Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนชาวไทย หนึ่งในช่างภาพที่บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไว้คือ "วสันต์ วณิชชากร" ช่างภาพชั่วคราว (สตริงเกอร์) ของสำนักข่าวเอพี

ภาพถ่ายของเขาจำนวนมากถูกกล่าวถึง ถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย และถูกนำไปเผยแพร่ในสื่อกระแสหลัก เพราะเป็นภาพที่สื่อถึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนชาวไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "ในหลวงรัชกาลที่ 9" อย่างชัดเจน


"ผมต้องการถ่ายภาพเพื่อสะท้อนให้ชาวโลกเห็นว่าคนไทยรักพระองค์ท่านมากมายแค่ไหน และสะท้อนให้ชาวต่างชาติคิดกลับมาว่าพระองค์ท่านต้องรักและทำอะไรให้คนไทยอย่างมากมายมหาศาลจริงๆจึงทำให้คนไทยโศกเศร้าเสียใจได้มากมายและยาวนานขนาดนี้" วสันต์ บอกถึงความตั้งใจของเขาในการถ่ายภาพนี้ซึ่งเขาบอกว่าเป็นการถ่ายภาพที่ยากที่สุดในชีวิต หลายครั้งเขาต้องถ่ายภาพผ่านม่านน้ำตาของตัวเอง


ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา "วสันต์" มักไม่พลาดที่จะมาร่วมบันทึกภาพกิจกรรมสำคัญๆที่จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้บางครั้งไม่มีคนจ้าง เขาก็มาบันทึภาพเก็บไว้เอง


"ผมต้องการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้เก็บไว้ให้แผ่นดิน เก็บไว้ให้คนรุ่นหลัง ลูก หลาน เหลน โหลนได้ดู ได้เห็นว่าประเทศไทยมีพ่อ มีพระราชาที่ทรงรักพวกเรา ทรงห่วงพวกเรามากมายแค่ไหน ให้พวกเขาลองดูจากภาพถ่ายเหล่านี้ ดูสิว่าภาพแต่ละภาพ มันบอกว่าประชาชนคนไทยนั้นก็รักพระราชาของพวกเขามากมายอย่างสุดหัวใจเหลือเกิน"


ถามว่าภาพไหนที่เขาประทับใจมากที่สุดในการถ่ายภาพเกี่ยวกับการจากไปของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา วสันต์ บอกว่า ไม่มี แต่ประทับใจทุกภาพที่เป็นภาพคนเฒ่าคนแก่คนป่วยที่มากราบพระบรมศพ มาแสดงความรักต่อพระองค์ท่าน เป็นความประทับใจว่าพวกเขาอายุขนาดนี้แล้วยังมีความมุ่งมั่นที่จะมา


"คนเฒ่าคนแก่บางคนนั่งคอตกมาในรถเข็น เรียกว่าแทบจะไม่มีแรงแม้กระทั่งจะพยุงคอให้ตั้งตรง แต่ด้วยความรักความผูกพันที่พวกเขามีต่อในหลวง พวกเขาจึงมา ซึ่งผมก็มีหน้าที่ต้องดึงอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นถ่ายทอดออกมาผ่านภาพถ่ายให้ได้ อาจจะไม่ใช่ภาพที่สวยที่สุด แต่เป็นภาพที่ผมประทับใจที่สุด"



อย่างไรก็ตามภาพที่โดดเด่นที่สุดภาพหนึ่งของเขาคือภาพ "หงาดเหงื่อของพ่อ หยดน้ำตาของลูก" ที่เขาบันทึกไว้เมื่อเช้าวันที่ 15 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าประตูพระบรมมหาราชวังในระหว่างที่ประชาชนมารอเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ภาพนี้เป็นภาพที่ได้รับการโหวตให้เป็นภาพที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด ในจำนวน 89 ภาพที่กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือกจาก 2 หมื่นกว่าภาพมาจัดนิทรรศการ"ทรงสถิตในดวงใจไทยทั้งชาติ"



อีกภาพหนึ่งของวสันต์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด เป็นภาพที่เขาบันทึกไว้เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9เสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธี 5 ธันวาคม 2555 ณสีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในจังหวะที่ม่านกำลังจะปิดหลังเสร็จพระราชพิธี ที่เขาเพิ่งนำออกมาเผยแพร่หลังพระองค์ท่านจากไป เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่าพระองค์ทรงอดทนขืนพระวรกายที่ยังไม่แข็งแรงดี รับน้ำหนักเครื่องทรงที่มีน้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม ยันพระองค์เอาไว้ด้วยเวลาเนิ่นนาน ท่ามกลางแสงแดดร้อนเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้เห็น ได้ชื่นชมพระบารมี



นอกจากนี้ตลอดช่วงที่ผ่านมา "วสันต์" มักภาพมี "เรื่องเล่าหลังเลนส์" ที่กินใจผู้คนออกมา และได้รับการพูดถึงอย่างมากเสมอ

ภาพตายายคู่นี้ และคำบรรยายของเขาคือตัวอย่างหนึ่ง


(คุณตากับคุณยายกำลังยืนดูริ้วขบวนที่กำลังเคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้ที่สุด ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าไปด้านในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ท่ามกลางแดดร้อนจัด เห็นแกมากันแค่สองคนตายาย ตลอดเวลาระหว่างยืนดูริ้วขบวน มือคุณยายจะลูบอยู่ที่แผ่นหลังของคุณตาอยู่ตลอดเวลา จนผมต้องพยายามเดินเบียดประชาชนเพื่อไปถ่ายทอดมุมที่สะเทือนใจนี้ออกมา)

อีกภาพในคืนวันสุดท้ายของการกราบลา "พ่อ" แม้ว่าจะไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน แต่ก็สามารถสื่อถึงอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

("เราเห็นเธอนั่งลงพิงกำแพงพระราชวังด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย จนอดที่จะคอยสังเกตดูเธอไม่ได้

สักพักเธอยืนขึ้นตัวยังพิงชิดกำแพง กางมือออกแบมือสัมผัสติดกำแพงกวาดขึ้นกวาดลงไปมาช้าๆ สามสี่ครั้ง

"เราไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร")


ลายคนคงสงสัยว่าทำไม วสันต์ จึงถ่ายภาพที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ "พ่อหลวง" ได้อย่างชัดเจน วสันต์ บอกว่า อาจเป็นเพราะเขาก็มีความรู้สึกเดียวกันกับประชาชนเหล่านั้น ทำให้รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างดี การถ่ายภาพของเขาจึงรอจังหวะเพื่อจะดึงอารมณ์เหล่านั้นออกมาเป็นภาพสื่อออกมาให้ผู้คนได้เห็น


วสันต์ บอกว่า เขารู้สึกว่าผลงานของเขาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนรู้จักเขามากขึ้น มาติดตามผลงาน มาชื่นชม มาขอสัมภาษณ์ "ผมรู้สึกว่าผมเกิดเพราะงานในหลวง แต่ถ้าเลือกได้ ผมขอเลือกให้ในหลวงคืนมา ไม่เอาชื่อเสียงและคำชื่นชมพวกนั้น"


ถามถึงคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 "วสันต์" บอกว่าพระองค์ท่านมีคำสอนมากมาย แต่คำสอนที่เขายึดถือปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือ ทำดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด


"ผมคิดว่าถ้าทุกคนในประเทศทำแค่ 2 อย่างนี้ คือ ทำดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็จบ ไม่มีปัญหาวุ่นวาย"


ชม "ภาพเล่าเรื่อง" เพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก "วสันต์ วณิชชากร"


------------------

ที่มา : www.komchadluek.net

192.168.52.211