Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

แม้ว่า PropTech จะส่งสัญญาณมาแรงตั้งแต่ปี 60 และทำท่าจะโดนเด่นแซงหน้าเทรนด์อสังหาฯ อื่นไปจนถึงปี 61 แต่ผู้ประกอบการหลายรายก็ยังคงต้องหาลูกเล่นใหม่ๆ มากระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มของเศรษฐกิจในปีหน้า ที่หลายฝ่ายต่างมองว่าจะปรับตัวดีต่อเนื่อง จากนโยบายกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ

แม้ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับราคาที่ดินแพงในโซน CBD และแนวเส้นรถไฟฟ้าทำเลทองที่มีระดับดีมานด์สูงก็ตาม แต่ถึงกระนั้นทั้งผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก-รายใหญ่ ขอเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะโฉมใหม่โครงการ Mixed-use ในรูปแบบ Flagship  มาช่วยลดต้นทุนและสร้างกำไรยอดขายให้มากขึ้นในปีหน้า

กลุ่มภาคธุรกิจอสังหาฯ ใจชื้น เศรษฐกิจปี 61 ส่อแววดีขึ้น

 แม้ช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของครึ่งปีหลัง 2560 เศรษฐกิจไทยจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับภาวะยอดที่อยู่อาศัยคงค้าง อันเป็นผลจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ยอดปฏิเสธสินเชื่อของธนาคาร ที่เข้มงวดในการปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น รวมไปถึงปัญหาของหนี้ครัวเรือน อันยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2559 และแม้ปัจจุบันจะลดต่ำลง ส่งสัญญาณดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างจำเป็นต้องระมัดระวังการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2561 มากขึ้น

แม้ปีหน้าผู้ประกอบการยังไม่ไว้ใจกับสภาพตลาดอสังหาฯ ที่ส่อแววยังไม่มีความเสถียรมั่นคงนั้น แต่เชื่อว่าจากนโยบายของรัฐบาลที่กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้กระเตื้องขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การขยายเส้นทางให้บริการรถไฟฟ้าจากชานเมืองสู่เมือง รวมไปถึงโครงการช่วยผู้มีรายได้น้อยต่างๆ จะนำพาให้สถานการณ์ของเศรษฐกิจปี 2561 นั้นมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงทำให้แม้ผู้ประกอบการยังอยู่บนเส้นด้ายของความกลัว แต่ถึงกระนั้นก็รุดหน้าที่จะขยายโครงการใหม่ๆ บนความท้าทายของเศรษฐกิจในปีหน้า

อาณาจักร Mixed-use โครงการ One Bangkok

เจาะทำเล CBD ด้วยโครงการ Mixed-use

 แน่นอนว่าในปี 2561 โครงการที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยังนิยมเปิดตัวมากที่สุดคงหนีไม่พ้นประเภทที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม ทั้งนี้ยังคงหวังอานิสงส์ของการขยายตัวของเส้นรถไฟฟ้าที่สำคัญ โดยเฉพาะสายสีเขียว สีน้ำเงิน และสีแดง ท่ามกลางการเผชิญหน้าของผู้ประกอบการอสังหาฯ กับราคาที่ดินที่ส่อแววปรับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2560 ถึง 20% โดยเฉพาะในย่านธุรกิจ อย่าง CBD ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้น ยังคงเป็นเรื่องของสภาพความเจริญของย่านนั้น รวมไปถึงการหาที่ดินในโซนดังกล่าวมาพัฒนาต่อได้ยาก ในขณะที่ระดับดีมานด์ยังสูงอยู่ เหตุนี้ผู้ประกอบการอสังหาฯ จึงได้เจาะทำเลไข่แดงดังกล่าว เพื่อทำให้คุ้มทุนการก่อสร้าง และรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยด้วยการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมในรูปแบบ Mixed-use อันประกอบไปด้วย ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และร้านค้า

