Search

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า หลังจากตนประกาศยุติการเคลื่อนไหวติดตามความคืบหน้าคดีสลายการชุมนุมกลุ่มนปช.เมื่อปี 53


 ตลอดช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น จนถึงวันนี้พบว่ายังมีแต่ความเงียบจากป.ป.ช. ทั้งๆ ที่มีความพยายามและการดำเนินการจากหลายฝ่าย เช่น แกนนำนปช.ไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ป.ป.ช.หยิบยกคดีที่ยกคำร้องไปแล้วขึ้นพิจารณาอีกครั้งตามช่องทางของกฎหมาย ญาติผู้เสียชีวิตร้องขอต่ออัยการสูงสุดให้ส่งคำวินิจฉัยศาลฎีกาถึงป.ป.ช.เพราะถือเป็นหลักฐานใหม่ จนกระทั่งอัยการสูงสุดส่งเรื่องไปยังป.ป.ช. กว่า 1 เดือนแล้ว แต่ทุกอย่างไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีแม้แต่คำอธิบายใดๆ ถึงขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกัน จึงถึงเวลาที่จะต้องเดินหน้าเต็มตัวในเรื่องนี้อีกครั้ง


ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้จะมอบหมายตัวแทนไปยื่นหนังสือขอเข้าพบประธานป.ป.ช.หรือกรรมการป.ป.ช.ผู้ได้รับมอบหมายเพื่อสอบถามความคืบหน้าของเรื่องนี้ และหารือแนวทางปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้ความยุติธรรมปรากฏต่อประชาชนอย่างสิ้นสงสัย รวมทั้งขอรับสำเนาคำวินิจฉัยที่ป.ป.ช.เคยยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ ที่กรรมการใช้พิจารณา จะได้ทราบว่าอะไรคือหลักฐานเก่า และอะไรบ้างที่น่าจะเป็นหลักฐานใหม่ ซึ่งเรื่องนี้เราเรียกร้องต่อป.ป.ช.มาตลอดว่าไม่มีเหตุผลที่จะเป็นความลับ ควรเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ


อย่างไรก็ตามตนไม่ต้องการเผชิญหน้าหรือเป็นคู่กรณีกับป.ป.ช. แต่การพูดคุยกันด้วยเหตุผลอย่างตรงไปตรงมาน่าจะเป็นประโยชน์กว่า ในบางสถานการณ์อาจใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวได้ แต่อยากให้กรรมการป.ป.ช.เข้าใจว่า ความเงียบงันของกระบวนการยุติธรรมคือการเหยียบย่ำซ้ำเติมผู้สูญเสีย อย่าปล่อยให้สังคมติดหล่มอยู่กับคำถามเดิมๆ ว่า ทำไมคดีกลุ่มพันธมิตรฯ ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา ป.ป.ช.ลงทุนจ้างทนายฟ้องนายกฯ และรองนายกฯ แต่คดีนปช.เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามเต็มอัตราศึก คนตายเกือบร้อยชีวิต ป.ป.ช.ยกคำร้อง ไม่ฟ้องใครเลย เรื่องไม่ถึงแม้แต่หัวบันไดของสำนักงานอัยการ

192.168.52.215