Search

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"แอมป์" พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับวิวาห์เงียบกับ "เบลล์" ชวัลพัชร์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. และจดทะเบียน 24 ส.ค.ที่ผ่านมา


ฮือฮาไม่น้อยมีกระแสข่าวออกมาว่า นักแสดงหนุ่มช่อง7 "แอมป์" พีรวัศ กำลังมีทายาทกับ "เบลล์" ชวัลพัชร์ ล่าสุดฝ่ายชายได้เดินทางมาเปิดใจที่รายการ สนามข่าวบันเทิง ช่อง7 โดยเจ้าตัวเผยอย่างอารมณ์ดี



 "ผมมีข่าวดีมาบอก ถ้าเป็นไปตามข่าวคือผมแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังมีลูกน้อย 6 เดือนแล้ว สำหรับเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเดือน5 (พ.ค) ที่ผ่านมาไปงานจัดงานเงียบๆ ที่บ้านผู้หญิงเป็นภายใน เสร็จปุ๊บ ผมจดทะเบียนเดือน 8 (ส.ค.) แต่ว่าเราสองคนตั้งใจสร้างครอบครัวกันอยู่แล้ว"

         

ถามว่าผมรู้จักเขาได้อย่างไร


"อย่างที่บอกว่าผมเจอเขาบนเครื่องบิน เจอกันตอนแรกคุยกัน ยังไม่ได้ขอเบอร์ พอวันกลับเจอกันอีก เรารู้สึกอยากคุยแล้ว ถ้าเราพลาดไปคงไม่ได้เจอกันแล้ว มีสานสัมพันธ์มาเรื่อยๆ สองครอบครัวก็รู้จักกัน ไปมาเข้าตามตรอกออกตามประตู เรารู้สึกแป๊บเดียวผ่านมาปีกว่าแล้ว เราต้องมีได้แล้ว ผมพร้อมแล้ว ผมพูดกับพี่ๆนักข่าวเสมอว่า ผมพร้อมแล้ว ผมอยากมีทายาท เราได้พูดกับผู้หญิงคนแล้วๆ เขาตอบว่าเขาจะดูแลเราในวันที่เราน้ำลายยืด อุจจาระราดเป็นอัมพาต เราก็คิดว่าต้องคนนี้แหล่ะ ทุกอย่างเกิดขึ้น สำหรับทริปนั้นไปภูเก็ต"



ถามว่าคบกันมานานเท่าไหร่แล้ว

         

"ประมาณปีครึ่งกว่า (ช่วงไหนที่เราคิดว่าต้องมาคบกันและคุยกัน) หลังจากที่เจอกัน ผมจีบเขามาตลอด มันใช้เวลานะ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้ามาเป็นแฟนกัน ผมโตแล้วผมต้องระวังเรื่องความรัก ผมก็ห่วงนะว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไร แต่ผมรู้สึกว่าต้องคนนี้จะเป็นคนอื่นไปไม่ได้ (คนนี้คือแม่ของลูกเรา) โอ้ย..คนนี้เขาน่ารัก ผมรักเขาตั้งแต่เห็นเขา ถามว่าทำไมรักเขา เวลาที่พี่ๆ นักข่าวเจอใคร แล้วพี่รัก (ยิ้ม) ความรักของเราไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้ ต้องเจอแล้วและรู้สึกด้วยตัวเอง คือเห็นแล้วชอบเขาแบบไม่มีเหตุผล อันนี้เรียกว่าความรัก และความรักก่อนที่จะชอบแล้ว เรารักเขาได้อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของเนื้อในแล้ว ผ่านอะไรมาแล้วบ้าง เราจะเป็นเรื่องราวความสุขของเนื้อในความรัก คุณรักกันได้อย่างไร ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ คนจะชอบลืมความรักครั้งแรก คือเมื่อคบกันมานานๆ เบื่ออ่ะ ไม่รักกันแล้ว ให้นึกถึงวันแรก ที่เราเจอกันมันจะว้าว (ยิ้ม) คือมันจะว้าวเลย ถามว่าคนนี้คือรักแรกพบไหม ใช่นะเป็นรักแรกพบของผมเลย ชอบตั้งแต่ครั้งแรกไม่มีเหตุผล แล้วเขาไม่รู้ว่าผมเป็นดารา นี้คือพีคมาก ถามว่าเขารู้ตอนไหน คือเขาก็ถามนะว่าผมทำอะไร ผมบอกว่าผมขายมอเตอร์ไซค์ เขาไม่รู้จริงๆ ผมคิดนะเราอาจจะไม่ดัง แต่ว่าไปต่างจังหวัด มีคนมาขอถ่ายรูปเขาก็ถามว่ามีคนมาขอถ่ายรูปพี่ทำไม เขางง ผมบอกว่าหน้าผมเหมือนพี่เวียร์ (ศกลวัฒน์ คณารศ) เราบอกแบบนี้อ่ำไป สุดท้ายเขารู้"



