Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"บิ๊กเสือ" นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าฯ กกท.เผนการเปลี่ยนผู้ว่าฯคนใหม่ไม่กระทบต่อทัพนักกีฬาไทยแน่นอน พร้อมเผยว่าการเตรียมทีมนักกีฬาไทยทั้ง 3 มหกรรมควรจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

"บิ๊กเสือ" นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) เปิดเผยว่า วาระการทำงานของตนจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทยเพื่อร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม - 2 กันยายน 2561 กีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 8-16 ตุลาคม 2561 รวมทั้งกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 6-18 ตุลาคม 2561 แต่ขอยืนยันว่าการเตรียมนักกีฬาจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนผู้ว่าการ กกท. เพราะได้จัดการเรื่องงบประมาณต่างๆ รวมทั้งแผนในการเก็บตัวไว้แล้ว นักกีฬาสามารถเก็บตัวต่างๆ ไปได้อย่างต่อเนื่อง


นายสกล กล่าวต่อว่า ในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ หรือมกราคมปีหน้า จะเริ่มกระบวนการการสรรหาผู้ว่า กกท.คนใหม่ โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาก่อน และจะได้ผู้ว่าการคนใหม่ภายในเวลา 4-5 เดือน เพื่อเข้ามารับตำแหน่งต่อจากตนทันทีไม่ให้มีสุญญากาศในการบริหารงานเกิดขึ้นเหมือนในสมัยอดีต และในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของการทำงานนั้น ตนจะฝึกงานและให้ผู้ว่าการคนใหม่มาสานงานต่อได้โดยทันที โดยเฉพาะการเตรียมทีมนักกีฬาไทยทั้ง 3 มหกรรมที่ควรจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายต่างๆ ที่ได้ฝากไว้


"สำหรับการเตรียมทีมเอเชี่ยนเกมส์ ต้องเตรียมทีมอย่างต่อเนื่องและทำให้ดีที่สุด เพราะดูจากผลงานในซีเกมส์หลายชนิดกีฬาทำผลงานไม่ดี ยิ่งถ้าปล่อยไปก็อาจจะย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม ขอยทนยันว่าครั้งนี้จะไม่ส่งนักกีฬาไปหาประสบการณ์ เพราะเอเชี่ยนเกมส์เป็นเกมใหญ่ แม้ว่าผมจะไม่ได้อยู่ในวาระในข่วงแข่งขันแล้ว แต่จะให้การสนับสนุนในช่วงเก็บตัวให้ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ว่าคนใหม่เข้ามารับงานได้แบบคล่องตัว" นายสกล กล่าว

192.168.52.211