Search

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

oneday with famframe & line กนก ขอพามาย้อนรอยประวัติศาสตร์ย่าน "ท่าเตียน" เหมือนเซียนพามาเอง แถมได้ พี่กนก ที่อายุเกือบจะรุ่นราวคราวเดียวกับย่านนี้ (อิอิ) หาของอร่อยๆ ให้ได้ชิมกันอีก


ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมาหลายคน คงคุ้นชินกับภาพบริเวณสนามหลวงและรอบๆพระบรมมหาราชวัง หนาแน่นไปด้วยประชาชนจำนวนมาก ที่มีหัวใจดวงเดียวกัน


หลังงานพระราชพิธีฯ เสร็จสิ้นลง ก็ยังมีนิทรรศการงานพระราชพิธี ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าไปชมความงามของศิลปะไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานตามโบราณราชประเพณี ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่รวบรวมช่างฝีมือของไทยไว้มากที่สุด


ในวันนี้ oneday with famframe จึงจะขอแนะนำย่านเก่าแก่ ที่อยู่บริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อ พักผ่อน คลายร้อน คลายหิว หรืออยากจะศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ก็สามารถไปได้ด้วยการเดินนั่นก็คือ "ท่าเตียน"




ถ้าพูดถึง "ท่าเตียน" สิ่งแรกที่นึกถึง คืออะไร ?!
... "วัดโพธิ์" ... เป็นคำตอบแรกที่เราได้ยินบ่อยครั้งและ "ตำนานท่าเตียน" ที่มีการเล่าขานอยู่หลายตำนาน ทั้ง ยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์ตีกัน หรือจะเป็นเรื่องราวของ อัคคีภัย ที่เผาชุมชนแถบนี้จนมอดไหม้ และสุดท้าย กับ การออกเสียงเพี้ยน ของชาวมอญที่มาอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ จาก "ฮาเตียน"กลายเป็น "ท่าเตียน" มาจนถึงปัจจุบัน



เรามาเริ่มกันที่ "วัดโพธิ์" ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงระดับโลก และ ยิ่งเป็นที่รู้จักขึ้นไปอีก หลังจากที่ "บารัค โอบามา" เดินทางมาเมื่อปี 2556 และมีจุดสำคัญหลายจุดที่ไม่ควรพลาด เช่น การนวดตามตำราวัดโพธิ์ / พระไสยาส พระนอนที่ยาวถึง 46 เมตร และมีพระบาทที่สวยงามตามคติ อินเดีย / เจดีย์ 4 รัชกาล / รูปปั้นฤาษีดัดตนที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ และที่สำคัญ เจ้ายักษ์ 2 ตน ที่คอยดูแลวัดแห่งนี้อยู่ ส่วนรูปปั้น จีน ที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่นั้นไม่ต้องสงสัยว่ามาได้อย่างไรทั้งๆที่เป็นวัดไทย ก็เนื่องจากสมัยก่อนนู้นนนนนนนที่แห่งนี้ มีชาวญวนและชาวจีนอาศัยอยู่เยอะม๊ากกกกเพราะเป็น ตลาดท่าหน้าด่านที่ ต้องสำแดงสินค้า ใครไปใครมาก็ต้องผ่านทางนี้หมด




ถัดมาก็คงจะต้องพูดถึงเรื่องราวของตึกเก่าหน้าตาวินเทจ ที่ซ่อนตลาดและร้านค้า อายุกว่าร้อยปีไว้ด้านในที่มีร้านขายอาหารทะเลตากแห้ง / ร้านไข่เค็ม ที่ใช้สูตรรุ่นอากงแบบไม่เปลี่ยนแปลง เขามีกรรมวิธีแบบทำมือทุกขั้นตอน ที่นั่งทำให้เราเห็น และสามารถขอลองทำได้ด้วยนะ เจ๋งดี (แต่อย่าทำของเขาแตกนะไม่งั้นจ่ายตามจริงนะจ๊ะ)





ส่วนเรื่อง อาหารการกิน มีให้เลือกหลากหลายร้านมากกกกกกกกก แต่ถ้าอยากสัมผัสกับความเก๋า เก่า มาตั้งแต่รุ่น อากง ขอนำเสนอ "ต.แสงทอง"ร้านกาแฟโบราณ ที่สืบทอดกันมา กว่าร้อยปีแล้วสิ่งที่ต้องสั่ง คือ ชา ไม่ว่าจะชาเย็น ชาร้อน ชาไทย ชาดำเย็น หรือ ชามะนาว เพราะชาของที่นี่แตกต่าง หอมละมุน และยิ่งได้รับประทานพร้อมขนมปังปิ้งกรอบนอกนุ่มใน นะ ... อื้อฮืมมมมมมมมม ฟิน