 ดูเหมือนความรักของเราครั้งนี้ ค่อนข้างไม่ค่อยเปิดตัว

         

"คือผมไม่ได้ปิดเลย แต่คำว่าเปิดตัวคือ หนึ่งเขาไม่ใช่ดาราเขาก็มีความเป็นส่วนตัวใช่ไหม แล้วมันดันไม่มีใครถาม น้องเขาก็เป็นข่าวมานะในช่วงนึง แต่ไม่มีใครถามผมว่าชีวิตรักเป็นอย่างไร มีครอบครัวแล้วหรือยัง ก็ไม่ได้บอกแต่ก็ไม่ได้ปิดเลย เพราะพี่ ๆ เพื่อน ๆ คนในกลุ่ม ที่ทำงานกองถ่ายผมก็พาเขาไปด้วยนะ ตอนถ่ายเรื่อง แม่อายสะอื้น ผมก็พาไปเที่ยวอยู่ที่กอง"

         

แฟนสาวคนนี้เป็นใคร ทำงานอะไรอย่างไร

         

"ชื่อน้อง เบลล์ (ชวัลพัชร์) ตอนนั้นน้องเขาทำงานเกี่ยวกับของเด็กอยู่ยี่ห้อหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว ตอนนี้กำลังจะเปิดโฮสเทลแถวบ้านเขา แถวเอสพลานาด รัชดา คุณแม่เขาเป็นคนไทย เปิดโรงงานน๊อตส่งออกจีน อยู่ที่ยามากะตะ ประเทศญี่ปุ่น น้องเป็นลูกเสี่ยวญี่ปุ่น คุณปู่เป็นคนญี่ปุ่น"

         

เรามีลูกด้วยกันก่อนแต่งหรือหลังแต่ง

         

"เราคบกันมา ตั้งใจว่าจะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงคนนี้แหละ ก็มีการคุยกับครอบครัว จัดพิธีกันเรียบร้อยแล้วค่อยมีลูก คือเข้าตามตรอกออกตามประตู ผมเนี่ยกลัวที่สุดเรื่องท้องก่อนแต่ง แต่งก่อนท้อง เดี๋ยวเราจะเสีย ฉะนั้นเราไม่อยากให้ครอบครัวเขาเสีย เราก็ทำให้มันถูกต้องเรียบร้อย แต่งานเลี้ยงฉลองแต่งงานผมไม่จัด เพราะผมอยากจะอุ้มลูกอยู่ในงานด้วย"v




แล้วมีกลุ่มเพื่อนสนิทไปร่วมงานแต่งด้วยไหม

         

"งานแต่งเฉพาะคนในบ้านเลย แค่ญาติเรากับญาติเขา ถามว่าได้เชิญเพื่อนๆ ไหม เพื่อนๆ รู้อยู่แล้วว่าแค่คนใน เราไปสู่ขอเขาแบบเป็นทางการเลย ส่วนค่าสินสอดก็หลักล้าน แต่ขอไม่พูดถึงตัวเลขแล้วกัน"

        

ทำไมเราเลือกที่จะทำทุกอย่างเงียบๆ

         

"สำหรับผมการที่เราจะมีความรักกับใครสักคนหนึ่ง ผมอาจจะโดนมาเยอะ การเป็นคนในวงการทำอะไรก็ผิดไปหมด เราก็ไม่อยากให้ครอบครัวเราเข้ามายุ่ง หรือเข้ามามีส่วนร่วมเพราะเขาไม่ใช่ดารา กันเป็นความปลอดภัยของครอบครัวเขา"

         

