Search

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

จับสัญญาณหุ้นทั่วโลกเริ่มอ่อนตัว จากแรงกระเพื่อมเทขายหุ้นของนักลงทุน ท่ามกลางรายงานข่าวผลผลิตสินค้าโภคภัณฑ์โดยเเฉพาะด้านพลังงานที่ล้นตลาด ส่งผลให้กดารประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบันมีราคาที่แพงเกินไป ประกอบกับความไม่แน่นอนในนโยบายลดภาษีของทรัมป์ที่ต้องเลื่อนออกไปกลายเป็นความไม่แน่นอนที่กระทบในเชิงลบ


ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงอย่างหนัก หลังจากราคาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 2% นอกจากนี้ ส่งผลให้กดารประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบันมีราคาที่แพงเกินไป

ขณะที่ Warren Buffett มีการสัดส่วนการซื้อหุ้น Apple เพิ่มขึ้นอีก 3.9 ล้านหุ้นโดยเลือกที่จะลดการถือครองหุ้น IBM และ Well Fargo รวมทั้งทำการอปลงหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวน 700 ล้านหุ้นใน Bank of America เป็นหุ้นสามัญแทน

1. หุ้นทั่วโลกเริ่มมีสัญญาณอ่อนตัวลง จากแรงกระเพื่อมเทขายหุ้นของนักลงทุน ท่ามกลางรายงานข่าวผลผลิตสินค้าโภคภัณฑ์โดยเเฉพาะด้านพลังงานที่ล้นตลาด ส่งผลให้กดารประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบันมีราคาที่แพงเกินไป

โดยที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงอย่างหนัก หลังจากราคาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 2% นอกจากนี้ ส่งผลให้กดารประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบันมีราคาที่แพงเกินไป

นอกจากนี้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท ยังคงได้รับปัจจัยกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในนโยบายลดภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องเลื่อนการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 35% สู่ระดับ 20% ออกไปอีก 1 ปี ที่ส่งผลกระทบในเชิงลบ


2. ขณะที่ Warren Buffett นักลงทุนที่เน้นการลงทุนโดยหวังผลตอบแทนระยะยาว หรือ Value Investor มีการเคลื่อนไหวในการลงทุนที่เป็นการปรับเปลี่ยนทิศทาง โดยประการแรก ลดการถือครองหุ้น IBM ซึ่งเคยถืออยู่ในระดับ 81.2 ล้านหุ้น ลงเหลือ 37 ล้านหุ้น และลดการถือครองหุ้น Well Fargo

Warren Buffett หลังจากที่ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นบริษัทแอปเปิลรวมเป็น 9.8 ล้านหุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยเลือกที่จะลดการถือครองหุ้น IBM ซึ่งถืออยู่ในระดับ 81.2 ล้านหุ้น และถือใน Well Fargo ลดลง 464 ล้านหุ้น แต่เริ่มมีการเพิ่มสัดส่วนการซื้อหุ้น Apple อีก 3.9 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 134 ล้านหุ้น .

Warren Buffett ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Bank of America ยังได้ทำการแปลงหุ้นบุริมสิทธิ์ (preferred shares) จำนวน 700 ล้านหน่วย เป็นหุ้นสามัญแทน หลังจากที่มีการแปลงสภาพมาจากการถือวอร์แรนท์ เป็นการถือในรูปหุ้นบุริมสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2011



3. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท ปรับตัวลงฝยขณะนี้ มาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการใช้มาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อกระตุ้มเศรษฐกิจและเดินหน้าตามแผนอเมริกาต้องมาก่อนในการดึงดูดเม็ดเงินของธุรกิจสหรัฐที่อยู่นอกประเทศให้ไหลกลับเข้าประเทศต้องสะดุดลง

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นเจเนอรัล อิเลคทริค (GE) ร่วงลงต่อเนื่องเป็รวันที่สองอีก 5.9% จากการที่นักลงทุนผิดหวังต่อแผนการปรับโครงสร้างบริษัทและการปรับลดการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสลง 50% สู่ระดับ 12 เซนต์ต่อหุ้น จากเดิมที่จ่าย 24 เซนต์ต่อหุ้น โดยจะเริ่มในเดือนธันวาคมปีนี้

ทั้งดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในวันอังคารที่ 23,409 ลดลง 30.23 จุด หรือลดลง 0.13% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,578 ลดลง 0.23% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,737 ลดลง 0.29%


4. ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลง 208.93 จุด แตะระดับ 22,171.ในวันพุธ และร่วงต่อเนื่องในช่วงท้ายตลาดเกือยหลุกระดับ 22,000 ที่ระดับ 22,072 โดยได้รับแรงกดดันจากการปิดลบของตลาดหุ้นสหรัฐ นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนยังฉุดหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลงด้วย หลังจากที่เงินเยนร่วงลงหลึดระดับ 114 เยนต่อดอลลาร์ช่วงตีนสัปดาห์ กลับมาแข็งค่าที่ 113 เยน

โดยที่ราคาหุ้นร่วงลงทั้งกระดานในช่วงเช้านี้ นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะนอกกลุ่มเหล็ก


5. ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กดิ่งลงเกือบ 2% มาอยู่ที่ 55.04 ดอลลาร์จ่อบาร์เรล และน้ำมันเบรนม์อยู่ที่ 61.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันอังคาร ภายหลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันราว 100,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้ และปีหน้า สู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ

ทั้งนี้ ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงอย่างหนัก หลังจากรายงานของ IEA โดยที่ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงถึง 1.5% นำโดยหุ้นโคโนโคฟิลิปส์ ร่วงลง 2.5% ขณะที่หุ้นเอ็กซอน โมบิล ปรับตัวลง 0.8%

บทความล่าสุด

192.168.52.216