แต่ถ้าหิวหนักมาก ก็มีร้านอาหารไทยคุณภาพพรีเมียมซ่อนตัวอย่างแนบเนียนไปกับวัฒนธรรมของชาวท่าเตียน และ "ร้านเออ" แห่งนี้ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น หนึ่งใน 50 ร้านสุดยอดร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียอีกด้วย ! เพราะทุกสิ่ง ทุกอย่างดูกลมกลืนไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านที่มาพร้อมเรื่องราวที่สามารถบอกเล่าได้ด้วยตัวมันเอง รวมถึงอีกหนึ่งจุดเด่น ก็คืออาหารที่นี่ ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่การตกแต่งยังทำให้เราตื่นตาตื่นใจได้มากทีเดียว สั่งอาหารมาเหมือนเราได้ดูหนัง 4 DX เพราะ มีครบ ทั้ง รูป รส กลิ่น เสียงและยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปด้วยแล้วหละก็... ไม่ต้องพูดถึง เหมาะม๊ากกกกกกกก จริงๆ


พออิ่มแล้ว หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนเดินทอดน่องมาอีกนิดก็รู้สึกว่าย่าน ท่าเตียนแห่งนี้ มีมนต์เสน่ห์ดึงดูด ไม่อยากให้เรากลับ เพราะฉนั้นอะเปิด โรงแรมนอนเลยแล้วกัน !!!


"Inn a day" จึงเป็นที่หมายปองของเราคุณเทน เจ้าของกิจการ ทายาทรุ่นที่3 ของโรงงานน้ำตาลเล่าให้เราฟังว่า "สมัยก่อนตรงนี้เป็นโรงน้ำตาลปี๊ป เพราะฝั่งตรงข้าม (วัดแจ้ง) ในสมัยก่อนเป็นสวนมะพร้าวจึงง่ายต่อการผลิต แต่ในปัจจุบัน เรื่องของการท่องเที่ยวดูท่าจะมีบทบาทมากกว่า" ... จึงได้กลายมาเป็น บูทีคโฮเทล แสนเก๋แบบในปัจจุบัน

แต่ "คุณเทน" ก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องราวของครอบครัวไปไหน ทุกสิ่ง ยังคงอยู่แต่เปลี่ยนสถานะ จากสิ่งของที่เป็นสินค้า ในวันนี้กลายเป็นตำราที่มีค่าที่ได้บันทึกประวัติศาสต์รอให้คนรุ่นหลังได้มาทำความรู้จักเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปี๊ปน้ำตาล , ฉลาก, โปสเตอร์, ป้ายชื่อกิจการเดิม, ภาพถ่ายในอดีต




อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ที่นี่มียอดจองเต็มเกือบตลอดทั้งปี ก็คือ location ที่ยอดเยี่ยม เพราะชั้นบนสุด (ชั้น4)จะสามารถชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และ พระปรางค์วัดอรุณฯ ได้แบบเต็มๆ ยิ่งเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกด้วยแล้วหละก็ ... เป็นอีกหนึ่งสุดยอดวิวริมแม่น้ำเจ่าพระยาเลยก็ว่าได้


นี่คือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่เราได้สัมผัส ได้ลิ้มรสไปกับเรื่องราวของอดีตอันหอมหวานอย่างสนุกสนาน



นี่เฟรมแค่นำภาพนิ่งมาเรียกน้ำย่อยนะคะเพระาถ้าอยากชมเต็มๆ สามารถติดตามชมได้ที่รายการ line กนก วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.นี้ เวลา 20:15 ทาง nation tv22

หรือ สามารถติดตามเฟรมได้ที่Facebook Page : @onedaywithfamframeIG : famframe

ในหนึ่งวันเราสามารถทำอะไรได้ตั้งเยอะออกมาเดินทอดน่องสักหนึ่งวัน รับรองว่ามีอะไรมันส์ๆให้ทำเยอะ กับOne day with famframe :))

เฟรม - สลิตา พรรณลึก พิธีกรรายการบันเทิง @ เนชั่น ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 8:00-9:00 น. พิธีกรสาว ที่อาจไม่ค่อยสวย แต่รวยไปด้วยเสน่ห์แห่งรอยยิ้ม จะขอพาทุกคนไปท่องเที่ยวกันแบบมันส์ๆ เพียงหนึ่งวัน ก็มันส์ได้ กับคอลัมส์ “One day with Famframe” ถ้าพร้อมแล้ว ...ก็ไปกันเล้ยยยยยย!

บทความล่าสุด

192.168.52.215