ย้อนกลับไปเขาได้ถามเรื่องข่าวที่ผ่านมาไหม

         

"ไม่เลยนะ แต่พอเขาทราบว่าเราเป็นดาราก็ต้องหาข้อมูลอยู่แล้วแหละ เขาก็ถามเพราะข่าวเราก็หนักหน่วง เราก็มีคำตอบว่า ขอให้เชื่อพี่ว่าพี่เป็นคนยังไง เชื่อพี่เถอะพี่ไม่ได้ทำ เขาก็เชื่อ เขารู้อยู่แล้วเวลาผมไปไหน กลับกี่โมง ถ่ายละครเรื่องอะไร ไม่มีนอกลู่นอกทางนะ"

         

แสดงว่าเราก็ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

        

"ไลฟ์สไตล์ผมไม่ใช่คนนอกลู่นอกทาง คนในแก๊งผมอาจจะดูเป็นคนเจ้าชู้ แต่บอกเลยว่าจริงๆ ไม่ใช่ทุกคน"




งานแต่งเรามีดูฤกษ์ก่อนไหม หรือเอาเป็นฤกษ์สะดวก

         

"มีฤกษ์นะ แต่เป็นฤกษ์สะดวกตอนจดทะเบียนสมรส แต่วันแต่งเป็นฤกษ์สะดวกของที่บ้าน ตอนไหนก็ได้ แต่วันจดทะเบียนสมรสคือสำคัญที่สุด เราจดทะเบียนสมรสวันที่ 24 สิงหาคมนะ เป็นฤกษ์เฉพาะคนจะให้ความสำคัญกับฤกษ์จดทะเบียนแค่นั้นเลย แล้วก็ถือว่าเรียบร้อยทุกอย่าง ออกมาได้สวย อย่างไรผมก็ขอฝากหน่อย ลูกผมจะออกมาแล้ว ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ อยากให้เอ็นดูลูกผมด้วย ถ้าจะไม่รักคุณพ่อ แต่ยังไงก็ขอให้รักลูก ตอนนี้ตั้งชื่อไว้แล้ว ผมตั้งมา 2 รอบแล้ว รอบแรกซ้ำกับลูกเตชินท์ รอบสองซ้ำลูกพี่แอนดี้ ตลกมากชื่อเป็นล้านชื่อทำไมเรามาตั้งซ้ำกัน โดยเฉพาะเป็นลูกดาราอีก พอชื่อที่สาม ผมเก็บไว้เลยไม่บอกใครเลย กลัวจะซ้ำอีก เดี๋ยวบอกไปคนทั้งประเทศจะใช้ชื่อนี้ เพราะมันเท่มาก พี่เขยผมเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้ เขาอยู่เมืองนอกฝรั่งออกเสียงนี้เท่ เลยใช้ชื่อนี้ คนไทยออกเสียงนี้ก็เท่เหมือนกัน แล้วชื่อก็เขียนง่าย คำเดียวสั้นๆ คลูๆ ขอเก็บไว้ก่อน อยากบอกมากแต่ขอเก็บไว้ก่อนนะ ทีเดียว (ยกมือไหว้) เดี๋ยวจะคลอดประมาณช่วงเดือนก.พ.ประมาณวันที่ 11-19  ยังไม่รู้ว่าจะเป็นวันไหน แต่เป็นรพ.สมิติเวช ก็น่าจะคลอดธรรมชาติ ใจเราอยากจะเลือกฤกษ์ที่ที่สุด แต่ผมเชื่อว่าธรรมชาติเขาจะให้สิ่งที่ดีที่สุด ผมก็เลยไม่อยากไปกำหนดชีวิตเขาตั้งแต่เกิด ให้ลูกผมได้กำหนดชีวิตเขาเอง ว่าเขาอยากจะออกมาเป็นยังไง ถ้ามันจะเป็นจังหวะนั้นที่คุณแม่ทนไม่ไหว ผมก็จะต้องบอกว่าเลือกเวลาดีที่สุดในช่วงนั้นที่เราจะเลือกได้ถ้าต้องผ่า แต่ทั้งหมดทั้งมวลอยากให้เป็นธรรมชาติ เพราะเป็นเรื่องของน้ำนมด้วย ผมอยากให้เขาทานนมแม่ 2 ปี แต่คุณหมอบอกว่า 6 ก็เพียงพอ แต่ผมอยากให้ได้มากที่สุด ให้ธรรมชาติเขาจัดการตัวเขาเอง ผมก็เลยคิดว่าแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่อยากจะไปตีกรอบให้ลูกว่าจะต้องเป็นคนยังไง ให้เขาเลือกของเขาเอง และให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา"