มุมมองใหม่ของโครงการ Mixed-use ปี 61

 โครงการ Mixed-use ปี 61 ปรากฏตัวในรูปแบบโปรเจกต์แฟรกชิฟ ที่เริ่มเห็นการทยอยการเปิดตัวกันแล้วในช่วงปลายปี เหมือนดั่งเช่นโครงการ The Forestias ของ MQDC ที่เนรมิตพื้นที่กว่า 300 ไร่ บนทำเลบางนา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้กลายเป็นโลกที่ธรรมชาติและสังคมอยู่ด้วยกัน โดยเน้นพื้นที่สีเขียวเป็นหลัก หรือแม้กระทั่งฝั่งศุภาลัย ก็ไม่น้อยหน้า เดินทัพโปรเจกต์ Mixed-use ในลักษณะแฟรกชิฟเช่นกัน โดยทุ่มทุนซื้อที่ของสถานฑูตออสเตรเลียบริเวณถนนสาทร เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นสังคมน่าอยู่บนพื้นที่สีเขียวเดิมที่อนุรักษ์ไว้

ยังไม่นับรวมผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง ออริจิ้น ที่ขอเจาะพื้นที่ไข่แดงสุขุมวิท ย่านทองหล่อ ผุดโครงการ Origin 24 อัดแน่นด้วยโรงแรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และที่ขาดไม่ได้บิ๊กโปรเจกต์โครงการ Mixed-use อย่าง One Bangkok และ Singha Complex ที่แม้เปิดตัวไปแล้วในปี 60 แต่ต้องจับตามองความคืบหน้าอลังการของโครงการต่อไปในปี 61 ในที่นี้รวมไปถึงโครงการ Mixed-use ของแสนสิริ ที่ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก

โครงการ The Forestias ของ MQDC รูปแบบใหม่ของ Mixed-use โดยเน้นเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว

ผลพลอยได้ของผู้อยู่อาศัย กับโครงการ Mixed-use

 สำหรับโปรเจกต์โครงการ Mixed-use ถูกสรรสร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยรุ่นใหม่ วัยทำงาน รวมไปถึงกลุ่มผู้กำลังเข้าสู่วัยเกษียณ ที่มองหาที่อยู่อาศัยรูปแบบคอนโดมิเนียมในชีวิตบั้นปลายมากขึ้น และการที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ให้ความสนใจกับโปรเจกต์ดังกล่าว นอกจากเป็นการรองรับเรื่องต้นทุนของราคาที่ดินสูงขึ้น และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการแล้ว ยังรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่อยากอยู่ใกล้ที่ทำงาน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ชนิดไม่ต้องนั่งรถต่อ เดินไม่กี่ก้าวถึง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของการที่อยู่อาศัยอันเหมาะแก่การพักผ่อน จึงทำให้โครงการ Mixed-use ที่จะได้เห็นปีหน้า ได้ผุดขึ้นพร้อมแนวคิดพื้นที่สีเขียวเป็นสำคัญแม้ปี 2561 ที่กำลังจะนับเคาน์ดาวน์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้จะมาถึง โปรเจกต์โครงการ Mixed-use อาจกำลังเป็นเทรนด์ที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ เลือกเป็นทางออกของการรับมือราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น และรองรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่อยากอยู่ใกล้แหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อม แต่ถึงกระนั้นในมุมมองของผู้อยู่อาศัยยังคงต้องเน้นเรื่องความคุ้มค่าของราคาที่ซื้ออสังหาฯ ประเภทดังกล่าว พร้อมทั้งยังจำเป็นต้องจับตาการปรับตัวของราคาคอนโดมิเนียมในรูปแบบ Mixed-use ต่อไป

เรื่องข้างต้นเขียนโดย อารยา ศิริพยัคฆ์ Content Writer ประจำเว็บไซต์ DDproperty.com 

บทความข้างต้นเผยแพร่ครั้งแรกที่ DDproperty.com เว็บไซต์สื่อกลางอสังหาริมทรัพย์ ที่รวบรวม ข่าวอสังหาฯ คู่มือซื้อขาย และ รีวิวโครงการใหม่ ไว้กว่า 10,000 บทความ

เว็บไซต์สื่อกลาง ซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ภายใต้การบริหารงานของ PropertyGuru Group

บทความล่าสุด

192.168.52.216