผนปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของพรรครีพับกัน และนับเป็นความสำเร็จด้านกฎหมายครั้งสำคัญครั้งแรกของเขาหลังจากเข้ารับตำแหน่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุด วุฒิสภาลงมติด้วยคะแนน 51 ต่อ 48 รับรองร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี หลังจากที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกัน ด้วยคะแนน 227-203

ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีถือเป็นแผนยกเครื่องภาษี 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรฐกิจสหรัฐ ที่มีการปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 21% และปรับลดภาษีบุคคลธรรมดาที่คาดว่าชนชั้นกลางจะได้ประโยชย์ถึง 23%


4. ทั้งนี้ เป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ความพยายามปฏิรูปกฎหมายภาษีครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐที่ลากยาวมานานหลายเดือน อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจความคิดเห็นจัดทำโดย CNN พบว่า คนอเมริกัน 55% ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางโดยเชื่อว่าเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มมหาเศรษฐีมากกว่าชนชั้นกลาง

ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตออกมาประณามว่า มาตรการภาษีฉบับนี้ร่างขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกมหาเศรษฐี โดยเบียดบังจากการขาดดุลงบประมาณ ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนถ่างตัวกว้างขึ้น รวมทั้งยังทำให้หนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า


5. ภายใต้มาตรการภาษีใหม่ ภาษีเงินได้นิติบุคคลของภาคธุรกิจจะอยู่ในอัตราเพียง 21% ลดลงจากอัตราเดิม 35% รวมถึงการลดภาษีมรดกและภาษีผลกำไรจากธุรกรรมในต่างประเทศ ขณะที่ภาษีบุคคลธรรมดาที่จะจ่ายภาษีลดลงนั้นเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ภาพโดยรวมแล้วกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายปฏิรูปภาษีเป็นภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งมหาเศรษฐีและบรรดาพ่อแม่ที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน

ส่วนกลุ่มที่เสียประโยชน์กลับเป็นครอบครัวที่อยู่ในรัฐที่มีค่าครองชีพและอัตราภาษีสูง โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพด้วยตนเองนั่น ถึงแม้ว่า แผนการลดภาษีดังกล่าวจะเอื้อต่อผู้จ่ายภาษีส่วนใหญ่สามารถจ่ายน้อยลง แต่สิทธิประโยชน์นี้จะมีกำหนดอายุในปี 2025 ซึ่งศูนย์นโยบายภาษีในวอชิงตันคาดว่า จนถึงปี 2027 ผู้เสียภาษี 53% จะต้องจ่ายภาษีแพงขึ้น โดยที่คนจำนวนมากอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

บทความล่าสุด

192.168.52.214