         


ถามว่าการมีทายาทครั้งนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง

         

"ผมตื่นเต้นกว่าเมียอีก ไปซื้อของซื้ออะไร คนก็ทักว่าทำไมเห่อจังเลย เราก็บอกว่าไม่ได้หรอก ผมต้องเตรียม ตอนแรกผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กว่าต้องใช้อะไรยังไง ไปซื้อของก้ได้พี่"เปิ้ล( ภารดี)คอยช่วย เพราะเขามีลูกสองแล้ว คือโชคดีมากวันนั้นผมไปกับภรรยาสองคน ก็เดินไปเดินมาไม่รู้จะซื้ออะไร จังหวะเจอพี่เปิ้ลพอดี ถ้าไม่เจอพี่เปิ้ลผมแย่เลย ก็เป็นเรื่องราวที่สนุกสนานครับ ยังไงก็ฝากลูกชายผมด้วยนะ"



  

ความรู้สึกครั้งแรกที่รู้ว่ากำลังจะมีลูก

         

"ครั้งแรกที่ตรวจเจอขีดขึ้น ดีใจ แต่พาไปโรงพยาบาล ตอนอัลตราซาวน์ เห็นเป็นก้อนเลือด ครั้งที่ 2 เริ่มเห็นก้อนเนื้อมีหัวใจเต้นตุ้บๆ มันตื่นเต้นมาก ดีใจ หลังจากนั้นเห็นเป็นตัว นอนแอ็คท่า กลิ้ง เดี๋ยวผมจะค่อยๆ ปล่อยให้ดู พอคุณหมอบอกครบ 32 ก็เริ่มตัวใหญ่ล่ะ น้ำตาจะไหล มันดีใจ บอกไม่ถูก มันตายแทนเด็กคนนี้ได้ เหมือนมีหัวใจอีกดวง และคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กคนนี้เป็นเด็กที่น่ารัก ตนจะทำให้ดีที่สุดสำหรับพ่อคนหนึ่ง ครอบครัวของเราก็อยากให้ทุกคนเอ็นดูลูกของเราด้วย ผมฝากด้วยนะ"

        


เพื่อนๆ มีเตรียมของรับขวัญหลานหรือยัง

        

 "ผมไม่รับเป็นของนะ ขอรับเป็นทอง (หัวเราะ)"

        


 มีอะไรต้องปรับตัวเข้าหากันไหมเพราะมีระยะเวลาคบหากันไม่นาน

         

"คบสักพักคิดว่าใช่ ต้องลุยเลย และจงใช้ชีวิตความรักที่หวานที่สุดให้เหมือนช่วงแรกที่เรารักกัน ถ้าคบแล้วอยู่ไปนานๆ จะรู้สึกว่าคนนี้มีข้อเสีย คนนี้ไม่ดี รักมันเริ่มขุ่นมัว รักที่เติมเต็มที่สุดคือรักแรกพบ รักเลย และใช้ชีวิตรักที่มันรักจริงๆ"

         


จะฉลองวิวาห์เมื่อไหร่

         

"ลูกเดินได้ค่อยว่ากันอีกที ยังไม่ได้วาง เอาให้เด็กเดินได้ วุ่นวายแข็งแรง ให้รู้เรื่อง แต่ผมอยากได้ผู้หญิงอีกคนนึง เพราะอยากได้ลูกแฝด แต่เราธรรมชาติ ได้ทีละคน อาจจะจั่วก่อน"

        


แฟนไม่เรียกร้องเหรอ เพราะผู้หญิงอยากใส่ชุดเจ้าสาว

        

"ไม่ ภรรยาผมน่ารักมาก เขาคิดแบบเดียวกันกับผม เขาบอกลูกชายของผม ลูกผู้หญิงของเขา ก็น่ารักดี"

        


เขาโอเคไหมตอนนี้ต้องถูกจับตามอง

         

"เขาโอเคนะ ไม่ได้มีอะไรนะ"


192.168.52.216