Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ศาลอนุมัติหมายจับ 5 ผู้ต้องหาคดีอาวุธสงครามซุกเมืองแปดริ้ว ขณะที่ พล.ท.มนัส ดอดมอบตัวกองปราบ ให้ประกัน 2 แสน

       กองปราบ - เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ธ.ค.2560 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2.บก.ป. ได้เดินทางไปพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร.ที่ ศาลอาญา เพื่อขออำนาจศาลอาญา อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการพบวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ในท้องที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ภายหลังศาลได้พิเคราะห์เห็นควรออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 5 ราย ประกอบไปด้วย นายชัยวัฒน์ หรือเปี๊ยก ผลโพธิ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 525/8 ซ.เพิ่มสิน 13 แขวงคลองถนน เขตสายไหม ,นายสมเจตน์ หรือ สน คงวัฒนะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ซ.วิภาวดี 34 แขวงและเขตจตุจักร ,นายจักรรินทร์ หรือ เสธ.ไก่ เรืองศักดิ์วิชิต อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 ซ.พหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร ,พลโทมนัส หรือเสธ.หยอย เปาริก อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/60 ซ.อารีย์ ถ.พหลโยธิน แชวงพญาไท เขตจตุจักร และนายจักรภพ เพ็ญแข อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555 แขวงและเขตสายไหม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2692-2696 /60 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2560 ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง และความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร   ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. , พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 , พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. , พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้เดินทางมาที่กองปราบปราม หลังได้รับการประสานจาก พล.ท.มนัส หรือเสธ.หยอย เปาริก อายุ 68 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2695/60 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2560 ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง และความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ว่าจะเข้ามามอบตัวกับทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม  
 โดยทันทีที่ทาง พล.ท.มนัส ได้เดินทางมาถึงทางคณะพนักงานสอบสวนได้แสดงหมายจับ ซึ่งทางพล.ท.มนัส ได้ให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปสอบปากคำ  
พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจได้ตรวจพบอาวุธสงครามชนิดต่างๆ ได้ที่บริเวณบ่อบัวริมถนน หมู่ 15 ต.ฉิมพล อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ทางพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนจับกุมคนร้ายได้โดยเร็ว ซึ่งทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และคณะทำงานได้ดำเนินการสืบสวนพร้อมกับโอนสำนวนคดีจาก สภ.ฉิมพลี มาให้กับทางกองปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบ ประกอบกับทางด้านพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ฝ่ายกฎหมาย คสช.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ 5 ผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม การสืบสวนสอบสวนพบหลักฐานและพยานบุคคล มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์คดีอาวุธสงครามที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2560 จำนวนหลายคดี ในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย ห้วยขวาง ลาดพร้าว บางเขน มีนบุรี พื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบไปด้วย ลาดบัวหลวง อ.วังน้อย, พื้นที่ จ.ปทุมธานี อ.คลองหลวง และพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเชื่อมโยงเป็นขบวนการ จนนำไปสู่การที่ศาลพิจารณาออกหมายจับบุคคลทั้ง 5 ราย  

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้พบความเชื่อมโยงเพียงแค่ 5 รายเท่านั้น ซึ่งหากพยานหลักฐานบุคคลใดก็จะดำเนินการทันที เบื้องต้นได้สอบปากคำพล.ท.มนัส ไว้เพื่อประกอบสำนวน โดยทางพนังงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนในวงเงิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ จากการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ประมาทมีการวางมาตรการคุมเข้ม ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ จับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนเรื่องรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง  
พ.อ.บุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เจ้าหน้าที่พบว่าอยู่ในโครงข่าย แต่ไม่ได้เกี่ยวพันกับอาวุธล็อตนี้ ที่พบ ซึ่งทางนายวัฒนา ได้ประสานขอเข้ามอบตัว และให้การที่เป็นประโยชน์เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาเดียวกัน ก่อนคุมตัวเข้าโครงการคุมครองพยาน นอกจากนี้นายวัฒนา เคยถูกดำเนินคดีและติดคุกในเรือนจำ ก่อนที่พ้นโทษออกมา  รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับอาวุธสงครามที่พบถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งทั้งหมดพบความเชื่อมโยงกัน โดยกลุ่มแรงระเบิดขว้างสังหารอาร์จีดี- 5 จำนวน 3 ชนิด ประกอบด้วยรุ่น 53-891T , 55-891T , 57-891T ถูกค้นพบใน 3พื้นที่ คือ สน.บางนา , สน.ราษฎร์บูรณะ , สน.คันนายาว , สภ.ลาดบัวหลวง รวมของกลางที่พบทั้งหมด 44 ลูก กลุ่มทื่สองลูกกระสุน M79 รุ่น LOT1-12 ค้นพบใน 3 พื้นที่ คือ สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ,สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา , สน.ราษฎร์บูรณะ , รวมของกลางที่พบทั้งหมด 91 ลูก และ กลุ่มที่สาม ลูกกระสุน M79 รุ่น LOT1-12 ค้นพบใน 3 พื้นที่ คือ สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ,สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา , สน.ราษฎร์บูรณะ , รวมของกลางที่พบทั้งหมด 91 ลูก อย่างไรก็ตามจากการที่พบอาวุธส่งครามในพื้นที่สภ.ฉิมพลีที่พบว่ามีความเชื่อมโยงของทั้งสามกลุ่มรวมกัน

192.168.52.216