Search

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

รอง ผบ.ตร.กัดไม่ปล่อย จ่อออกหมายเรียกสอบปากคำข้าราชการผู้ใหญ่พัวพันทุจริตวันนี้ (13 พ.ย.2560) พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. บุกพื้นที่เกาะหลีเป๊ะรอบสอง พร้อมเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อรังวัดที่ดินพิพาท


นำชี้แนวเขตที่ดินที่ป่าไม้อนุญาตให้ตำรวจสร้างสถานีตำรวจและบ้านพัก พบมีการรุกล้ำเขตวนอุทยานถึง 9.5 ไร่ ราคาประมาณไร่ละ 30 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 285 ล้านบาท ก่อสร้างเป็นรีสอร์ทหรู ค่าห้องพักคืนละกว่าหมื่นกว่า เงินสะพัดปีละกว่า 2,000 ล้านบาท แต่นายทุนรวยคนเดียว



หลังจากที่วานนี้ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี สภ.หลีเป๊ะ ถูกนายทุนกร่างฟ้องไล่ที่ ทั้งที่ได้เอกสารสิทธิ์มาโดยมิชอบ โดยได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ ก่อนถูกนางณัฏฐ์ญา สมานุกร ยื่นฟ้องกรมตำรวจเป็นจำเลยว่า รุกล้ำที่ดินของตน แต่สุดท้ายศาลฎีกายกฟ้อง ชี้ตำรวจได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ถูกต้อง แต่เป็นที่น่าสงสัยว่านางณัฏฐ์ญา ได้เอกสารสิทธิ์

บนที่ดินแปลงดังกล่าวมาได้อย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ตำรวจรื้อถอนบ้านพักข้าราชการออกไปจากที่ดินพิพาท ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 ต้องสร้างเพิงไม้ชั่วคราวเป็นที่พักอย่างน่าอนาถา ทั้งนี้ รรท.รอง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลีเป๊ะ พร้อมให้กำลังใจและมอบโอวาทแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลีเป๊ะ ว่าวันนี้ได้มาพบท่าน อยากบอกกับท่านว่าผมพร้อมที่จะเดินคู่กับท่าน ปฏิบัติการร่วมกันในการดำเนินการ เพื่อที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำรวจ ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่าน การมาครั้งนี้จะต้องบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้เพื่อนตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ของทุกหน่วยงานไม่ว่าตำรวจ จะมาจากหน่วยไหน ถือว่าเป็นตำรวจด้วยกันทุกคน มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันปัญหายาเสพติด ไม่ให้ลุกลามขึ้นมาบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ ดูแลอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดถึงพี่น้องประชาชนคนไทย

บ้านพักตำรวจ จ.สตูล ถ่ายเมื่อปี 2536 บนเกาะหลีเป๊ะ

โดยเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้มีความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว ดังนั้นพวกท่านคือส่วนหนึ่งของเกาะหลีเป๊ะ จึงต้องช่วยกันดูแลสภาพสิ่งแวดล้อม ให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ดี สะอาดเป็นเกาะแห่งธรรมชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่สำคัญจะต้องไม่ปล่อยปละละเลย หรือยินยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดกระทำผิดกฎหมาย ด้วยการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือรุกล้ำบุกรุกที่สาธารณะรวมทั้งวนอุทยาน ขอให้ข้าราชการตำรวจที่อยู่ ณ ที่นี้ ร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจ กับหน่วยราชการอื่นๆ ที่มาปฏิบัติหน้าที่บนเกาะแห่งนี้ ถือว่าเป็นเครือข่ายภาคีพันธมิตรที่ดีร่วมกัน การที่จะดำเนินการรักษากฎหมาย บางครั้งไม่สามารถทำสำเร็จได้ลำพังเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้นส่วนราชการอื่นๆมาขอความร่วมมือจากเรา เราต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ขณะเดียวกันเราขอสนันสนุนกำลังจากหน่วยข้างเคียง อย่างเช่นวันนี้ เป็นภาพลักษณ์ที่มองให้เห็นแล้วว่า ไม่มีส่วนราชการใดที่โดดเดียวเดียวดาย เราทุกคนเป็นทีมงานเดียวกัน เป็นข้าราชการเหมือนกัน มีหน้าที่ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์แห่งรัฐ ป้องกันดูแลให้เกาะหลีเป๊ะ แห่งนี้ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนบนเกาะและนักท่องเที่ยว ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยว สถานที่แห่งนี้ให้มากๆ เพื่อที่จะได้มีรายได้เข้ามามากๆ เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน อยากจะเรียนถามทุกท่านว่า " พร้อมไหมครับที่จะปฏิบัติการเพื่อดำรงไว้ซึ่งการรักษากฎหมายและความถูกต้องบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้" ผมขอเป็นกำลังใจให้และขอขอบคุณทุกท่าน



วันนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ได้นำเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสตูลมารังวัดที่ดินที่กรมป่าไม้อนุญาตให้ตำรวจใช้พื้นที่เพื่อสาธารณะประโยชน์ จำนวน 10 ไร่ และพบว่านายทุนสร้างรีสอร์ทหรูรุกล้ำที่ดินที่แปลงดังกล่าวถึง 9.5 ไร่ สร้างผลประโยชน์หลายร้อยล้านต่อปี และยังถูกนางณัฏฐ์ญา สมานุกร ยื่นฟ้องกรมตำรวจเป็นจำเลยว่ารุกล้ำที่ดินของตน แต่สุดท้ายศาลฎีกายกฟ้อง ชี้ตำรวจได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ถูกต้อง แต่เป็นที่น่าสงสัยว่านางณัฏฐ์ญา ได้เอกสารสิทธิ์บนที่ดินแปลงดังกล่าวมาได้อย่างไร ทั้งที่ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ชัด ไม่พบร่องรอยการทำกินบนที่ดินพิพาทก่อนสร้าง สภ.หลีเป๊ะ ตามที่นางณัฏฐ์ญา กล่าวอ้างว่าบรรพบุรุษอาศัยและทำกินบนที่ดินผืนนั้นมาหลายสิบปี อีกทั้งยังกล้าฟ้องขับไล่ตำรวจทั้งที่ได้สิทธิ์ในที่ดินมาโดยมิชอบ จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ามีอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดเป็นผู้หนุนหลัง ออกหน้าและเอื้อประโยชน์ให้นายทุนทุกเรื่อง สั่งให้พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกข้าราชการที่มีส่วนพัวพันมาให้ปากคำ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นก็จะร้องขอออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีต่อไป



ภาพถ่ายทางอากาศจากกรมแผนที่ทหารเมื่อ 28/5/22และ 27/2/58 ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าที่ดินแปลงดังกล่าวไม่มีการทำกินหรือใช้ประโยชน์มาก่อน ตามที่เจ้าของที่เดิมใช้เป็นข้ออ้างในการออกเอกสารสิทธิ์ ไม่มีการทำไร่หรือปลูกบ้านเรือนมาก่อนตามกล่าวอ้าง







ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมบันดาหยาวิลล่า และบันดาหยารีสอร์ท ตั้งอยู่ ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล จ.สตูล จากการตรวจสอบพบว่า โรงแรมทั้ง 2 แห่งนี้ ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ จึงดำเนินคดีกับนายอมรินทร์ ศาลากิจ และนางสาวมาเรียม อาแว ผู้ดูแลกิจการในขณะนั้น โดยมีนายอำเภอเมืองสตูล นายสุวรรณ ช่วยนุกูล ร่วมตรวจสอบด้วย และแจ้งข้อหาเปิดโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีและปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มีความผิดตาม พรบ.โรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 63 โดยมีโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝื่นโดยดำเนินคดีในทันที ส่วนจะมีคำสั่งปิดกิจการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายทะเบียน







ภาสพล โตหอมบุตร "รุจ" ผู้สื่อข่าวภาคสนาม หัวหน้าข่าว NationTV, ผู้ดำเนินรายการ "ข่าวข้นคนเนชั่น" จ-ศ เวลา 20.30-22.30 น., รางวัลเกียรติยศและโล่ประกาศเกียรติคุณ "คนดีแผ่นดินสยาม ปี 2559" รายการเนชั่นระวังภัย, รางวัลเสื้อสามารถ สุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2558-2559 โดยสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย "ภาสพล ขุดค้นข่าว" เจาะลึกทุกพื้นที่ ขุดค้นทุกสนามข่าว

บทความล่าสุด

192.168.52.215