Search

วันเสาร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เผยรายงานยุทธศาสตร์ชาติระบุจีน-รัสเซียเป็นคู่แข่งทางด้านอำนาจที่นำไปสู่การคุกคามด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของสหรัฐ


ขณะที่ทั้งจีนและรัสเซียออกมาตอบโต้รายฉบับดังกล่าว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังสร้างบรรยากาศเหมือนยุคสงครามเย็น

หนังม้วนยาวระหว่างความขัดแย้งของ 3 มหาอำนาจโลกระหว่างสหรัฐ จีน และรัสเซีย ยังคงดำเนินต่อเนื่องเพิ่มความสุ่มเสี่ยงการเมืองโลกต่อไป โดยจะนำไปสู่สงครามเย็น หรือสงครามร้อนที่เหิดขึ้นจริงในอนาคตหรือไม่ กลายเป็นไฮไลท์ที่ต้องจับตาอย่างไม่กระพริบในปี 2018

ขณะที่สภาผูแทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี

ส.ส.สหรัฐโหวตแล้ว 227 ต่อ 203 มี 12 ส.ส.รีพับลิกันโหวตร่วมกับเดโมแครตคัดค้านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี และรอส่งวุฒิสภาโหวตอีกครั้งในวันพฤหัสฯ นั้

ก่อนส่งให้กับประธานาธิบดีโดนับด์ ทรัมป์ ลงนามใช้ในทางปฏิบัติ มีผลในปี 2018 แทนแผนเดิมที่คาดว่าจะเลื่อนไปใช้อัก 1 ปีในปี 2019

โดยจะเป็นการลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% ลงที่ 21% และลดภาษีบุคคลขั้นสูงสุดจาก 39.6% มาอยู่ที่ 37% โดยคงไว้ทีี่ 7 ขั้นบันใด


อย่างไรก็ตาม คาดว่าชนชั้นกลางในสหรัฐจะได้รับประโยชน์จากการตัดสดภาษีราว 23%
สำหรับที่มาของเสียงโหวตค้าน 203 เสียงนั้น เป็นเสียงจาก 12 ส.ส.รีพับลิกันที่เข้าร่วมโหวตกับ ส.ส.เดโมแครตซึ่งมีฐานเสียงเพียง 191 เสียง จึงต้องพ่ายต่อพรรครีพับลิกัน


นอกจากนี้ ข่าวคราวที่สหรัฐใช้สิทธิ์วีโต้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ที่มีมติให้ยกเลิกการรับรองกรุงเยรูซาเเล็มเมืองหลวงของอิสราเอลเป็นโมฆะ จับตาดูการประชุมใหญ่ที่ประชุมสมัชชา UN ในวันพฤหัสฯนี้ จะเพิกถอนการใช้สิทธิ์วีโต้ของสหรัฐหรือไม่

ทั้งนี้สมาชิก 14 ประเทศใน UNSC มีมติให้ยกเลิกการประกาศรับรองของสหรัฐให้กรุงเยรูซาเเล็มเมืองหลวงของอิสราเอลเป็นโมฆะ โดยรวมถึงสมาชิกถาวร 4 ชาติที่ประกอบด้วยอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย ได้รับรองมติดังกล่าวด้วย

ขณะที่ผู้แทนสหรัฐใน UN ระบุว่าเป็นมติที่ลบหลู่การทำหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐ

บทความล่าสุด

192.168.52.211